เกียร์ว่าง
รถใหม่

Chery เผยโฉม Omoda X เอสยูวีรุ่นต้นแบบ พร้อมกล้องจับความร้อนตรวจจับในที่มืด

Chery เปิดตัวรถต้นแบบ Omoda X เอสยูวีขนาดคอมแพ็กต์ ติดกล้องมองกลางคืนแบบอินฟราเรด ตรวจจับคนและสัตว์ป่าได้ไกลถึง 90 เมตร

28 ต.ค. 2569, 09:12 น.

4,650มม.ความยาวตัวถัง
90เมตรระยะกล้องจับความร้อนตรวจจับคนและสัตว์
700มม.ความลึกน้ำที่ลุยได้
สเปกทั้งหมด
ความยาวตัวถัง
4,650 มม.
ระยะกล้องจับความร้อนตรวจจับคนและสัตว์
90 เมตร
ระยะยกใต้ท้องรถ
200 มม.
ความลึกน้ำที่ลุยได้
700 มม.
น้ำหนักลากจูงสูงสุด
1,800 กก.
ขนาดล้ออัลลอย
19 นิ้ว
ขนาดหน้าจอเรือนไมล์
10.25 นิ้ว
ขนาดหน้าจอกลาง
13.2 นิ้ว
จำนวนช่องเก็บของรอบคัน
39 จุด

Chery ค่ายรถจากประเทศจีนเปิดตัวรถต้นแบบ Omoda X ซึ่งเป็นเอสยูวีขนาดคอมแพ็กต์ ในงาน International User Summit ที่เมืองอู๋หู จุดที่ดึงความสนใจมากที่สุดคือระบบกล้องมองกลางคืนที่ใช้การจับความร้อนด้วยอินฟราเรด ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าเป็นครั้งแรกในเซกเมนต์นี้

ระบบกล้องดังกล่าวสามารถตรวจจับคนเดินถนนและสัตว์ป่าในที่มืดได้ไกลสูงสุด 90 เมตร ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่าช่วยให้ผู้ขับขี่มีเวลามากขึ้นในการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังมีการเตรียมระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างทันท่วงที โดยปกติอุปกรณ์แบบนี้มักพบในรถที่อยู่ระดับหรูเท่านั้น

ดีไซน์และขนาดตัวถัง

ตัวถังของ Omoda X มีความยาว 4,650 มม. Chery วางตำแหน่งรถรุ่นนี้ให้แข่งขันโดยตรงกับ Toyota RAV4, Honda CR-V และ Mazda CX-5 ซึ่งเป็นเอสยูวีที่ได้รับความนิยมในตลาดเดียวกัน

งานออกแบบใช้แนวคิดที่เรียกว่า Crossvolution โดยได้แรงบันดาลใจจากหุ่นยนต์ Mecha ของญี่ปุ่น เห็นได้จากแนวเส้นสายตัวถังที่เป็นเหลี่ยมและมีสันชัดเจน ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED ทรงหยัก ส่วนล้ออัลลอยเป็นดีไซน์ 3 ก้าน ขนาด 19 นิ้ว

สมรรถนะด้านการลุยและการลากจูง

ในด้านการใช้งานนอกถนน รถต้นแบบมีระยะยกใต้ท้องรถ 200 มม. สามารถลุยน้ำลึกได้มากกว่า 700 มม. และรองรับน้ำหนักลากจูงได้สูงสุด 1,800 กก. Chery ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้สูงกว่ารถคู่แข่งสายลุยหลายรุ่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ X-Mode ที่ช่วยปรับการทำงานของระบบขับเคลื่อนให้เหมาะกับสภาพถนนแต่ละแบบ

ห้องโดยสารและขุมพลัง

แม้ยังไม่มีการเผยภาพห้องโดยสารภายใน แต่ Chery ยืนยันว่าคอนโซลหน้าจะใช้ชื่อ Mecha Command Cockpit โดยมีหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 10.25 นิ้ว และจอกลางขนาด 13.2 นิ้ว รถยังคงปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบอนาล็อกไว้ให้ใช้งาน และมีช่องเก็บของกระจายอยู่รอบคันรวม 39 จุด

สำหรับระบบขับเคลื่อน ผู้ผลิตระบุว่าจะมีทั้งแบบไฟฟ้า 100% (BEV) และแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรองรับทั้งการขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อนสี่ล้อ

สถานะของโครงการ

รถที่เปิดตัวเป็นเพียงรุ่นต้นแบบ ยังไม่ใช่รุ่นผลิตจริง ทางผู้ผลิตระบุว่าเวอร์ชันผลิตจริงคาดว่าจะส่งออกไปทำตลาดทั่วโลกในอนาคต แต่ยังไม่มีการเปิดเผยวันวางจำหน่ายหรือราคาในไทยในข้อมูลที่มี ผู้อ่านควรติดตามข่าวสารเพิ่มเติมจากผู้ผลิตโดยตรงเมื่อมีความคืบหน้า

ที่มา: Autostation

ข่าวล่าสุด