เกียร์ว่าง
รถใหม่

BMW 7-Series 2027 รุ่นใหม่ ปรับดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน มีทั้งเครื่องยนต์สันดาปและไฟฟ้า

BMW 7-Series 2027 ผ่านการปรับโฉมครั้งใหญ่ มีรุ่น 740 เครื่องยนต์สันดาป และรุ่นไฟฟ้า i7 พร้อมข้อมูลราคาและสมรรถนะที่รายงานไว้

25 ต.ค. 2569, 16:10 น.

101,350USDราคาเริ่มต้น 740
126,250USDราคาเริ่มต้น i7 60 xDrive
394hpกำลังสูงสุด 740
536hpกำลังสูงสุด i7 60
สเปกทั้งหมด
ราคาเริ่มต้น 740
101,350 USD
ราคาเริ่มต้น i7 60 xDrive
126,250 USD
กำลังสูงสุด 740
394 hp
กำลังสูงสุด i7 60
536 hp
ความจุแบตเตอรี่ใช้งานได้ i7
112.5 kWh
ชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ i7 60
28 นาที
ระยะทาง i7 60 ตามที่ BMW อ้าง
มากกว่า 350 ไมล์
ความเร็วสูงสุด 740 xDrive
155 mph

BMW เปิดเผยรายละเอียดของ 7-Series ปี 2027 ซึ่งเป็นการปรับโฉมระหว่างรอบการผลิตรุ่นที่เจ็ด รถซีดานหรูคันนี้มีทั้งเวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาปและเวอร์ชันไฟฟ้า i7 โดยรายงานจากผู้ทดสอบของ Car and Driver ระบุว่าทั้งสองแบบแทบไม่ต่างกันเมื่อขับจริง

ดีไซน์ภายนอก

ด้านหน้าของรุ่นใหม่มีกระจังหน้าขนาดใหญ่และไฟหน้าแบบคริสตัลที่ออกแบบให้ดูดุดัน ฝากระโปรงมีลักษณะนูนสองแนว ผู้ทดสอบเปรียบเทียบว่าให้ความรู้สึกคล้ายสัตว์นักล่า แต่เมื่อโดนแสงแดด รถกลับดูสดใสขึ้น และหากเลือกออปชันกระจังหน้าเรืองแสงได้ ตัวรถจะดูเล็กลงเล็กน้อย ตัวเลือกสีมีทั้งแบบด้านและแบบสองโทน ส่วนล้อมีตั้งแต่ขนาดมาตรฐาน 20 นิ้ว ไปจนถึงขนาด 21 นิ้วหลายดีไซน์

ด้านหลังมีไฟท้ายสองแถวที่ทอดยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ท่อไอเสียของรุ่นเครื่องยนต์สันดาปถูกซ่อนไว้ ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ BMW ที่ต้องการให้รุ่นสันดาปและรุ่นไฟฟ้ามีหน้าตาคล้ายกันมาก ส่วนรุ่น M760 ที่เพิ่งเปิดตัวจะมีท่อไอเสียที่มองเห็นได้

ตัวเลือกเครื่องยนต์

รุ่น 740 ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3.0 ลิตร แบบ 6 สูบเรียง พร้อมระบบไฮบริด 48 โวลต์ ให้กำลัง 394 แรงม้า มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive เป็นออปชัน โดย BMW ระบุว่าเวอร์ชันนี้ทำความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในไม่ถึง 5 วินาที และความเร็วสูงสุดถูกจำกัดที่ 155 ไมล์ต่อชั่วโมง

รุ่น 750e เป็นปลั๊กอินไฮบริด ให้กำลังรวม 483 แรงม้า มาพร้อม xDrive เป็นมาตรฐาน BMW อ้างว่าทำความเร็วจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในราว 4.6 วินาที ส่วนเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบ 4.4 ลิตรที่จะตามมาในรุ่น M760 ยังไม่มีให้ทดลองขับในขณะนั้น

