ยอดขายรถยนต์ไทย 9 เดือนแรก 521,226 คัน รถยนต์ EV โต 98.56%
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เผยยอดขายรถยนต์ไทยช่วง ม.ค.-ก.ย. 2569 อยู่ที่ 521,226 คัน รถยนต์นั่ง EV เพิ่มขึ้น 98.56% ขณะที่รถกระบะหลายประเภทยังลดลง
28 ต.ค. 2569, 17:29 น.
สเปกทั้งหมด
- ยอดขายรถยนต์รวม ม.ค.-ก.ย. 2569
- 521,226 คัน
- การเพิ่มขึ้นของยอดขายรวมเทียบปีก่อน
- 16.35 %
- รถยนต์นั่ง EV
- 161,532 คัน
- สัดส่วนรถยนต์นั่ง EV ต่อยอดขายรวม
- 30.99 %
- การเพิ่มขึ้นของรถยนต์นั่ง EV เทียบปีก่อน
- 98.56 %
- รถยนต์นั่ง ICE
- 77,837 คัน
- การเปลี่ยนแปลงรถยนต์นั่ง ICE
- ลดลง 20.20 %
- รถกระบะพิกอัพ 1 ตัน
- 47,552 คัน
- รถกระบะดับเบิลแค็บ
- 53,681 คัน
- รถพีพีวี
- 29,512 คัน
กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์รายงานยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน ปี 2569 รวมอยู่ที่ 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ตัวเลขภาพรวมนี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่เมื่อแยกดูตามประเภทรถ จะเห็นทิศทางที่แตกต่างกันชัดเจน
รถยนต์นั่งไฟฟ้าเติบโตโดดเด่น
ยอดขายรถยนต์นั่งประเภทสันดาปภายใน หรือ ICE อยู่ที่ 77,837 คัน ลดลง 20.20% ในทางตรงกันข้าม รถยนต์นั่งไฟฟ้า EV มียอดขาย 161,532 คัน คิดเป็นสัดส่วน 30.99% ของยอดขายรวมทั้งหมด และเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 98.56% ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นที่สุดในรายงานชุดนี้ การที่รถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนเกินหนึ่งในสามของตลาดแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มเลือกรถกลุ่มนี้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รถกระบะยังอยู่ในช่วงขาลง
ตลาดรถกระบะยังไม่ฟื้นตัวเท่ากับกลุ่มรถนั่ง รถกระบะพิกอัพ 1 ตัน ขายได้ 47,552 คัน ลดลง 16.11% ส่วนรถกระบะดับเบิลแค็บขายได้ 53,681 คัน เพิ่มขึ้น 7.60% และรถพีพีวีขายได้ 29,512 คัน ลดลง 4.91% จะเห็นว่ารถกระบะบางประเภทยังขยายตัว ขณะที่บางประเภทยังถดถอยอยู่
โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ความเห็นว่า ยอดขายกระบะที่ลดลงสัมพันธ์กับการที่สถาบันการเงินพิจารณาสินเชื่อรอบคอบมากขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศขยายตัวในอัตราต่ำ และกำลังซื้อของประชาชนถูกกดดันจากค่าครองชีพที่สูง นอกจากนี้ ยังระบุว่าแรงงานในสายการผลิตรถกระบะที่ใช้ชิ้นส่วนผลิตในประเทศมีสัดส่วนกว่า 90% ก็มีการผลิตลดลงด้วย
ข้อเรียกร้องถึงภาครัฐ
ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือการผลิตรถกระบะ โดยกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อซื้อรถกระบะที่ผลิตในประเทศมากขึ้น และเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ลงทุนผลิตทั้งรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์ไฟฟ้า
โฆษกยังวิจารณ์ว่ารัฐบาลไม่ได้แก้ปัญหารถกระบะที่ยอดลดลงต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 3 ปี จนทำให้การผลิตลดลงไปกว่าสามแสนคัน และเตือนว่าการไม่รักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมนี้อาจกระทบความยั่งยืนของเศรษฐกิจประเทศ ทั้งนี้ข้อความเหล่านี้เป็นความเห็นของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออกมาสื่อสาร ยังไม่ได้มีการตอบกลับจากหน่วยงานรัฐในแหล่งข่าวนี้
สรุปภาพรวมตลาด
โดยสรุป ยอดขายรถยนต์ไทยช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตจากปีก่อนในภาพรวม โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้าเป็นกลุ่มที่เติบโตแรงที่สุด ขณะที่รถยนต์นั่งสันดาปภายในและรถกระบะบางประเภทลดลง แหล่งข่าวไม่ได้ระบุตัวเลขคาดการณ์สำหรับช่วงที่เหลือของปี ผู้อ่านจึงควรติดตามรายงานยอดขายรายเดือนและนโยบายภาครัฐที่จะออกมาในระยะถัดไปเพื่อประเมินทิศทางตลาดต่อไป
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ


