เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก

ตำรวจ สน.ท่าข้ามจับชายวัย 42 ปี ในคดีลักรถ Mercedes-Benz E250 ผู้ต้องหาหลอกดูรถ สลับกุญแจ และติด GPS ก่อนกลับมาลักรถในช่วงกลางดึก

4 พ.ย. 2569, 10:05 น.

จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก รูปที่ 1
จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก รูปที่ 2
จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก รูปที่ 3
จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก รูปที่ 4
จับหนุ่มวัย 42 ปี หลอกดูรถเบนซ์ สลับกุญแจ ติด GPS ก่อนลักรถที่บ้านพัก รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Tokumeigakarinoaoshima / Wikimedia Commons (CC0)
43รายการของกลางรวม
19นัดกระสุนปืนที่ตรวจยึด
1.92กรัมยาไอซ์น้ำหนักสุทธิรวม
02.38น.เวลาที่เกิดเหตุ
สเปกทั้งหมด
ยี่ห้อ
Mercedes-Benz
รุ่น
E250 CGI Saloon
สี
ดำ
วันที่เกิดเหตุ
22 ตุลาคม 2569
ของกลางรวม
43 รายการ
กระสุนปืนที่ตรวจยึด
19 นัด
ยาไอซ์น้ำหนักสุทธิรวม
1.92 กรัม
เวลาที่เกิดเหตุ
02.38 น.

ตำรวจ สน.ท่าข้ามในกรุงเทพมหานครจับกุมชายวัย 42 ปี ในคดีลักรถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น E250 CGI Saloon สีดำ เหตุเกิดที่บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 02.38 น. ผู้เสียหายชื่อนายปรีชา อายุ 44 ปี เป็นผู้เข้าแจ้งความ

วิธีการก่อเหตุ

ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายโพสต์ประกาศขายรถบนสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้ติดต่อเข้ามาแสดงตัวเป็นผู้สนใจซื้อและนัดให้ดูรถในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ระหว่างการดูรถ คนร้ายขอตรวจกุญแจทั้งสองดอก แล้วแอบสลับกับกุญแจปลอมที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน พร้อมติดอุปกรณ์ GPS ไว้กับตัวรถ จากนั้นอ้างว่าจะไปถอนเงินมาชำระค่ารถ แต่หายตัวไปและไม่ติดต่อกลับ

ตำรวจระบุว่าขบวนการนี้แบ่งหน้าที่กันเป็นสามขั้นตอน คนแรกทำหน้าที่นัดดูรถและสลับกุญแจ คนที่สองย้อนกลับมาตามสัญญาณ GPS แล้วใช้กุญแจที่สลับไว้ขับรถออกจากบ้านในช่วงกลางดึก ส่วนคนที่สามรับช่วงรถต่อ โดยถอดเปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบียนเดิมและนำรถไปพรางตัวไว้

การติดตามจนพบตัว

เจ้าหน้าที่ย้อนตรวจกล้องวงจรปิดและพบว่ารถถูกนำไปเปลี่ยนป้ายทะเบียนในพื้นที่เมืองทองธานี ก่อนนำไปจอดซ่อนไว้ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่งใน สน.เตาปูน เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม เวลาประมาณ 23.30 น. ตำรวจพบรถคันดังกล่าวและตรวจสอบหมายเลขตัวถังตรงกับรถที่ถูกแจ้งหาย จึงยึดไว้เป็นของกลาง

ศาลอาญาธนบุรีอนุมัติหมายจับนายณัฐสิทธิ์ อายุ 42 ปี เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ต่อมาในวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 13.30 น. ตำรวจได้เบาะแสว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี จึงเข้าจับกุมบริเวณหน้าห้องพัก ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ

ของกลางและข้อกล่าวหา

จากการตรวจค้นและตรวจยึด ตำรวจรวบรวมของกลางรวม 43 รายการ เช่น ยาไอซ์ 3 ถุง น้ำหนักสุทธิรวม 1.92 กรัม กระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 16 นัด และขนาด .45 จำนวน 3 นัด รวม 19 นัด แผ่นป้ายทะเบียนสองป้ายที่มีหมายเลขตรงกับรถที่ถูกลัก สมุดคู่มือจดทะเบียน และชิ้นส่วนหมายเลขตัวถัง ผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นเป็นบวก และผลตรวจยืนยันจากโรงพยาบาลพบสารเมทแอมเฟตามีนในร่างกายผู้ต้องหา

นอกจากนี้ ตำรวจยังตรวจยึดยานพาหนะเพิ่มเติมจากลานจอดรถคอนโดมิเนียม ได้แก่ รถยนต์สีขาวพร้อมกุญแจ และรถจักรยานยนต์สีแดงพร้อมกุญแจ เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาและความเกี่ยวข้องกับคดี ขณะที่รายงานจากอีกแหล่งระบุว่ามีรถยนต์ที่ต้องสงสัยอีกสองคันและรถจักรยานยนต์หนึ่งคันที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาสี่ข้อหา ได้แก่ ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ ครอบครองยาเสพติดประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต เสพยาเสพติดประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินคดี ตำรวจยังขยายผลเพื่อตรวจสอบว่ามีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นหรือเกี่ยวข้องกับคดีลักรถคันอื่นหรือไม่

ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายรถออนไลน์

ตำรวจเตือนผู้ขายรถผ่านโซเชียลมีเดียให้ตรวจสอบเอกสารยืนยันตัวตนของผู้ที่ขอดูรถอย่างละเอียด เพื่อป้องกันการถูกหลอกโดยมิจฉาชีพ และติดตามความคืบหน้าของคดีต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, เดลินิวส์

ข่าวล่าสุด