FREELANDER 8 REEV 830 แรงม้า เริ่มส่งมอบให้ลูกค้าในจีน
FREELANDER 8 รุ่น REEV เริ่มส่งมอบล็อตแรกให้ลูกค้าในจีนตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม พร้อมสเปกกำลังรวม 830 แรงม้า และราคาเริ่มต้นตามที่แหล่งข่าวระบุ
24 ต.ค. 2569, 15:53 น.
สเปกทั้งหมด
- กำลังขับรวม
- 830 แรงม้า
- ความจุแบตเตอรี่
- 60.3 kWh
- ระยะวิ่งอีวีล้วน CLTC
- 310 กิโลเมตร
- อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.
- 4.6 วินาที
- แรงบิดรวม
- 813 นิวตันเมตร
- เครื่องยนต์เบนซินปั่นไฟ
- 1.5 ลิตร 143 แรงม้า
- ระยะวิ่งอีวีล้วน NEDC
- 299 กิโลเมตร
- กำลังชาร์จเร็วสูงสุด
- 350 kW
- ชาร์จ 20-80 เปอร์เซ็นต์
- 12 นาที
- ความยาว
- 5,118-5,185 มิลลิเมตร
- ความกว้าง
- 2,050 มิลลิเมตร
- ความสูง
- 1,898 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ
- 3,040 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ (Curb Weight)
- 2,980 กิโลกรัม
- ราคาขายเริ่มต้นในจีน
- 309,900-399,900 YUAN
FREELANDER เริ่มส่งมอบรถรุ่นแรกของแบรนด์อย่าง FREELANDER 8 ให้ลูกค้าในประเทศจีนที่สั่งจองไว้แล้ว โดยรุ่นที่นั่ง 5 ที่นั่งเริ่มส่งมอบตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ผู้ผลิตส่งมอบรุ่น 6 ที่นั่งไปแล้วเมื่อวันที่ 19 กันยายน รถรุ่นนี้ถูกอธิบายว่าเป็นเอสยูวีที่ผสมแนวคิดระหว่างอังกฤษและจีน
เมื่อเทียบกับ FREELANDER รุ่นก่อนหน้า ตัวรถมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้านหน้าใช้ไฟหน้า LED ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ควบคู่กับกระจังหน้าทึบที่มีตราอักษร FREELANDER และกันชนหน้าทรงแข็งแรง ส่วนหลังคามาพร้อมซันรูฟแบบพาโนรามา ตัวถังมีกระจกมองข้างทรงสปูนและมือจับประตูแบบยกก้าน ล้อมีขนาด 21 ถึง 22 นิ้ว ตัวรถใช้แพลตฟอร์ม iMax และยังมีกระจกมองหลังคู่ขนาดเล็กที่กลับมาอยู่ตำแหน่งเสา C และ D อีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ผลิตระบุว่าเป็นกลิ่นอายของรุ่นเดิม
ด้านขนาดตัวรถ แหล่งข่าวระบุความยาวไว้ที่ 5,118-5,185 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,050 มิลลิเมตร ความสูง 1,898 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,040 มิลลิเมตร น้ำหนักรถอยู่ที่ 2,980 กิโลกรัม ตามค่า Curb Weight ที่ระบุไว้
ภายในรถจัดเป็นสามแถวและหกที่นั่งในรูปแบบ 2+2+2 หุ้มหนัง NAPPA เบาะแถวที่สองเป็นแบบกัปตันซีทที่ปรับเอนได้ถึง 145 องศา มีฟังก์ชันนวด 16 จุด พร้อมระบบเบาะเย็นและเบาะอุ่นทั้งสองแถว นอกจากนี้ยังมีที่รองน่องปรับไฟฟ้า และโต๊ะพับขนาดเล็กด้านหลังเบาะคู่หน้า แถวที่สามมีพื้นที่เหนือศีรษะ 960 มิลลิเมตร และมีเบาะเย็นพร้อมเบาะอุ่นติดตั้งอยู่ในตัวเบาะ ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าเป็นครั้งแรกของโลก สำหรับผู้ที่ต้องการรุ่นห้าที่นั่ง ก็มีตัวเลือกนี้ให้เลือกเช่นกัน พร้อมตู้เย็นขนาดเล็ก 10 ลิตรที่ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6°C ถึง 50°C
ส่วนระบบเสียงใช้ลำโพง Harman Kardon จำนวน 23 จุด พร้อมกระจกกันเสียงสองชั้นและระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ห้องโดยสารยังมีพอร์ต USB Type-C และที่ชาร์จมือถือไร้สาย 2 ช่องกำลัง 50W หลังคากระจกแบบ Panoramic Glass มีขนาด 1.15 เมตร
