เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ

ผู้บริหารตรีเพชรอีซูซุเซลส์ย้ำแผนลงทุน 5 ปีมูลค่า 32,000 ล้านบาท พร้อมเสนอให้รัฐช่วยกระตุ้นตลาดรถปิกอัพ

24 ต.ค. 2569, 20:13 น.

อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ รูปที่ 1
อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ รูปที่ 2
อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ รูปที่ 3
อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ รูปที่ 4
อีซูซุยืนยันแผนลงทุน 32,000 ล้านบาทใน 5 ปี ขอรัฐหนุนตลาดปิกอัพ รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Haysnawri10 / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
32,000ล้านบาทแผนลงทุนระยะ 5 ปี (2567-2571)
52,829คันยอดขาย 9 เดือนแรก
70,400คันเป้าหมายยอดขายทั้งปี
15,000ล้านบาทการลงทุนที่เริ่มไปแล้ว (ตั้งแต่เมษายน 2567)
สเปกทั้งหมด
แผนลงทุนระยะ 5 ปี (2567-2571)
32,000 ล้านบาท
ยอดขาย 9 เดือนแรก
52,829 คัน
เป้าหมายยอดขายทั้งปี
70,400 คัน
การลงทุนที่เริ่มไปแล้ว (ตั้งแต่เมษายน 2567)
15,000 ล้านบาท
ยอดขาย 9 เดือนแรกเทียบปีก่อน
-1.3 %
เป้าหมายทั้งปีเทียบปีก่อน
-4 %
การเติบโตตลาดรถยนต์รวม 9 เดือนแรก
18 %
สัดส่วนยอดขายเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร
83 %
สัดส่วนยอดขายเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร
17 %
ส่วนต่างราคารุ่น 2.2 Biturbo
42,000 บาท
คาดการณ์ตลาดรถยนต์รวมปีนี้
700,000 คัน
สัดส่วนรถปิกอัพในตลาดรวม
20 %
Local Content
90 % ขึ้นไป

ผู้บริหารของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 โดยย้ำแผนการลงทุนของอีซูซุในช่วงเวลา 5 ปี และขอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยส่งเสริมตลาดรถปิกอัพ บทสรุปการสัมภาษณ์เผยแพร่ในวันที่ 24 ตุลาคม 2569

ภาพรวมยอดขายและเป้าหมายปีนี้

ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี ตลาดรถยนต์รวมในประเทศไทยขยายตัวราว 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแรงหนุนหลักมาจากกลุ่มรถ SUV ส่วนตลาดรถกระบะทรงตัวอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อีซูซุมียอดขายรวม 52,829 คันในช่วงเก้าเดือนแรก ลดลง 1.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับทั้งปี บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 70,400 คัน ซึ่งลดลงประมาณ 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขนี้รวมทั้งรถปิกอัพและรถ PPV/LCV ทุกขนาด รวมถึงรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo บริษัทระบุว่าไม่ได้ตั้งเป้าหมายยอดขายแยกตามรุ่นย่อยอย่างเป็นทางการ เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นหลัก

ผู้บริหารยังชี้ว่าปัจจัยกดดันสำคัญคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาพลังงานทุกประเภทปรับขึ้น และกระทบกำลังซื้อของลูกค้าโดยตรง เนื่องจากสถานการณ์ยังผันผวนมาก บริษัทจึงยังไม่สามารถคาดการณ์เป้าหมายยอดขายของปีหน้าได้อย่างชัดเจน

ข้อเสนอถึงภาครัฐ

อีซูซุขอบคุณรัฐบาลสำหรับมาตรการที่ผ่านมา เช่น มาตรการผ่าน บสย. และโครงการ Trade-in แต่เสนอให้มีมาตรการเร่งด่วนที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการซื้อรถได้จริง โดยยกตัวอย่างแนวคิดคล้ายโครงการชิมช็อปใช้ เช่น ให้ยอดเงินที่ใช้ซื้อรถปิกอัพ ตัวอย่างเช่น 100,000 บาท สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ บริษัทระบุว่าข้อเสนอนี้มุ่งสนับสนุนผู้ที่ต้องการใช้ปิกอัพและอยู่ในระบบภาษีโดยตรง

ในประเด็นการเลื่อนประกาศปรับอัตราภาษีสรรพสามิตนำเข้าใหม่ของกระทรวงการคลัง ผู้บริหารไม่ได้ตอบเรื่องตัวเลขอัตราภาษี แต่ระบุว่าอยากให้มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศและการจ้างงานในประเทศ พร้อมต้องการความเป็นธรรมทางภาษีระหว่างรถที่ผลิตในไทยกับรถนำเข้า บริษัทยังระบุว่าชิ้นส่วนภายในประเทศ หรือ Local Content ของรถปิกอัพมีสัดส่วนสูงเกิน 90%

