Ford Mustang Mach-E 2027 แบตเตอรี่ระยะไกลเป็นมาตรฐาน พร้อมรุ่น Trail ใหม่
Ford อัปเดต Mustang Mach-E ปี 2027 ให้แบตเตอรี่ Extended Range เป็นมาตรฐาน เพิ่มแพ็กเกจ Trail สำหรับการใช้งานกลางแจ้ง และปรับราคาเริ่มต้นตามรายงานของแหล่งข่าว
24 ต.ค. 2569, 20:16 น.
สเปกทั้งหมด
- ความจุแบตเตอรี่ รุ่น Select และ Premium
- 88 kWh
- ความจุแบตเตอรี่ รุ่น GT และ Rally
- 91 kWh
- ราคาเริ่มต้น Select RWD ก่อนค่าธรรมเนียม
- 39995 USD
- ราคารวมค่าธรรมเนียม Select RWD
- 42040 USD
- ราคาแพ็กเกจ Trail สำหรับ Select eAWD
- 2295 USD
- ระยะทางตามการประเมิน EPA รุ่น RWD ที่แบตเตอรี่ 88 kWh
- 320 miles
- กำลังชาร์จไฟกระแสตรงสูงสุด
- 150 kW
- ความสูงช่วงล่างเพิ่มขึ้น รุ่น Trail ล้อหน้า
- 10 mm
- ความสูงช่วงล่างเพิ่มขึ้น รุ่น Trail ล้อหลัง
- 15 mm
ฟอร์ดปรับปรุง Mustang Mach-E รุ่นปี 2027 หลายจุด จุดที่เด่นที่สุดคือแบตเตอรี่แบบ Extended Range ที่กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่วนรุ่นที่เพิ่มเข้ามาคือแพ็กเกจ Trail ซึ่งออกแบบมาสำหรับการใช้งานกลางแจ้งเบา ๆ ตามข้อมูลจากหลายแหล่งข่าว ฟอร์ดเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถรุ่นแรกในไตรมาสแรกของปี 2027
แบตเตอรี่ 88 kWh และ 91 kWh
รุ่น Select และ Premium ใช้แบตเตอรี่ความจุ 88 kWh ส่วนรุ่น GT และ Rally ใช้แบตเตอรี่ความจุ 91 kWh ก่อนหน้านี้ Mach-E ปี 2026 มีแบตเตอรี่มาตรฐานขนาดเล็กให้เลือก โดยแหล่งข่าวบางแห่งระบุความจุของแบตเตอรี่รุ่นนั้นเป็น 70 kWh ขณะที่อีกแห่งระบุเป็น 73 kWh จึงยังไม่ชัดเจนว่าตัวเลขใดถูกต้อง แหล่งข่าวทั้งหมดตรงกันว่าแบตเตอรี่ขนาดเล็กนั้นไม่ได้อยู่ในไลน์อัปของปี 2027 แล้ว
ระยะทางวิ่งที่แหล่งข่าวรายงาน
Electrek รายงานว่ารุ่นขับเคลื่อนล้อหลังที่ใช้แบตเตอรี่ 88 kWh มีระยะทางตามการประเมินของ EPA สูงสุด 320 ไมล์ ส่วนรุ่น eAWD ที่ใช้แบตเตอรี่เดียวกันอยู่ที่ 300 ไมล์ รุ่น GT อยู่ที่ 280 ไมล์ และรุ่น Rally อยู่ที่ 255 ไมล์ ขณะที่ Carscoops ระบุว่าฟอร์ดยังไม่ได้ประกาศตัวเลขระยะทางของปี 2027 และตัวเลขที่อ้างถึงเป็นค่าประเมินของปี 2026 ส่วน Car and Driver ทดสอบรุ่น Select RWD ปี 2026 และอ้างอิงค่า EPA ที่ 260 ไมล์ ซึ่งเป็นข้อมูลของรถคนละรุ่นปีกับที่เปิดตัวใหม่ ผู้อ่านควรรอตัวเลขทางการจากฟอร์ดหรือ EPA ก่อนตัดสินใจ
แพ็กเกจ Trail
Trail เป็นแพ็กเกจตัวเลือกสำหรับรุ่น Select eAWD ราคา 2,295 ดอลลาร์สหรัฐ โดยช่วงล่างได้รับการปรับให้ตัวรถสูงขึ้นจากรุ่นมาตรฐาน 10 มิลลิเมตรที่ล้อหน้า และ 15 มิลลิเมตรที่ล้อหลัง ตัวรถติดล้อ 19 นิ้วลาย High Gloss Dark Carbonized Gray จากรุ่น Rally พร้อมยาง Michelin CrossClimate 2 และใช้ชุดแร็กพวงมาลัยจากรุ่น Rally เช่นกัน รุ่น Trail มาพร้อมระบบจ่ายไฟ Pro Power