ในส่วนของเทคโนโลยี คอนโซลหน้าใช้จอมาตรวัดความเร็วแบบยาวตลอดแผงขนาด 1.2 เมตรหรือ 46.3 นิ้ว รองรับความละเอียด 8K ตรงกลางมีจอสัมผัสขนาด 15.6 นิ้ว และมีจอบนเพดานขนาด 17.3 นิ้ว ตัวรถใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 8397 ซึ่งผู้ผลิตบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ติดตั้งชิปรุ่นนี้ ใช้ควบคุมแพลตฟอร์มรถยนต์แบบรวมศูนย์และระบบความบันเทิง ผู้ผลิตระบุว่าประสิทธิภาพ CPU สูงกว่ารุ่นเดิมถึง 3 เท่า และการประมวลผล AI หรือ NPU เร็วกว่า 12 เท่า พวงมาลัยมีปุ่มควบคุมแบบ Physical Controls ทั้งสำหรับโหมดการขับขี่และการปรับอากาศ
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ใช้ชุดซอฟต์แวร์ Qiankun Smart Driving ADS 5 จาก Huawei เป็นมาตรฐาน ส่วนระบบ LiDAR 896 เส้นเป็นออปชันเสริม
ด้านระบบขับเคลื่อน FREELANDER 8 ใช้แนวคิด REEV หรือระบบขยายระยะทางไฟฟ้า ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรกำลัง 143 แรงม้า ทำหน้าที่ปั่นไฟ คู่กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 60.3 kWh ที่พัฒนาร่วมกับ CATL มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้กำลังรวม 830 แรงม้า แรงบิดรวม 813 นิวตันเมตร และขับเคลื่อนสี่ล้อ ผู้ผลิตระบุอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 4.6 วินาที ระยะวิ่งในโหมดอีวีล้วนอยู่ที่ 310 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC หรือ 299 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จเร็วกระแสตรงสูงสุด 350 kW ชาร์จจาก 20 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 12 นาที
ช่วงล่างเป็นระบบถุงลมแบบ Dual-Chamber ปรับความสูงของตัวรถได้ ทำงานร่วมกับระบบ i-ATS ที่ผู้ผลิตบอกว่าเหมาะกับหลายสภาพถนน ตัวรถมีล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า 3 จุดและระบบจำลองล็อกเฟืองกลาง ระบบเบรกเป็นดิสก์ 4 ล้อ คาลิเปอร์ 6 ลูกสูบแบบตายตัว และจานเบรกขนาด 404 มิลลิเมตร ระยะเบรกระบุไว้ที่ 35.7 เมตร ส่วนระบบเลี้ยว 4 ล้อทำให้ล้อหลังเลี้ยวได้สูงสุด 10 องศา ช่วยลดรัศมีวงเลี้ยว และมีโหมด CRAB MODE ในเบื้องต้น
FREELANDER 8 มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีทอง สีบรอนซ์เงิน และสีม่วง รวมทั้งหมด 6 รุ่นย่อย แบ่งเป็นรุ่น PRO, MAX และ MAX+ ซึ่งแต่ละรุ่นมีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 6 ที่นั่ง
ด้านราคา แหล่งข่าวระบุว่าราคาขายในจีนเริ่มต้นที่ 309,900-399,900 YUAN หรือราว 1,524,000-1,965,000 บาท และมีราคาพิเศษช่วงแนะนำเริ่มต้นที่ 289,900-379,900 YUAN หรือราว 1,425,000-1,865,000 บาท สำหรับรุ่นห้าและหกที่นั่ง ตัวเลขเป็นไปตามที่แหล่งข่าวนำเสนอ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันจากผู้ผลิตในข่าวนี้
ข้อมูลทั้งหมดในข่าวนี้มาจากแหล่งข่าวด้านยานยนต์ที่อ้างอิงข้อมูลจาก CarNewsChina ทีมข่าว Gearwang จะติดตามความเคลื่อนไหวของ FREELANDER 8 และการเปิดตัวในตลาดอื่นต่อไป
ที่มา: Car2Day