ฝั่งไฟฟ้ามีสองรุ่นคือ i7 50 ให้กำลัง 449 แรงม้า และ i7 60 ให้กำลัง 536 แรงม้า ทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์สองตัวและขับเคลื่อนสี่ล้อ

แบตเตอรี่และระยะทาง

รุ่นไฟฟ้า i7 ปี 2027 ใช้แบตเตอรี่ที่ประกอบจากเซลล์ทรงกระบอก ซึ่ง BMW เคยใช้ในรุ่น iX3 มาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน ทำให้ความจุที่ใช้งานได้เพิ่มจาก 101.7 kWh เป็น 112.5 kWh BMW อ้างว่าช่วยให้วิ่งได้ไกลขึ้นและชาร์จได้เร็วขึ้น โดย i7 60 วิ่งได้มากกว่า 350 ไมล์ และชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 28 นาทีผ่านหัวชาร์จกระแสตรง ตัวเลขระยะทางตามมาตรฐาน EPA ของ i7 50 และ i7 60 อยู่ที่ 344 ถึง 373 ไมล์

ราคา

ราคาเริ่มต้นที่ระบุไว้คือ $101,350 สำหรับรุ่น 740 และ $126,250 สำหรับ i7 60 xDrive ส่วน 740 xDrive อยู่ที่ $104,350 และ i7 50 xDrive อยู่ที่ $107,750 อย่างไรก็ตาม ผู้ทดสอบระบุราคาของรถที่ใช้ทดลองขับในลักษณะอื่น โดยรุ่น 740 ที่ขับออกจากตัวแทนได้อยู่ที่ $139,000 และรถ i7 60 ที่ใช้ทดสอบมีราคาสูงกว่าราคาเริ่มต้นมาก บทความไม่ได้อธิบายรายละเอียดของส่วนต่างนี้อย่างชัดเจน จึงควรพิจารณาตัวเลขเหล่านี้ประกอบกับราคาจากผู้ผลิต

ห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารมีการติดตั้งจอแสดงผลหลายจุด ทั้งจอฉายข้อมูลสีเต็มความกว้างที่โคนกระจกหน้า จอสัมผัสตรงกลางแดชบอร์ด จอสัมผัสบนแผงประตู และจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า วัสดุหุ้มเป็นหนังเย็บลาย ปุ่มควบคุมบางส่วนทำจากแก้วเหลี่ยม และมีแสงไฟจากวัสดุโปร่งแสง เบาะหลังปรับเอนได้และมีจอขนาดใหญ่แบบพับลงได้เป็นออปชัน ส่วนฟังก์ชันนวดเบาะหน้ามาตรฐานอยู่แล้ว

ผู้ทดสอบระบุว่าการใช้งานต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควร โดยเฉพาะการรับข้อมูลจากหน้าจอหลายจุด นอกจากนี้ รถมีระบบตรวจจับทิศทางการมองของคนขับ และจะปิดการแสดงผลบนจอผู้โดยสารเมื่อพบว่าคนขับกำลังมองไปทางนั้น

การขับขี่

ผู้ทดสอบขับทั้งรุ่น 740 แบบขับเคลื่อนล้อหลังและ i7 60 xDrive พบว่าสมรรถนะใกล้เคียงกัน รถมีระบบกันสะเทือนแบบลมมาตรฐาน โช้กอัพปรับได้ และระบบล้อหลังช่วยเลี้ยว ทำให้การเข้าโค้งและเปลี่ยนเลนมั่นคง พวงมาลัยอาจไม่ให้ความรู้สึกคมชัดนัก แต่คาดเดาการตอบสนองได้ดี เหมาะกับการใช้งานเป็นรถโดยสารระยะไกล

ข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจน

แหล่งข้อมูลที่ใช้ในข่าวนี้เป็นการรายงานจากสื่อต่างประเทศและข้อมูลตามตลาดสหรัฐอเมริกา จึงยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องการวางจำหน่ายในประเทศไทย ราคาและออปชันในไทยอาจแตกต่างออกไป ผู้อ่านควรติดตามประกาศจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ที่มา: Car and Driver

ข่าวล่าสุด