Onboard กำลัง 400 วัตต์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ใช้สำหรับชาร์จอุปกรณ์ส่วนตัวหรือจ่ายไฟให้อุปกรณ์ตั้งแคมป์ได้ ฟอร์ดระบุว่าชุดปรับแต่งนี้ช่วยเพิ่มความสามารถบนพื้นกรวด ทราย และถนนดินแคบ รวมถึงช่วยเรื่องแรงยึดเกาะในฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม Headlightmag ระบุว่าแพ็กเกจนี้มุ่งเน้นเส้นทางออฟโรดเบา ๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการใช้งานหนักแบบรถลุยโดยเฉพาะ
ราคาจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
รุ่นพื้นฐาน Select RWD มีราคาเริ่มต้นที่ 39,995 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนค่าธรรมเนียมการจัดส่ง 2,045 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมค่าธรรมเนียมแล้วราคาอยู่ที่ 42,040 ดอลลาร์สหรัฐ Headlightmag ระบุราคา 39,995 ดอลลาร์สหรัฐว่าประมาณ 1.39 ล้านบาท โดยยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าจัดส่ง ส่วน Electrek ให้ราคาก่อนค่าธรรมเนียมของรุ่น Premium RWD ที่ 42,995 ดอลลาร์สหรัฐ รุ่น Trail eAWD ที่ 45,290 ดอลลาร์สหรัฐ และรุ่น GT eAWD ที่ 50,995 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Car and Driver รายงานราคารวมค่าธรรมเนียมของรุ่นเดียวกันเป็น 45,040 ดอลลาร์สหรัฐ 47,335 ดอลลาร์สหรัฐ และ 53,040 ดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ Car and Driver ยังระบุว่ารุ่นพื้นฐาน RWD สูงกว่า Mach-E ปี 2026 ราว 2,200 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่รุ่น GT และ Rally ลดราคาลงจากปีก่อน
ระบบช่วยขับขี่และการปรับเครื่องยนต์
BlueCruise 1.5 เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GT และ Rally และเลือกติดตั้งได้ในรุ่น Select ผ่านแพ็กเกจ Tech Pack Lite และในรุ่น Premium ผ่านแพ็กเกจ Premium Tech Pack โดยรุ่น GT และ Rally ได้รับบริการ 1 ปี 90 วันเท่ากัน สำหรับรุ่น Trail ผู้ซื้อต้องเลือกฮาร์ดแวร์ BlueCruise ตั้งแต่ตอนสั่งซื้อ และไม่สามารถเพิ่มภายหลังได้ ฟอร์ดยังพัฒนามอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าตัวใหม่ที่ให้สมรรถนะเท่าเดิมแต่มีต้นทุนการผลิตต่ำลง ซึ่งฟอร์ดระบุว่าช่วยให้ตั้งราคารุ่นพื้นฐานที่ใช้แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้นได้
ข้อสรุป
ข้อมูลจากแหล่งข่าวส่วนใหญ่ตรงกันเรื่องการเปลี่ยนแบตเตอรี่มาตรฐานและการเพิ่มรุ่น Trail ส่วนตัวเลขระยะทาง ความจุแบตเตอรี่ของปี 2026 และการระบุราคารวมค่าธรรมเนียมยังมีความแตกต่างกันระหว่างแหล่งข่าว ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบราคาและข้อมูลจำเพาะจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจ
ที่มา: Headlightmag, Carscoops, Electrek, Car and Driver



