BYD Seagull เจน 2 เปิดตัวในจีน ราคาเริ่ม 65,900 หยวน ขนาดตัวใหญ่ขึ้น
BYD เปิดตัว Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ในจีน ตัวถังยาวขึ้น ใช้แบตเตอรี่ Blade รุ่นที่ 2 และรองรับการชาร์จเร็ว ราคาเริ่มต้นตามรายงานของสื่อ
24 ต.ค. 2569, 20:17 น.
สเปกทั้งหมด
- ความยาวรวม
- 4,205 มิลลิเมตร
- ความกว้าง
- 1,810 มิลลิเมตร
- ความสูง
- 1,570 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ
- 2,650 มิลลิเมตร
- ความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
- 39.2 kWh
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (CLTC) ขนาดแบตใหญ่
- 420 กิโลเมตร
- ชาร์จจาก 10% ถึง 70%
- 5 นาที
- ราคาเริ่มต้นในจีน
- 65,900 หยวน
- ช่องเก็บของด้านหน้า (frunk)
- 94 ลิตร
- ความจุสัมภาระสูงสุด
- 1,380 ลิตร
BYD เปิดตัว Seagull เจเนอเรชันที่ 2 อย่างเป็นทางการในประเทศจีน รถรุ่นนี้มีชื่อทางการตลาดอีกชื่อว่า ATTO 1 2027 และอีกชื่อหนึ่งคือ Dolphin MINI เป็นรถแฮตช์แบ็ก 5 ประตูทรงท้ายตัด ที่มีการปรับโฉมทั้งคัน ตัวถังขยายขนาดขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม
ขนาดตัวถังและการออกแบบ
ตามข้อมูลที่รายงาน รถมีความยาว 4,205 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 425 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 95 มิลลิเมตร ความสูง 1,570 มิลลิเมตร เพิ่มขึ้น 30 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร ยาวขึ้น 150 มิลลิเมตร ขนาดที่เพิ่มขึ้นทำให้รถเข้าใกล้ BYD Dolphin มากขึ้น และมีการระบุว่าเป็นรถ 5 ที่นั่งเต็มตัว
ด้านหน้ามีการปรับไฟหน้า LED และไฟ DRL ใหม่ กันชนออกแบบช่องระบายอากาศใหม่ ส่วนด้านข้างใช้มือจับประตูแบบยกก้านที่ออกแบบให้คล้ายรถยุค 90 ด้านท้ายมีกันชนทรงตัวยูและช่องป้ายทะเบียนรูปสามเหลี่ยม ใต้ฝากระโปรงหน้ามีพื้นที่เก็บสัมภาระ (frunk) จุได้ 94 ลิตร และเมื่อพับเบาะหลังจะเก็บสัมภาระได้สูงสุด 1,380 ลิตร
ห้องโดยสารและระบบความบันเทิง
ภายในปรับปุ่มควบคุมบนจอสัมผัสและปุ่มไฟฉุกเฉินใหม่ เพิ่มโทนสีขาวแบบ Oatmeal Rice มาตรวัดดิจิทัลมีขนาด 7 นิ้วและจอ LCD 8.8 นิ้ว พวงมาลัยเป็นแบบ 2 ก้าน ระบบ DiLink 150 รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto และมีการสั่งงานด้วยเสียง ระบบกุญแจเป็นแบบคีย์การ์ด NFC มีแท่นชาร์จมือถือไร้สาย 50W และไฟบรรยากาศภายใน 127 สี
แหล่งข่าวให้ข้อมูลขนาดจอกลางที่ไม่ตรงกัน ฉบับหนึ่งระบุว่าเป็นจอสัมผัส 12.8 นิ้ว ขณะที่อีกฉบับระบุว่าเป็นจอกลาง 15.6 นิ้ว ที่ประมวลผลด้วย DeepSeek AI เวอร์ชันเต็ม ผู้อ่านควรรอข้อมูลจากผู้ผลิตเพื่อยืนยันรายละเอียดนี้
ขุมพลังและแบตเตอรี่
รายงานฉบับหนึ่งระบุว่ารถเปลี่ยนจากขับเคลื่อนล้อหน้าเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า แรงบิด 130 นิวตันเมตร และความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกฉบับระบุว่ามีมอเตอร์ 2 ขนาด คือ 85 kW (114 แรงม้า) และ 95 kW (127 แรงม้า) ตัวเลขกำลังที่ต่างกันนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน
แบตเตอรี่เป็นชนิดลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ของ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 มีสองขนาดคือ 30.1 kWh วิ่งได้ไกลสุด 320 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC และ 39.2 kWh วิ่งได้ไกลสุด 420 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC ระบบชาร์จเร็ว Flash Charging ในรุ่นท็อปถูกระบุว่าชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ภายใน 5 นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้ผลิตอ้าง ตัวรถยังมีระบบ Vehicle to Load สำหรับจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าภายนอก และมีโหมดขับขี่ Energy saving, Comfort, Sports และ Snow
ช่วงล่างและระบบช่วยขับขี่
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson Strut ส่วนด้านหลังเปลี่ยนจากคานแข็งเป็นแบบ Multi-Link ระบบช่วยขับขี่ DiPilot 300 รองรับฟังก์ชัน Navigate On Autopilot สำหรับขับขี่อัตโนมัติตามเส้นทางในเมืองและทางหลวง รายงานระบุว่าระบบใช้เซนเซอร์ LiDAR
ราคาและสีตัวถัง
รุ่นเริ่มต้น Vitality Edition มีราคาขายในจีน 65,900 หยวน ส่วนรุ่นท็อป Smart Edition ราคา 99,900 หยวน แหล่งข่าวฉบับหนึ่งแปลงราคาเป็นเงินบาทไว้ที่ 335,000 ถึง 505,000 บาท ขณะที่อีกฉบับระบุราคาประมาณ 333,000 บาท และ 506,000 บาท พร้อมระบุว่ายังไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย ตัวเลขเงินบาทจึงยังไม่ควรถือเป็นราคาในไทย มีสีตัวถังให้เลือก 6 สี ได้แก่ เขียว ส้ม ขาว ชมพู ฟ้า และเทา
ยังไม่มีข้อมูลยืนยันวันวางจำหน่ายในประเทศไทย ผู้สนใจควรติดตามประกาศจากผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ที่มา: Car2Day, Autostation







