เกียร์ว่าง
ต่างประเทศ

ตลาดรถจีนเดือนตุลาคม ส่งออกพยุงยอดขาย ขณะที่ในประเทศยังอ่อนแรง

ค่ายรถจีนรายงานยอดเดือนตุลาคมอยู่ในระดับสูง แต่ตัวเลขส่งออกเป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่ยอดขายในประเทศยังลดลงต่อเนื่อง

5 พ.ย. 2569, 19:15 น.

490,168คันยอดขายรวมของ BYD เดือนตุลาคม
200,618คันยอดส่งออกของ Chery เดือนตุลาคม
1.07 ล้านคันยอดขายปลีกรถพลังงานใหม่ในจีน (CPCA ประมาณการ)
28.9%ยอดขายรถยนต์นั่งรวมในจีน (CPCA คาดการณ์การลดลง)
สเปกทั้งหมด
ยอดขายรวมของ BYD เดือนตุลาคม
490,168 คัน
ยอดส่งออกของ Chery เดือนตุลาคม
200,618 คัน
ยอดขายปลีกรถพลังงานใหม่ในจีน (CPCA ประมาณการ)
1.07 ล้าน คัน
ยอดขายรถยนต์นั่งรวมในจีน (CPCA คาดการณ์การลดลง)
28.9 %
ยอดขายรวมของ GWM เดือนตุลาคม
120,374 คัน
ยอดส่งมอบของ Leapmotor เดือนตุลาคม
106,127 คัน

รายงานจากผู้จัดการออนไลน์ระบุว่า ค่ายรถจีนหลายแห่งเปิดเผยยอดขายและยอดส่งมอบของเดือนตุลาคม 2569 อยู่ในระดับสูง แต่เมื่อแยกดูตัวเลขตามตลาด จะพบว่าแรงหนุนหลักมาจากการส่งออก ขณะที่ยอดขายในประเทศของผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายกลับลดลง ข้อมูลในรายงานอ้างอิงจากการรวบรวมของ CnEVPost และ CPCA

ยอดรวมของผู้ผลิตรายใหญ่

BYD ทำยอดขายเดือนตุลาคมสูงสุดที่ 490,168 คัน ตามด้วย SAIC 430,018 คัน Geely Auto 310,183 คัน Chery Group 295,934 คัน และ GWM 120,374 คัน ส่วนกลุ่มรถพลังงานใหม่ Leapmotor ส่งมอบ 106,127 คัน ขณะที่ Xpeng และ Xiaomi Auto ผ่านระดับ 50,000 คัน และ Nio, Huawei HIMA, Zeekr กับ Li Auto อยู่ในช่วง 29,000 ถึง 34,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขของแต่ละบริษัทไม่ได้อยู่บนฐานเดียวกัน BYD รายงานเฉพาะรถพลังงานใหม่ ส่วน Geely, Chery และ GWM รวมรถทุกระบบขับเคลื่อน ดังนั้นข้อมูลนี้เหมาะกับการดูขนาดและทิศทางของแต่ละบริษัทมากกว่าการนำมาเทียบส่วนแบ่งตลาดโดยตรง

ตลาดในประเทศยังไม่ฟื้น

CPCA คาดการณ์ว่ายอดขายปลีกรถพลังงานใหม่ในจีนเดือนตุลาคมจะอยู่ที่ประมาณ 1.07 ล้านคัน ลดลง 16.5% จากปีก่อน ส่วนตลาดรถยนต์นั่งโดยรวมคาดว่าจะลดลงถึง 28.9% แม้รถพลังงานใหม่จะยังครองสัดส่วนประมาณ 66.9% ของตลาด แต่จำนวนรถที่ขายได้ก็ยังลดลง

ปัจจัยที่กดดันตลาดได้แก่ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังไม่กลับมา การแข่งขันด้านราคาที่กระทบกำไรของตัวแทนจำหน่าย และผู้ซื้อบางส่วนที่เลือกชะลอการตัดสินใจเพื่อรอรุ่นใหม่ ภาพรวมจึงสะท้อนว่าการเปลี่ยนจากรถน้ำมันไปสู่รถพลังงานใหม่ยังเดินหน้าต่อ ท่ามกลางตลาดรถยนต์โดยรวมที่หดตัว

