เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดนิทรรศการ Volvo Excellence ที่สยามพารากอน ย้อนดูพัฒนาการด้านความปลอดภัยพร้อมเวทีเสวนาเรื่องความปลอดภัยรถอีวี

28 ต.ค. 2569, 09:08 น.

Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี รูปที่ 1
Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี รูปที่ 2
Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี รูปที่ 3
Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี รูปที่ 4
Volvo Excellence ย้อนดูนวัตกรรมความปลอดภัยของวอลโว่เกือบ 100 ปี รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Dietmar Rabich / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
22 ถึง 25 ตุลาคม 2569ช่วงเวลาจัดงาน
79%ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ที่ลดลง
88%ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้หญิงที่ลดลง
สเปกทั้งหมด
ช่วงเวลาจัดงาน
22 ถึง 25 ตุลาคม 2569
สถานที่จัดงาน
ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 บริเวณ Fashion Hall
ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ที่ลดลง
79 %
ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้หญิงที่ลดลง
88 %
ช่วงปีการผลิตที่นำมาเปรียบเทียบ
พ.ศ. 2513 ถึง 2522 และ พ.ศ. 2553 ถึง 2562

งานนิทรรศการ Volvo Excellence ของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย รวบรวมนวัตกรรมด้านความปลอดภัย แนวคิดทางวิศวกรรม และพัฒนาการในการปกป้องผู้ใช้รถใช้ถนนที่บริษัทสั่งสมมาเกือบ 100 ปี แนวคิดหลักของงานคือทำให้ความปลอดภัยเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผู้จัดหวังให้ผู้สนใจได้เรียนรู้ที่มาของเทคโนโลยีที่หลายคนใช้งานอยู่ทุกวัน

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น 1 บริเวณ Fashion Hall ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ กิจกรรมบางส่วนจะถูกนำไปจัดแสดงต่อที่โชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์วอลโว่อย่างเป็นทางการในสาขาที่เข้าร่วมโครงการ

เวทีเสวนาเรื่องความปลอดภัยของรถอีวี

ภายในงานมีเวทีเสวนาชื่อ Uncovering EV Safety Beyond the Battery ซึ่งชวนพูดคุยเรื่องความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมากกว่าเรื่องแบตเตอรี่ วิทยากรประกอบด้วยผู้บริหารฝ่ายเทคนิคและบริการหลังการขายของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร. ยศพงษ์ ลออนวล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าวอลโว่ที่มีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย

หัวข้อการพูดคุยครอบคลุมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่และความปลอดภัย วิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังรถอีวี รวมถึงคำถามที่ผู้บริโภคพบบ่อยเมื่อใช้งานรถไฟฟ้า เป้าหมายคือช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าใจระบบความปลอดภัยของรถอีวีในหลายมิติมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีนักแสดง ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช้รถวอลโว่เข้าร่วมงานด้วย

กรรมการผู้จัดการของบริษัท ประเทศไทยและมาเลเซีย คุณคริส เวลส์ ระบุว่า ความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นหลักคิดสำคัญในการทำธุรกิจของวอลโว่มาโดยตลอด บริษัทจึงให้น้ำหนักกับการวิจัย การพัฒนาวิศวกรรม และการเรียนรู้จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง เพื่อนำความรู้เหล่านั้นไปพัฒนาเป็นเทคโนโลยีความปลอดภัย

จุดเปลี่ยนสำคัญของนวัตกรรมความปลอดภัย

ไทม์ไลน์ที่จัดแสดงเริ่มจากปี พ.ศ. 2502 เมื่อนิลส์ โบห์ลิน วิศวกรของวอลโว่ พัฒนาเข็มขัดนิรภัยแบบสามจุด วอลโว่เปิดให้ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นนำสิทธิบัตรไปใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทำให้อุปกรณ์นี้กลายเป็นพื้นฐานด้านความปลอดภัยที่ใช้กันทั่วโลก

ปี พ.ศ. 2515 วอลโว่เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการพัฒนาที่นั่งเด็กแบบหันไปทางด้านหลังสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล แนวทางนี้มุ่งลดแรงที่กระทำต่อร่างกายเด็กเมื่อเกิดการชน

ปี พ.ศ. 2537 วอลโว่พัฒนาระบบป้องกันการชนด้านข้างชื่อ SIPS-bag โดยผสานโครงสร้างตัวถัง เทคโนโลยีดูดซับพลังงาน และถุงลมนิรภัยด้านข้างเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุด้านข้าง

ปี พ.ศ. 2541 ระบบ WHIPS ถูกออกแบบมาเพื่อลดการบาดเจ็บบริเวณคอจากการชนท้าย โดยอาศัยการทำงานร่วมกันของเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะ

ปี พ.ศ. 2546 ระบบ BLIS ช่วยเตือนผู้ขับขี่เมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้รับความสนใจมากขึ้น

ปี พ.ศ. 2553 วอลโว่พัฒนาระบบตรวจจับคนเดินถนนที่สั่งเบรกอัตโนมัติได้ เพื่อช่วยลดโอกาสเกิดการชนหรือบรรเทาความรุนแรงของอุบัติเหตุในสถานการณ์ที่เหมาะสม

ปี พ.ศ. 2565 วอลโว่เปิดแนวคิด Safe Space ซึ่งเป็นแนวทางความปลอดภัยแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุและการปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดเหตุ ประกอบด้วยระบบปกป้องเชิงรับ เทคโนโลยีหลีกเลี่ยงการชน ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เซนเซอร์รอบคัน และระบบทำความเข้าใจผู้ขับขี่

ผลวิจัยจากข้อมูลอุบัติเหตุจริง

วอลโว่นำเสนอผลการศึกษาจาก Volvo Cars Safety Centre ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุจริงบนท้องถนนตลอดหลายทศวรรษ โดยเปรียบเทียบรถวอลโว่ที่ผลิตในช่วงปี พ.ศ. 2513 ถึง 2522 กับรถที่ผลิตในช่วงปี พ.ศ. 2553 ถึง 2562

รายงานระบุว่าความเสี่ยงโดยรวมต่อการบาดเจ็บของผู้ขับขี่ลดลง 79% ขณะที่ความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของผู้หญิงลดลง 88% จนใกล้เคียงกับระดับของผู้ชาย บริษัทระบุว่าข้อมูลชุดนี้สะท้อนความสำคัญของการนำข้อมูลอุบัติเหตุจริงมาประกอบการออกแบบและพัฒนาระบบความปลอดภัย โดยคำนึงถึงความแตกต่างทางสรีระของผู้ใช้รถแต่ละคน

กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ใช้ส่งต่อความรู้ด้านความปลอดภัยผ่านการจัดแสดงนวัตกรรม การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการพูดคุยกับผู้ใช้รถ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ช่วยปกป้องผู้คนและสนับสนุนการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการและเรียนรู้พัฒนาการของเทคโนโลยีความปลอดภัยจากวอลโว่ได้ภายในช่วงวันที่ระบุ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด