ตลาดรถยนต์ไทยเดือนกันยายน 2569 โต 14.28% ยอดรวม 55,255 คัน
ยอดขายรถยนต์ไทยเดือนกันยายน 2569 รวม 55,255 คัน เพิ่มขึ้น 14.28% รถนั่งและ SUV โต 25.80% โตโยต้าครองส่วนแบ่ง 33.17%
5 พ.ย. 2569, 19:04 น.
สเปกทั้งหมด
- ยอดขายรวมเดือนกันยายน
- 55,255 คัน
- การเติบโตรวมเดือนกันยายน
- 14.28 %
- ยอดขายรถนั่งและ SUV เดือนกันยายน
- 39,907 คัน
- ส่วนแบ่งตลาดของโตโยต้า
- 33.17 %
- ยอดขายรถเชิงพาณิชย์เดือนกันยายน
- 5,003 คัน
- ยอดขายรวมสะสม 9 เดือน
- 521,226 คัน
- ยอดขายโตโยต้าเดือนกันยายน
- 18,706 คัน
ตลาดรถยนต์ไทยในเดือนกันยายน 2569 ปิดยอดรวมที่ 55,255 คัน เพิ่มขึ้น 14.28% ตัวเลขนี้สะท้อนว่าความต้องการซื้อรถในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ช่วงปลายไตรมาสจะมีปัจจัยด้านการผลิตที่ส่งผลต่อการส่งมอบรถ
รถยนต์นั่งและรถอเนกประสงค์ (SUV) เป็นกลุ่มที่โดดเด่นที่สุดในเดือนนี้ มียอดขาย 39,907 คัน เพิ่มขึ้น 25.80% ขณะที่กลุ่มรถเชิงพาณิชย์ขายได้ 5,003 คัน ลดลง 11.50% ทำให้การเติบโตของตลาดในเดือนนี้มาจากรถนั่งและ SUV เป็นหลัก
ยอดสะสมเก้าเดือนแรกของปี
ยอดขายรถยนต์สะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนอยู่ที่ 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรถนั่งและ SUV ในช่วงเดียวกันมียอดสะสม 366,910 คัน และขยายตัว 27.23% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมของตลาดทั้งหมดอย่างชัดเจน
โตโยต้ากับส่วนแบ่งตลาด
โตโยต้ามียอดขายในเดือนกันยายน 18,706 คัน เพิ่มขึ้น 1.27% ส่วนยอดสะสมเก้าเดือนอยู่ที่ 172,913 คัน เติบโต 3.05% ทำให้บริษัทครองส่วนแบ่งตลาดรวมไว้ที่ 33.17% นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุยอดขายของกลุ่ม Pure Pick Up อยู่ที่ 54,259 คัน และกลุ่ม Eco Segment อยู่ที่ 52,804 คัน
น้ำท่วมกับการผลิตและการส่งมอบ
โตโยต้าแจ้งว่าน้ำท่วมทำให้โรงงานต้องหยุดผลิตตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม และกลับมาเดินเครื่องอีกครั้งในวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ผลคือการส่งมอบรถให้ลูกค้าบางส่วนอาจล่าช้ากว่ากำหนด บริษัทจึงเร่งฟื้นฟูการดำเนินงานและดูแลลูกค้าผ่านมาตรการที่เรียกว่า Toyota Trusted Journey
แผนรถกระบะไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน
โตโยต้าเตรียมเดินหน้าโครงการผลิตรถกระบะไฟฟ้าพลังงานไฮโดรเจน หรือ FCEV ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายส่งออกในปี 2570 แหล่งข่าวนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเรื่องปริมาณการผลิตหรือกรอบเวลาอื่นไว้ จึงควรติดตามความคืบหน้าของโครงการต่อไป
มุมมองต่อช่วงถัดไป
ตัวเลขเดือนกันยายนแสดงให้เห็นการเติบโตของรถนั่งและ SUV อย่างชัดเจน ขณะที่รถเชิงพาณิชย์ยังอยู่ในทิศทางลดลง ผู้อ่านควรติดตามผลกระทบจากการหยุดผลิตต่อยอดขายและการส่งมอบรถของโตโยต้าในเดือนถัดไป รวมถึงความคืบหน้าของแผนรถกระบะไฟฟ้าไฮโดรเจนที่ยังต้องรอการยืนยันเพิ่มเติม
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์







