เกียร์ว่าง
รถใหม่

Mercedes-AMG GT 4-Door 2027 เปิดตัว GT55 และ GT63 รองรับการชาร์จสูงสุด 600 กิโลวัตต์

Mercedes-AMG เผยรายละเอียด GT 4-Door 2027 สองรุ่น GT55 และ GT63 พร้อมระบบชาร์จเร็ว แบตเตอรี่ 106 กิโลวัตต์ชั่วโมง และราคาเริ่มต้นตามที่นิตยสารรายงาน

5 พ.ย. 2569, 19:09 น.

146,550ดอลลาร์สหรัฐราคาเริ่มต้น GT55
176,550ดอลลาร์สหรัฐราคาเริ่มต้น GT63
600กิโลวัตต์กำลังไฟชาร์จสูงสุด
1153แรงม้ากำลังรวมสูงสุด GT63
สเปกทั้งหมด
ราคาเริ่มต้น GT55
146,550 ดอลลาร์สหรัฐ
ราคาเริ่มต้น GT63
176,550 ดอลลาร์สหรัฐ
กำลังไฟชาร์จสูงสุด
600 กิโลวัตต์
กำลังรวมสูงสุด GT63
1153 แรงม้า
ชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์
11 นาที
ความจุแบตเตอรี่
106 กิโลวัตต์ชั่วโมง
แรงบิดรวมสูงสุด GT63
1475 lb-ft
เวลาเร่งถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมง (ค่าประมาณ)
2.0 วินาที
ฐานล้อ
119.7 นิ้ว
ความยาวตัวถัง
200.6 นิ้ว
น้ำหนักรถ (ค่าประมาณ)
5300 ถึง 5500 ปอนด์

Mercedes-AMG เปิดตัวรถทรงคูเป้สี่ประตูรุ่นปี 2027 ที่มีให้เลือกสองรุ่นคือ GT55 และ GT63 ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากการทดลองขับของนิตยสาร Car and Driver ในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ผู้ทดสอบระบุว่ารถทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้ารวมสามตัว และเน้นทั้งสมรรถนะการเร่งและความสามารถในการชาร์จ

ความเร็วในการชาร์จ

จุดที่ผู้ทดสอบให้ความสนใจมากที่สุดคือกำลังไฟชาร์จสูงสุดซึ่งอยู่ที่ 600 กิโลวัตต์ ทาง Mercedes ระบุว่าการชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาเพียง 11 นาที ในการสาธิตที่ผู้ทดสอบได้เข้าร่วม รถยังคงรับกำลังไฟอยู่ที่ 259 กิโลวัตต์ เมื่อแบตเตอรี่อยู่ที่ 78 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม เครื่องชาร์จที่ให้กำลังถึง 600 กิโลวัตต์ยังหาได้ยากในสหรัฐอเมริกา ผู้ทดสอบระบุว่าในยุโรปเครื่องชาร์จกระแสตรงกำลังสูงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ส่วนรถทั้งสองรุ่นก็สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องชาร์จที่ให้กำลังสูงสุด 350 กิโลวัตต์ได้นานกว่ารถไฟฟ้าที่มีกำลังชาร์จสูงสุด 350 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมหัวชาร์จมาตรฐาน NACS ในตลาดอเมริกา

ระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่มีขนาด 106 กิโลวัตต์ชั่วโมง ประกอบด้วยเซลล์ 2660 เซลล์ที่จัดเรียงเป็น 18 โมดูล และระบายความร้อนด้วยน้ำมัน ผู้ทดสอบอธิบายว่าความร้อนสะสมมากที่สุดบริเวณขั้วเซลล์ระหว่างการชาร์จ ระบบจึงออกแบบให้วงจรหล่อเย็นเน้นบริเวณนี้ก่อน ทำให้เพิ่มกำลังไฟเข้าแบตเตอรี่ได้โดยไม่กระทบเซลล์ อุณหภูมิทั่วทั้งชุดแบตเตอรี่ถูกควบคุมให้อยู่ในช่วงประมาณ 9 องศา วิศวกรของ Mercedes ระบุว่าแนวคิดนี้ยืมมาจากเทคโนโลยีของฟอร์มูลาวัน

