เกียร์ว่าง
รถใหม่

CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่

CHERY เตรียมเผยโฉม All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ในงานเวิลด์พรีเมียร์เดือนตุลาคม พร้อมขุมพลังไฮบริดและระบบช่วยขับขี่ระดับ 2 สำหรับตลาดไทย

25 ต.ค. 2569, 00:18 น.

CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่ รูปที่ 1
CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่ รูปที่ 2
CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่ รูปที่ 3
CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่ รูปที่ 4
CHERY เปิดตัว All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ขุมพลังไฮบริดใหม่ รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Alexander Migl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
115kW (ประมาณ 154 แรงม้า)พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์
220นิวตันเมตรแรงบิดสูงสุด
45.79%ประสิทธิภาพความร้อนของเครื่องยนต์
700มิลลิเมตรความลึกในการลุยน้ำ TIGGO X7
สเปกทั้งหมด
ความยาวตัวถัง TIGGO X7
4,636 มิลลิเมตร
ความกว้างตัวถัง TIGGO X7
1,970 มิลลิเมตร
ความสูงตัวถัง TIGGO X7
1,788 มิลลิเมตร
ขนาดตัวถัง TIGGO 7 (ยาว x กว้าง x สูง)
4,600 x 1,870 x 1,710 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ
2,700 มิลลิเมตร
พละกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์
115 kW (ประมาณ 154 แรงม้า)
แรงบิดสูงสุด
220 นิวตันเมตร
ประสิทธิภาพความร้อนของเครื่องยนต์
45.79 %
ความลึกในการลุยน้ำ TIGGO X7
700 มิลลิเมตร
ความจุพื้นที่เก็บสัมภาระ TIGGO 7
505 ลิตร
ขีดความสามารถลากจูงสูงสุด TIGGO X7
1,500 กิโลกรัม
ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ TIGGO 7
0.315

CHERY จัดงาน World Premiere ในเดือนตุลาคม 2026 เพื่อเผยโฉมรถ SUV สองรุ่นใหม่ ได้แก่ All-New TIGGO 7 และ TIGGO X7 ทั้งสองรุ่นอยู่ในกลุ่ม C-SUV และใช้แนวคิด For Family ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัว ทั้งการขับในเมืองและการพาไปลุยออฟโรดในวันหยุด

ทางค่ายแบ่งบทบาทของสองรุ่นให้ชัดเจน TIGGO 7 เน้นความพรีเมียมและความประณีตในการขับขี่ ส่วน TIGGO X7 เป็นรุ่นแรกของซีรีส์ X ที่เน้นความแข็งแกร่งและการใช้งานนอกเส้นทาง ทั้งสองรุ่นใช้แพลตฟอร์มระยะฐานล้อเท่ากันที่ 2,700 มิลลิเมตร แต่ปรับสัดส่วนตัวถังให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละรุ่น

การออกแบบและภายใน

ดีไซน์ภายนอกใช้แนวทาง Natural Energy โดยได้แรงบันดาลใจจากลายเสือ มีไฟหน้าทรงดุและกระจังหน้าลายเพชร ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศของ TIGGO 7 อยู่ที่ 0.315 ซึ่งถูกระบุว่าอยู่ในระดับต่ำ

ภายในห้องโดยสาร เบาะหน้าของ TIGGO 7 ยาวขึ้น 36 มิลลิเมตร เป็น 536 มิลลิเมตร พร้อมฟังก์ชันเบาะนวด 8 จุดและที่รองน่องไฟฟ้า ส่วน TIGGO X7 มาพร้อมระบบปรับอากาศ 3 โซน ที่มีแอร์แบบ Three-Damper เครื่องกำเนิดไอออนน้ำ และตัวกรองอากาศ MOF สำหรับช่วยควบคุมระดับ CO2 ภายในรถ ด้านสีตัวถัง TIGGO 7 มีสีทอง GLEAM GOLD เป็นไฮไลต์ ส่วนภายในมีสองโทนให้เลือกคือดำตัดน้ำตาลและดำล้วน

ขุมพลังและสมรรถนะ

สเปกเบื้องต้นระบุว่ารถทั้งสองรุ่นมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินและระบบไฮบริด โดยมีทั้งแบบ HEV และ PHEV ค่าพละกำลังสูงสุดอยู่ที่ 115 kW หรือประมาณ 154 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร และประสิทธิภาพความร้อนของเครื่องยนต์ 45.79% ส่วนระบบขับเคลื่อนมีทั้ง 2WD และ 4WD ซึ่งเลือกได้เฉพาะรุ่น X7

TIGGO X7 มีขนาดตัวถังยาว 4,636 มิลลิเมตร กว้าง 1,970 มิลลิเมตร และสูง 1,788 มิลลิเมตร ขณะที่ TIGGO 7 มีขนาด 4,600 x 1,870 x 1,710 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นของ X7 มากกว่า 200 มิลลิเมตร ลุยน้ำได้ลึก 700 มิลลิเมตร และลากจูงได้สูงสุด 1,500 กิโลกรัม นอกจากนี้ X7 ยังมีโหมดขับขี่ 3-6-1 ที่รองรับพื้นผิวหิมะ โคลน ทราย ภูเขา หิน และการลุยน้ำ

ระบบความปลอดภัยและช่วยขับขี่

โครงสร้างตัวถังใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูงมากกว่า 80% ในรุ่น TIGGO 7 และมากกว่า 75% ในรุ่น X7 ทางค่ายระบุว่าได้รับการออกแบบให้ได้ระดับ 5 ดาว ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับ 2 หรือ Level 2 ADAS มีฟังก์ชันความปลอดภัยมากกว่า 20 รายการ และมีแผนรองรับระบบนำทางอัตโนมัติทั้งบนทางหลวงและในเมือง

ด้านการจอดรถมีระบบช่วยจอดอัตโนมัติ APA ระบบจอดผ่านรีโมต RPA และระบบเรียกรถ VPD ส่วน X7 มีระบบควบคุมเสถียรภาพเมื่อยางระเบิดที่ความเร็ว 40 ถึง 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยดึงเบรกและรักษาสมดุลของรถ ระบบกล้อง 540 องศาพร้อมกล้องมองใต้ท้องรถมีให้ในรุ่น X7 และรัศมีวงเลี้ยวแคบที่สุดอยู่ที่ 11 เมตร

ทิศทางของตลาดไทย

แหล่งข่าวระบุว่าทั้งสองรุ่นจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่ยังไม่มีข้อมูลเรื่องราคา วันเปิดขาย หรือโปรโมชันในช่วงนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากงานเวิลด์พรีเมียร์ในเดือนตุลาคม 2026 และจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ที่มา: Autostation

ข่าวล่าสุด