XPENG Thailand สนับสนุน ELLE Fashion Week 2026 ดึงรถยนต์ไฟฟ้าเข้าสู่งานแฟชั่น
XPENG Thailand เข้าเป็นผู้สนับสนุนงาน ELLE Fashion Week 2026 ที่ ICONSIAM พร้อมนำรุ่น L03, G6 และ X9 ขึ้นเวทีแฟชั่นโชว์วันแรกของงาน
30 ต.ค. 2569, 09:33 น.
สเปกทั้งหมด
- ช่วงวันที่จัดงาน
- 22-25 ตุลาคม
- จำนวนแบรนด์ดีไซเนอร์ในแฟชั่นโชว์วันแรก
- 6 แบรนด์
- จำนวนรุ่นรถที่นำมาแสดง
- 3 รุ่น
- เครือข่ายศูนย์บริการที่วางแผนไว้
- กว่า 30 แห่งทั่วประเทศ
XPENG Thailand ซึ่งดำเนินงานภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ขยายกิจกรรมการตลาดเข้าสู่วงการแฟชั่นต่อเนื่อง ล่าสุดแบรนด์เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนงาน ELLE Fashion Week 2026 ภายใต้ชื่องาน Free To Be by ELLE Presented by XPENG Thailand จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 ตุลาคม ที่ ริเวอร์พาร์ค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม
ในแฟชั่นโชว์วันแรกและรอบแรกของงาน XPENG Thailand นำรถรุ่น THE NEW XPENG L03, G6 และ X9 มาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง ควบคู่กับผลงานจากดีไซเนอร์แบรนด์ไทยหกแบรนด์ ได้แก่ 37 Degrees Celsius, Anuruq, Issue, Kloset, Painkiller Atelier และ Sretsis ทางบริษัทระบุว่าเป้าหมายคือการนำรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าไปอยู่ในระบบนิเวศของวงการแฟชั่นในประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
มุมมองจากผู้บริหาร
คุณอภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร XPENG Thailand ให้ข้อมูลว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้ผ่านช่วงของกลุ่มผู้ใช้กลุ่มแรกมาแล้ว และเข้าสู่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป รวมถึงกลุ่มตลาดระดับบนที่เน้นความหรูหรา ในมุมของผู้บริหาร โจทย์สำคัญของแบรนด์จึงไม่ได้อยู่ที่สมรรถนะของรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างคุณค่าด้านอารมณ์และความรู้สึกให้ผู้บริโภค
การปรากฏตัวบนรันเวย์ของ ELLE Fashion Week ถูกอธิบายว่าเป็นขั้นแรกของการปรับตำแหน่งแบรนด์ จากเดิมที่ผู้บริโภคอาจมองว่า XPENG เป็นเพียงยานพาหนะหรือเทคโนโลยีระดับสูง ไปสู่การเป็นรถที่เข้ากับรสนิยม ค่านิยม และตัวตนของผู้ขับขี่มากขึ้น คุณอภิวันท์ระบุว่า ในตลาดที่เริ่มเป็นกระแสหลัก สิ่งที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นในระยะยาวคืออารมณ์ คุณค่าของแบรนด์ และการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละคน มากกว่าการแข่งขันด้านสเปกหรือราคาที่อาจให้ผลเพียงชั่วคราว
ทางบริษัทยังระบุว่า กิจกรรมนี้สอดคล้องกับแนวคิด Freedom ของงาน ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ลองผสมผสานสไตล์และแสดงตัวตนอย่างอิสระ การสื่อสารกับกลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่ ครีเอทีฟ และกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงในคนรุ่นใหม่ ถูกมองเป็นช่องทางสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันด้านรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้มข้นขึ้น
แนวทางการตลาดแบบท้องถิ่น
คุณอภิวันท์เล่าว่า แนวคิดของทีมบริหารในไทยมีรากฐานมาจากมุมมองที่เรียกว่า Non-Auto ซึ่งให้ความสำคัญกับการเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์และข้อจำกัดที่ผู้บริโภคเผชิญ มากกว่าการยึดตามตำราการตลาดรถยนต์แบบดั้งเดิม ด้วยเหตุนี้แบรนด์จึงเลือกผสมผสานการตลาดระดับท้องถิ่นที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของคนในแต่ละพื้นที่
การสื่อสารในงานนี้ใช้คอนเซ็ปต์ Tech Meets Style โดยนำโจทย์ด้านเทคโนโลยีมาผสานกับงานดีไซน์ ผู้บริหารระบุว่าผลตอบรับจากผู้บริโภคในประเทศเป็นไปในทางบวก และบริษัทแม่ก็แสดงความชื่นชมต่อกิจกรรมการตลาดในไทย จนบางกิจกรรมได้รับการยกให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับนำไปเผยแพร่ในเวทีต่างประเทศ ข้อมูลส่วนนี้มาจากคำให้สัมภาษณ์ของทางบริษัทเอง
แผนระยะยาวและการบริการหลังการขาย
สำหรับแผนในระยะยาว XPENG Thailand ระบุว่าจะขยายการเข้าไปมีส่วนร่วมกับวิถีชีวิตของคนเมืองในหลายด้าน ทั้งงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมการกินระดับไฟน์ไดนิง รวมถึงการต่อยอดไปสู่สินค้าอื่น ๆ ควบคู่กับการพัฒนาบริการหลังการขาย
หนึ่งในบริการที่กล่าวถึงคือศูนย์ Xpeng Monitoring Center ซึ่งใช้ติดตามสภาพของตัวรถแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้บริษัทยังวางแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครอบคลุมกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าและการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว
ข่าวนี้อ้างอิงจากเนื้อหาที่ทางบริษัทให้ข้อมูลผ่านสื่อ ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขยอดขายหรือราคารถรุ่นที่นำมาแสดงในงาน ผู้อ่านที่สนใจรายละเอียดของรถแต่ละรุ่นควรติดตามข้อมูลจากทางการของแบรนด์โดยตรง
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์







