เกียร์ว่าง
รถใหม่

Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย

ฮุนไดนำ STARIA Hybrid รถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดสั่งตรงจากเกาหลีเข้าทำตลาดไทย รุ่น Modern ราคา 2,099,000 บาท รุ่น Premium ราคา 2,399,000 บาท

24 ต.ค. 2569, 15:50 น.

Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย รูปที่ 1
Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย รูปที่ 2
Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย รูปที่ 3
Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย รูปที่ 4
Hyundai STARIA Hybrid นำเข้าจากเกาหลี รีวิวรถตู้ 11 ที่นั่งฟูลไฮบริดคันแรกในไทย รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Alexander Migl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
2,099,000บาทราคารุ่น Modern
2,399,000บาทราคารุ่น Premium
242แรงม้ากำลังสูงสุดระบบไฮบริด
14 ถึง 15กม./ลิตรอัตราการใช้น้ำมันจากการทดสอบ
สเปกทั้งหมด
ราคารุ่น Modern
2,099,000 บาท
ราคารุ่น Premium
2,399,000 บาท
กำลังสูงสุดระบบไฮบริด
242 แรงม้า
อัตราการใช้น้ำมันจากการทดสอบ
14 ถึง 15 กม./ลิตร
แรงบิดสูงสุด
367 นิวตันเมตร
ความจุแบตเตอรี่
1.49 kWh
กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า
72 แรงม้า
ความยาวตัวรถ
5.25 เมตร
จำนวนที่นั่ง
11 ที่นั่ง
อัตราภาษีนำเข้า
32 %

ช่วงนี้ตลาดรถยนต์ไทยมีรถจากหลายแหล่งผลิตเข้ามามากขึ้น ทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านและเกาหลีใต้ ล่าสุดฮุนไดนำ Hyundai STARIA Hybrid เข้ามาทำตลาด โดยสั่งตรงจากเกาหลี และมุ่งกลุ่มครอบครัวขนาดใหญ่เป็นหลัก ก่อนหน้านี้ไทยเพิ่งเปิดโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ 5 ที่บางปู จังหวัดสมุทรปราการ

สำหรับ STARIA รุ่นดีเซลที่ใช้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเทอร์โบ นำเข้าจากมาเลเซีย มีราคาอยู่ราวหนึ่งล้านกลางๆ ส่วนรุ่นไฮบริดมีราคาสูงกว่า 2 ล้านบาท ตัวรถเป็นรถตู้ 11 ที่นั่ง และเป็นรถฟูลไฮบริดรุ่นแรกที่ทำตลาดในไทย การนำเข้าต้องเสียภาษีนำเข้า 32% แต่ไม่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต และจดทะเบียนเป็นป้ายขาวตัวอักษรสีฟ้า หรือ รย.2

ราคาและอุปกรณ์

รุ่น Modern มีราคา 2,099,000 บาท ส่วนรุ่น Premium มีราคา 2,399,000 บาท ส่วนต่างระหว่างสองรุ่นอยู่ที่ 3 แสนบาท รุ่น Premium เพิ่มไฟหน้า LED แบบโปรเจกเตอร์ควบคุมลำแสง และตกแต่งภายในให้ดูหรูขึ้น ทั้งพวงมาลัย แดชบอร์ด และเพดานที่มีไฟแอมเบียนต์ 64 เฉดสี นอกจากนี้ยังมีที่ชาร์จไร้สาย ระบบเสียง BOSE ลำโพง 12 ตัว และเบาะคู่หน้าที่มีทั้งระบบอุ่นและระบายความเย็น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบสองสี

จอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วมี 2 จอ รองรับ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย ประตูสไลด์ไฟฟ้าสองฝั่งและประตูท้ายไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งสองรุ่น

ความสบายในการขับขี่

เบาะแถวที่สองและช่วงล่างของ STARIA Hybrid ไม่ได้นุ่มนวลเท่ารถตู้ 7 ที่นั่งของแบรนด์จีนตระกูลเลข 9 แต่เมื่อเทียบกับรถตู้ 11 ที่นั่งของโตโยต้าแล้ว ถือว่าดูดซับแรงสะเทือนจากพื้นถนนได้ดีและนั่งสบายในระดับที่ยอมรับได้ ส่วนรุ่นดีเซลมีการปรับโช้คอัพและเปลี่ยนบูชยางรองตัวถังใหม่ ทำให้ช่วงล่างลงตัวสำหรับการเดินทางไกลมากขึ้น

ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ และผู้ทดสอบรู้สึกว่าเสียงลมที่ปะทะตัวรถขณะวิ่งที่ความเร็ว 100 กม./ชม. มีน้อยมาก ทั้งที่รถมีความยาว 5.25 เมตรและทรงสูง ที่นั่งแถวสองปรับโครงสร้างฟองน้ำใหม่ มีหมอนรองศีรษะและสามารถพับที่นั่งตรงกลางเป็นที่วางแก้วน้ำหรือที่เท้าแขนได้

ขุมพลังและอัตราการใช้น้ำมัน

STARIA Hybrid ใช้ขุมพลังชุดเดียวกับ Santa Fe ไฮบริด คือเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.6 ลิตรเทอร์โบแบบดายเรกอินเจกชัน ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 242 แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ส่งแรงขับไปยังล้อหน้า แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมีความจุ 1.49 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 72 แรงม้า ระบบเน้นการทำงานแบบพาราเรลเป็นหลัก

ผู้ทดสอบระบุว่ารถใหญ่แต่ไม่อุ้ยอ้าย และอัตราเร่งช่วงความเร็วกลางก็ยังแซงรถบรรทุกสิบล้อได้สบาย ในการทดสอบอัตราการใช้น้ำมัน มีผู้โดยสาร 2 คนและไม่มีสัมภาระ วิ่งจากมีนบุรีไปสระบุรีบางส่วนผ่านทางหลวงหมายเลข 6 ได้ตัวเลขประมาณ 14 ถึง 15 กม./ลิตร ซึ่งเป็นผลจากการทดสอบเส้นทางเดียวเท่านั้น

มุมมองด้านตลาด

ผู้เขียนระบุว่า STARIA Hybrid มีจุดแข็งด้านสมรรถนะและความสะดวกสบายในกลุ่มรถตู้ของตัวเอง แต่ตลาดในปัจจุบันมีรถจีนเข้ามาแข่งขันจำนวนมาก ทำให้การแข่งขันอาจยากขึ้น ฮุนไดได้วางรากฐานการทำตลาดในไทยมาตั้งแต่ยุครถตู้ H1 และปัจจุบันมีรถหลายรุ่นหลายขุมพลังให้เลือก

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด