เกียร์ว่าง
เทคโนโลยี

GM ร่วมพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนกับ Peak Energy สำหรับกักเก็บพลังงานระบบโครงข่ายไฟฟ้า

จีเอ็มร่วมมือ Peak Energy พัฒนาเซลล์โซเดียมไอออนรุ่นใหม่ เน้นใช้กับระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้า พร้อมตัวเลขที่บริษัทระบุ

26 ต.ค. 2569, 08:08 น.

20%ลดต้นทุนการกักเก็บพลังงานเมื่อเทียบกับระบบทั่วไป
มากกว่า 99%เวลาทำงานของระบบ
สูงสุด 2terawatt-hoursการสูญเสียพลังงานแบตเตอรี่ที่อาจลดได้ต่อปี (สหรัฐอเมริกา)
สเปกทั้งหมด
ลดต้นทุนการกักเก็บพลังงานเมื่อเทียบกับระบบทั่วไป
20 %
เวลาทำงานของระบบ
มากกว่า 99 %
การสูญเสียพลังงานแบตเตอรี่ที่อาจลดได้ต่อปี (สหรัฐอเมริกา)
สูงสุด 2 terawatt-hours
เงินระดมทุนรอบซีรีส์ B
$108 million
คำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิม
มากกว่า $1 billion

จีเอ็ม (GM) ประกาศความร่วมมือกับบริษัท Peak Energy เพื่อพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่โซเดียมไอออนรุ่นถัดไป โดยเซลล์ชุดนี้ไม่ได้มุ่งใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า แต่ถูกออกแบบสำหรับโครงการกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า ทาง GM Ventures ยังเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัท Peak Energy ด้วย

ภายใต้ความร่วมมือ จีเอ็มจะพัฒนาเซลล์โซเดียมไอออนในห้องทดลองด้านแบตเตอรี่ที่รัฐมิชิแกน และยังคงสิทธิ์พิเศษในการผลิตไว้กับตัวเอง ส่วน Peak Energy จะนำเซลล์เหล่านี้ไปประกอบเข้ากับระบบจัดเก็บพลังงานของตนขณะที่เร่งขยายกำลังการผลิตในสหรัฐอเมริกา

เหตุผลที่เลือกโซเดียมไอออน

ตลาดระบบกักเก็บพลังงานกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ให้บริการไฟฟ้าเพิ่มการติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงขึ้น และการขยายตัวของศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ปัจจุบันตลาดนี้ถูกครอบงำโดยแบตเตอรี่ลิเธียมเหล็กฟอสเฟต (LFP)

Peak Energy เชื่อว่าแบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าสำหรับงานด้านโครงข่ายไฟฟ้า ซึ่งให้ความสำคัญกับต้นทุน ความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยมากกว่าความหนาแน่นพลังงาน จุดเด่นสำคัญของบริษัทคือระบบกักเก็บพลังงานแบบระบายความร้อนโดยธรรมชาติ ซึ่งต่างจากระบบ LFP ทั่วไปที่ต้องอาศัยอุปกรณ์ระบายความร้อนแบบแอคทีฟเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับปลอดภัย

ผู้บริหารของ GM ระบุว่า การเลือกประเภทแบตเตอรี่ควรขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน และสำหรับการกักเก็บพลังงานแบบนิ่งขนาดโครงข่ายไฟฟ้า โซเดียมไอออนคือตัวเลือกที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม จีเอ็มยังชี้ว่าความหนาแน่นพลังงานของโซเดียมไอออนต่ำเกินไปสำหรับการใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า จึงไม่มีแผนพัฒนาเซลล์ชนิดนี้เพื่อใช้ในรถ

ตัวเลขที่บริษัทอ้าง

ตามข้อมูลของบริษัท Peak Energy ระบบโซเดียมไอออนของตนสามารถลดต้นทุนการกักเก็บพลังงานลง 20% เมื่อเทียบกับระบบทั่วไป พร้อมให้เวลาทำงานมากกว่า 99% นอกจากนี้ บริษัทประเมินว่าหากเปลี่ยนระบบกักเก็บ LFP แบบเดิมในสหรัฐอเมริกามาใช้เทคโนโลยีระบายความร้อนแบบของตน อาจลดการสูญเสียพลังงานจากแบตเตอรี่ลงได้สูงสุด 2 terawatt-hours ต่อปี ซึ่งบริษัทเปรียบเทียบว่าเท่ากับปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ได้ตลอดหนึ่งปีของเมืองขนาดกลางหนึ่งเมือง

ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัทให้ไว้เอง และยังไม่มีการเผยแพร่ผลทดสอบอิสระในแหล่งข่าวที่ใช้เรียบเรียงบทความนี้

การระดมทุนและแผนขยายกิจการ

ในการอัปเดตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2026 มีรายงานว่า Peak Energy ระดมทุนรอบซีรีส์ B ได้ 108 ล้านดอลลาร์ (ตามที่ระบุไว้ว่า $108 million) โดยมี GM Ventures เป็นผู้นำการลงทุน และมี LG Technology Ventures กับนักลงทุนรายอื่นร่วมด้วย การระดมทุนนี้ถูกระบุว่าได้รับความสนใจเกินกว่าวงเงินที่เปิดรับ

บริษัทวางแผนใช้เงินทุนดังกล่าวเพื่อขยายการผลิตในสหรัฐอเมริกา ดำเนินการตามคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมที่มีมูลค่ามากกว่า $1 billion และนำระบบกักเก็บพลังงานแบบระบายความร้อนโดยธรรมชาติไปสู่ตลาดศูนย์ข้อมูลที่ต้องการไฟฟ้าสูง

มุมมองต่ออนาคต

แบตเตอรี่โซเดียมไอออนยังคิดเป็นสัดส่วนไม่มากในตลาดแบตเตอรี่โลก แต่ความสนใจเพิ่มขึ้นเพราะวัสดุที่ใช้ผลิตหาได้ง่ายกว่าและมีต้นทุนต่ำกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ลิเธียมเป็นหลัก จีเอ็มและ Peak Energy กำลังเดิมพันว่าข้อได้เปรียบเหล่านี้จะทำให้โซเดียมไอออนน่าสนใจมากขึ้นสำหรับการกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ในอนาคต ส่วนความเป็นไปได้ในการนำมาใช้กับรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่อยู่ในแผนของจีเอ็มในตอนนี้

ที่มา: Electrek

ข่าวล่าสุด