การส่งออกกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

BYD, Geely, Chery และ GWM มียอดขายรวมกันประมาณ 1.22 ล้านคันในเดือนตุลาคม ในจำนวนนี้เป็นยอดส่งออกประมาณ 541,000 คัน คิดเป็นมากกว่า 44% จากการคำนวณของรายงาน สัดส่วนส่งออกของแต่ละบริษัทอยู่ที่ Chery 68% (ส่งออก 200,618 คัน จากยอดขายรวม 295,934 คัน) GWM 52% (62,862 คัน จาก 120,374 คัน) BYD 35% (170,194 คัน จาก 490,168 คัน) และ Geely 35% (107,153 คัน จาก 310,183 คัน)

BYD มียอดขายรวม 490,168 คัน เพิ่มขึ้น 10.97% จากปีก่อน แต่ยอดขายในจีนลดลง 10.57% เหลือ 319,974 คัน ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวเป็น 170,194 คัน ยอดขายรถไฟฟ้าแบตเตอรี่ของ BYD ผ่าน 300,000 คันเป็นครั้งแรก ส่วนรถปลั๊กอินไฮบริดลดลง 17.23%

Geely มียอดขายรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 310,183 คัน แต่ยอดขายในจีนลดลง 23.55% ขณะที่การส่งออกเพิ่มขึ้น 157.78% เป็น 107,153 คัน และรถพลังงานใหม่มีสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 69% ของยอดขายทั้งหมด

Chery ทำยอดขาย 295,934 คัน เพิ่มขึ้น 5.25% โดยส่งออกถึง 200,618 คัน ซึ่งเป็นครั้งที่สามของปีที่ยอดส่งออกผ่าน 200,000 คันต่อเดือน รถพลังงานใหม่ของ Chery ทำสถิติ 140,893 คัน เพิ่มขึ้น 27.7% รายงานระบุว่าการพึ่งพาตลาดต่างประเทศช่วยลดผลกระทบจากตลาดจีนที่ชะลอตัว แต่ก็ทำให้ต้องรับมือกับค่าเงิน ภาษีนำเข้า และมาตรการกีดกันทางการค้าในหลายประเทศมากขึ้น

GWM และกลุ่มผู้ผลิตรถไฟฟ้ารุ่นใหม่

GWM มียอดขายรวม 120,374 คัน ลดลง 15.87% จากปีก่อน ยอดขายในจีนลดลง 33.06% เหลือ 57,512 คัน และเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 12 ขณะที่ยอดขายต่างประเทศทำสถิติสูงสุดที่ 62,862 คัน มากกว่ายอดขายในประเทศ ยอดขายรถพลังงานใหม่เพิ่มขึ้น 7.25% เป็น 49,499 คัน

Leapmotor ส่งมอบ 106,127 คัน และรักษาระดับมากกว่า 100,000 คันได้เป็นเดือนที่สี่ติดต่อกัน Xpeng ทำสถิติใหม่ที่ 50,237 คัน โดยส่งออก 13,326 คัน หรือ 26.5% ของยอดส่งมอบ Xiaomi Auto ส่งมอบมากกว่า 50,000 คัน ซึ่งเป็นยอดสูงสุดของปี Zeekr เติบโต 51.63% จากปีก่อน แต่ลดลง 12.72% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน ส่วน Nio ลดลง 15.23% Li Auto ลดลง 8.63% และ Huawei HIMA ลดลง 50.84% จากปีก่อน

รายงานสรุปว่าการเติบโตไม่ได้กระจายไปทุกบริษัท แต่ขึ้นอยู่กับความใหม่ของผลิตภัณฑ์ ความพร้อมในการส่งมอบ และความสามารถในการขยายตลาดต่างประเทศ

มองภาพรวมอย่างระมัดระวัง

หากดูเฉพาะตัวเลขรวมโดยไม่แยกตลาด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าความต้องการรถยนต์ในจีนกำลังฟื้นตัว โจทย์ของผู้ผลิตจีนจึงไม่ใช่แค่เพิ่มปริมาณขาย แต่ต้องรักษาสมดุลระหว่างความต้องการในประเทศ การส่งออก สต็อก และกำลังการผลิต ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาและกำแพงการค้าที่สูงขึ้น

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด