Aston Martin Valhalla Spider เปิดตัว 1,064 แรงม้า หลังคาเปิด
Aston Martin เปิดตัว Valhalla Spider รุ่นหลังคาเปิด กำลังรวม 1,064 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 217 mph เมื่อใช้หลังคาแข็ง ยังไม่เปิดเผยราคา
28 ต.ค. 2569, 09:11 น.
สเปกทั้งหมด
- กำลังรวม
- 1,064 hp
- ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้หลังคาแข็งคาร์บอน
- 217 mph
- ความเร็วสูงสุดเมื่อใช้หลังคาผ้า
- 124 mph
- อัตราเร่ง 0-62 mph (ตามที่ Aston Martin อ้าง)
- 2.5 วินาที
- แรงบิดรวม
- 811 lb-ft
- ราคาเริ่มต้นรุ่นคูเป้
- 1,051,700 USD
- จำนวนผลิตรุ่นคูเป้
- 999 คัน
- การรับประกันตัวรถ
- 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
Aston Martin เปิดตัว Valhalla Spider ซึ่งเป็นรุ่นเปิดประทุนของซูเปอร์คาร์ไฮบริดปลั๊กอิน Valhalla ที่ออกมาก่อนหน้านี้ รุ่นใหม่นี้เผยโฉมครั้งแรกในงาน Concours at Wynn Las Vegas ในปี 2026 และจะวางขายเป็นรุ่นปี 2028 ตามข้อมูลจากสื่อยานยนต์หลายแห่ง
จุดสำคัญของรุ่นนี้คือหลังคาที่ถอดออกได้ มาตรฐานของรุ่น Spider ใช้หลังคาผ้าแบบพับเก็บได้ ซึ่งลดความเร็วสูงสุดลงเหลือ 124 mph หรือ 200 km/h ผู้ซื้อที่ต้องการความเร็วสูงสุดเต็มที่สามารถเลือกหลังคาแข็งทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เป็นตัวเลือกเพิ่มได้ ซึ่งจะทำให้รถกลับมาทำความเร็วสูงสุดได้ 217 mph หรือ 350 km/h เท่ากับรุ่นคูเป้
การปรับแต่งเรื่องอากาศพลศาสตร์
เมื่อเอาหลังคาออก วิศวกรต้องแก้ปัญหาการไหลของลมเหนือห้องโดยสาร จึงออกแบบแผงกั้นลม (wind deflector) ใหม่ เพื่อเบี่ยงอากาศให้ผ่านผู้โดยสารและยังส่งลงไปยังช่องรับอากาศด้านหลังของเครื่องยนต์ได้ตามปกติ ช่องรับอากาศบนหลังคาก็ถูกปรับให้สูงขึ้น 35 mm หรือ 1.3 นิ้ว เพื่อให้เครื่องยนต์ได้อากาศเพียงพอ แผงกั้นลมนี้สามารถเก็บไว้ในห้องโดยสารได้ ส่วนหลังคาผ้าก็เก็บในลักษณะเดียวกัน โดยมีช่องเก็บขนาด 15 ลิตรที่ฝั่งข้างตัวถังเป็นที่เก็บ
นอกจากนี้ ระบบอากาศพลศาสตร์แอคทีฟและระบบควบคุมเสถียรภาพก็ถูกปรับใหม่ เพื่อให้ทำงานสอดคล้องกับการไหลของลมในทั้งสองสถานะ คือเมื่อมีหลังคาและไม่มีหลังคา ผู้ผลิตระบุว่าทีมงานได้รับความช่วยเหลือจากทีมแข่ง Formula 1 ของ Aston Martin ในการพัฒนาส่วนนี้
ระบบขับเคลื่อนและสมรรถนะ
ระบบขับเคลื่อนของ Spider เหมือนกับรุ่นคูเป้ทุกประการ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าสามตัว ได้กำลังรวม 1,064 แรงม้า และแรงบิดรวม 811 lb-ft หรือ 1,100 Nm ส่งกำลังผ่านเกียร์คู่แบบดูอัลคลัตช์ 8 สปีด และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ
Aston Martin อ้างว่ารถสามารถเร่งจากหยุดนิ่งถึง 62 mph หรือ 100 km/h ได้ภายใน 2.5 วินาที ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการทดสอบจากสื่ออิสระในเวลานี้ ทางนิตยสาร Car and Driver ระบุว่าจะรอผลทดสอบจริงก่อนจึงจะอัปเดตข้อมูล
เรื่องน้ำหนักมีข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างแหล่งข่าว เว็บไซต์ Carscoops ระบุน้ำหนักรุ่น Spider ที่ 3,703 lbs หรือ 1,680 kg เมื่อติดตั้งออปชันน้ำหนักเบาทั้งหมด ซึ่งหนักกว่ารุ่นคูเป้เพียง 55 lbs หรือ 25 kg ในขณะที่ Car and Driver ประเมินน้ำหนักรถรุ่นคูเป้ไว้ที่ 4,000 lb ตามการประเมินของนิตยสาร ส่วนค่าแรงกดอากาศ (downforce) ก็มีความแตกต่างกันเช่นกัน โดย Carscoops ระบุ 1,322 lbs หรือ 600 kg เมื่อติดหลังคาแข็ง ขณะที่ Car and Driver ระบุ 1,345 pounds ของแรงกดในรุ่นคูเป้
การออกแบบห้องโดยสาร
ห้องโดยสารของ Valhalla Spider ใช้คาร์บอนไฟเบอร์จำนวนมากเพื่อลดน้ำหนักและสร้างลักษณะที่โดดเด่น พวงมาลัยทรงแบนมีปุ่มควบคุมระบบบันเทิงแบบกายภาพ และหน้าจอสัมผัสขนาด 10.3 นิ้วอยู่ตรงกลาง รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายเป็นมาตรฐาน มีระบบเสียง Aston Martin แบบเจ็ดลำโพง
รถไม่มีท้ายรถหรือช่องเก็บสัมภาระใด ๆ ผู้ซื้อจึงต้องวางแผนการเดินทางให้เบาที่สุด เบาะหน้าเป็นคาร์บอนรุ่น Touring Seat เป็นมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเลือกเบาะคาร์บอนแบบแข่งของรุ่นคูเป้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ข้อมูลการรับประกันและความปลอดภัย
ระบบช่วยเหลือการขับขี่มาตรฐานประกอบด้วยระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ การเตือนการชนด้านหน้า และครูซคอนโทรลแบบปรับระยะได้ ส่วนผลทดสอบการชนสามารถตรวจสอบได้จากหน่วยงาน NHTSA และ IIHS ของสหรัฐฯ
การรับประกันตัวรถรุ่นนี้มีระยะสามปีไม่จำกัดระยะทาง ส่วนการรับประกันระบบขับเคลื่อนก็เป็นสามปีไม่จำกัดระยะทางเช่นกัน แต่ยังไม่มีรายละเอียดการรับประกันเฉพาะระบบไฮบริด และ Aston Martin ไม่ได้รวมบริการบำรุงรักษาฟรีไว้ในแพ็กเกจ
ราคาและกำหนดการ
Aston Martin ยังไม่เปิดเผยราคาของ Valhalla Spider และยังไม่ได้ระบุจำนวนการผลิต ส่วนรุ่นคูเป้มีราคาเริ่มต้นที่ $1,051,700 และจำกัดการผลิตไว้ที่ 999 คัน ผู้สื่อข่าวคาดว่ารุ่นเปิดประทุนน่าจะมีราคาสูงกว่ารุ่นคูเป้ และผลิตจำนวนจำกัดกว่า การส่งมอบคาดว่าจะเริ่มในไตรมาสที่สามของปีถัดไป
รถยนต์รุ่นนี้ยังมีตัวเลือกการตกแต่งจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นชิ้นส่วนคาร์บอนแบบเปิดเผย สีและลายพิเศษ ล้อโลหะผสมแมกนีเซียม และท่อไอเสียสีดำด้าน ผู้สนใจควรติดตามข้อมูลราคาและวันเปิดจองจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ที่มา: Car and Driver, Carscoops