ระยะทางวิ่ง

ค่าระยะทางอย่างเป็นทางการจาก EPA ยังไม่ได้ประกาศ ผู้ทดสอบคาดว่าทั้ง GT55 และ GT63 น่าจะวิ่งได้เกิน 300 ไมล์ในการตั้งค่าที่ให้ระยะไกลที่สุด ส่วนค่าประมาณของ Car and Driver ระบุไว้ที่ 314 ถึง 325 ไมล์ รถมีชิ้นส่วนแอโรไดนามิกแบบปรับได้ เช่น แผงด้านหน้าที่ซ่อนอยู่และตัวกระจายแรงด้านท้ายที่ยืดออกได้ ซึ่งช่วยลดแรงต้านอากาศเมื่อต้องการประหยัดพลังงาน

ช่วงล่างและโครงสร้างนิรภัย

GT63 ติดตั้งระบบกันโคลงแบบไฮดรอลิกและถุงลมอากาศ โดยโครงสร้างช่วงล่างเป็นอลูมิเนียมทั้งหมด ยกเว้นแขนปีกนกหลังด้านบนสองชิ้นที่ทำจากเหล็กปั๊มขึ้นรูป ส่วน GT55 ใช้เหล็กกันโคลงแบบธรรมดาแทน ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังที่หมุนได้สูงสุด 6 องศาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของทั้งสองรุ่น

อีกจุดที่น่าสนใจคือการใช้เส้นใยอะรามิดในโครงสร้างรับแรงชน เส้นใยนี้เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่รู้จักกันจากเสื้อกันกระสุน ทีม AMG นำเชือกอะรามิดไปพาดกับรางตามยาวของแชสซี หากรถชนเสาหรือต้นไม้ เชือกจะถ่ายแรงไปยังแชสซี และรางจะยุบตัวเข้าด้านในเล็กน้อย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้แรงกระแทกไปถึงมอเตอร์ด้านหน้า

ฝากระโปรงหน้าหรือ Frunk ของรุ่นนี้ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ยึดติดกับแชสซีโดยตรง และช่วยเพิ่มความแข็งแรงบิดของส่วนหน้าได้ 35 เปอร์เซ็นต์ ความจุมีจำกัด เหมาะสำหรับเก็บสายชาร์จหรือของเล็กน้อย

การขับขี่

ชุดปุ่มควบคุมสามปุ่มชื่อ Race Engineer อยู่บนคอนโซลกลาง ประกอบด้วยปุ่ม Response, Agility และ Traction ซึ่งมีผลต่อการตอบสนองของคันเร่ง การแบ่งแรงบิดระหว่างล้อหน้าและหลัง และการควบคุมการยึดเกาะ ปุ่มบางตัวทำงานเฉพาะในโหมด Sport, Sport+ และ Race เมื่อปิดระบบควบคุมเสถียรภาพ ในโหมด Sport+ จะมีเสียงสังเคราะห์ของเครื่องยนต์ V8 ซึ่งอ้างอิงจากรุ่น AMG GT R รุ่นก่อนหน้า

ในการใช้งานในเมือง GT55 ให้กำลังสูงสุด 557 แรงม้า และ GT63 ให้ 711 แรงม้า เมื่อเปลี่ยนไปโหมด Race หรือเปิดโหมดบูสต์ รถจะปลดปล่อยกำลังเต็มได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ซึ่งโหมดบูสต์มีระยะเวลาจำกัดที่ 55 วินาทีสำหรับ GT55 และ 63 วินาทีสำหรับ GT63

ราคาและการวางขาย

ตามข้อมูลของ Car and Driver GT55 มีราคาเริ่มต้นที่ 146,550 ดอลลาร์สหรัฐ และจะวางขายในช่วงปลายปีนี้ ส่วน GT63 มีราคาเริ่มต้นที่ 176,550 ดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเข้าสู่ตัวแทนจำหน่ายในปีหน้า ผู้ทดสอบระบุว่าราคาของทั้งสองรุ่นต่ำกว่า Porsche Taycan GTS และ Taycan Turbo ตามลำดับ

ข้อมูลที่ยังไม่ครบ

บทความต้นทางยังไม่มีการเปรียบเทียบเชิงลึกกับรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงรุ่นอื่น และไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือกำหนดการเข้าสู่ตลาดประเทศไทย ค่าระยะทางอย่างเป็นทางการจาก EPA ก็ยังไม่ได้เผยแพร่ ผู้อ่านควรรอข้อมูลจากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ

ที่มา: Car and Driver

ข่าวล่าสุด