เครื่องยนต์ใหม่และแนวทางรุ่นย่อย

อีซูซุเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรรุ่นใหม่ และคาดหวังว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าในหลายระดับ สำหรับเครื่องยนต์ 2.2 Biturbo บริษัทเริ่มทำตลาดในรุ่น RS, V-Cross และ Hi-Lander ก่อน เพราะมุ่งลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ราคาที่เพิ่มขึ้นประมาณ 42,000 บาทไม่ได้มาจากต้นทุนเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการปรับอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกและภายในของแต่ละรุ่น ผู้บริหารจึงระบุว่าไม่ควรสรุปว่ารุ่นอื่นในอนาคตจะปรับราคาขึ้นเท่ากัน

สัดส่วนยอดขายปัจจุบัน เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรแบบธรรมดามีประมาณ 83% ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรมีประมาณ 17% เครื่องยนต์ 2.2 Biturbo เพิ่งเปิดตัว จึงยังอยู่ระหว่างประเมินการตอบรับ ด้านเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร บริษัทหยุดผลิตเพื่อจำหน่ายในไทยตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อเครื่องยนต์ 2.2 เกือบทั้งหมด ตลาดไทยจึงมีเครื่องยนต์ 3 แบบ ได้แก่ 2.2, 2.2 Biturbo และ 3.0 Ddi MAXFORCE

เกี่ยวกับการนำรถรุ่น Trooper กลับมาทำตลาด ผู้บริหารรับทราบว่ารถรุ่นนี้ได้รับความนิยมมาก แต่บริษัทเพิ่งเปิดตัว MU-X 2.2 Biturbo จึงจะประเมินการตอบรับของลูกค้าสักระยะก่อนพิจารณาอีกครั้ง ส่วนแผนส่งออกของ 2.2 Biturbo บริษัทระบุว่ามีแผนส่งออกแน่นอน แต่ช่วงเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละตลาด

ตลาดปิกอัพที่หดตัวและสาเหตุ

บริษัทคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์รวมทุกยี่ห้อในไทยปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 700,000 คัน ขณะที่สัดส่วนรถปิกอัพในตลาดรวมลดลงเหลือประมาณ 20% จากเดิมที่เคยอยู่ระหว่าง 30-40% ผู้บริหารให้เหตุผลว่า กลุ่มลูกค้าหลักอย่างเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้า และพนักงานโรงงาน เผชิญภาระหนี้ครัวเรือนสูง และต้องเผชิญเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ขณะที่รถนั่งและ SUV มีราคาถูกลงและตัวเลือกหลากหลายขึ้น บริษัทยืนยันว่าลูกค้ากลุ่มหลักยังไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปจากปิกอัพ และกำลังซื้อจะกลับมาหากสถานการณ์หนี้และสินเชื่อผ่อนคลายลง

เมื่อถามถึงการเน้นตลาดรถระดับบน ผู้บริหารตอบว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อยังผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ และอีซูซุเลือกอุปกรณ์ออปชันให้เหมาะกับลูกค้า หากตลาดต้องการอุปกรณ์เพิ่ม บริษัทพร้อมติดตั้งเพิ่มเติมให้ เพราะการใส่อุปกรณ์มากเกินไปจะกระทบราคา

รถปิกอัพไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก

สำหรับรถปิกอัพไฟฟ้า อีซูซุระบุว่าตลาดไทยยังนิยมรถดีเซลเป็นหลัก บริษัทยังเชื่อมั่นในเครื่องยนต์ดีเซลและพัฒนาให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น รองรับน้ำมัน B20 ด้านรถบรรทุกไฟฟ้าขนาด 2 ตัน อีซูซุทดลองการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ร่วมกับลูกค้าในการใช้งานจริงในไทย แต่ยังไม่กำหนดวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ส่วนรถปิกอัพไฟฟ้าจะจำหน่ายเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ขณะที่บางประเทศในทวีปยุโรปตอบรับรถรุ่นนี้ดีกว่า

ระบบความปลอดภัยและการลงทุน

เกี่ยวกับระบบความปลอดภัย ADAS ในรถรุ่นล่าง อีซูซุระบุว่าเมื่อเทียบรุ่นต่อรุ่นแล้วไม่ได้ด้อยกว่าคู่แข่ง และติดตั้งระบบอย่าง ESC และ BA มาก่อนหน้านี้ การเลือกใส่ออปชันขึ้นอยู่กับกำลังซื้อและความต้องการของลูกค้าแต่ละระดับ

ด้านการลงทุน อีซูซุมีแผนลงทุนระยะ 5 ปี ระหว่างปี 2567 ถึง 2571 มูลค่ารวม 32,000 ล้านบาท โดยเริ่มลงทุนไปแล้ว 15,000 ล้านบาทตั้งแต่เมษายน 2567 และยังคงเน้นการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศที่สูงกว่า 90% เป็นหลักต่อไป

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด