เกียร์ว่าง
เทคโนโลยี

Nvidia ร่วม Mercedes-Benz Volvo Volkswagen พัฒนาขับขี่อัตโนมัติในยุโรป

Nvidia ขยายแพลตฟอร์ม Hyperion ในยุโรปร่วมกับ Mercedes-Benz, Volvo, Volkswagen และพันธมิตรอีกหลายราย โครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบ

30 ต.ค. 2569, 02:36 น.

27จุดเซ็นเซอร์ในรถระบบ MB.DRIVE ASSIST PRO
254TOPSกำลังประมวลผลสูงสุด
25,000คันเป้าหมายรถ Robotaxi ของ Bolt
สเปกทั้งหมด
ชุดระบบที่ใช้ร่วมกัน
Hyperion
เซ็นเซอร์ในรถระบบ MB.DRIVE ASSIST PRO
27 จุด
กำลังประมวลผลสูงสุด
254 TOPS
เป้าหมายรถ Robotaxi ของ Bolt
25,000 คัน
ระดับของระบบ MB.DRIVE ASSIST PRO
SAE Level 2
เริ่มให้ลูกค้าทดลองใช้
ปลายปี 2026

ภาพรวมของความร่วมมือ

เอ็นวิเดียประกาศขยายการใช้งานแพลตฟอร์ม Hyperion ในทวีปยุโรป โดยมีพันธมิตรหลายรายเข้าร่วม ได้แก่ Mercedes-Benz, Volvo, Volkswagen รวมถึง Bolt และ Einride กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไปจนถึงรถตู้ไร้คนขับสำหรับบริการ Robotaxi และรถบรรทุกอัตโนมัติ

Hyperion คือชุดคอมพิวเตอร์และเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในตัวรถ ทำหน้าที่เป็นฐานสำหรับพัฒนาระบบช่วยขับขี่และระบบขับขี่อัตโนมัติ ผู้ผลิตรถสามารถเลือกใช้ซอฟต์แวร์ Alpamayo Stack ของเอ็นวิเดีย หรือพัฒนาซอฟต์แวร์ของตัวเองบนฮาร์ดแวร์ชุดเดียวกันได้ ซึ่งช่วยลดเวลาการติดตั้งและการทดสอบเมื่อนำไปใช้กับรถหลายรุ่น ระบบนี้รองรับทั้งการขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 3, Level 4 และ Robotaxi

แผนของพันธมิตรแต่ละราย

Mercedes-Benz วางแผนใช้ Hyperion ร่วมกับ Alpamayo Stack เพื่อพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 3 และ Level 4 ในอนาคต ส่วน Volvo Cars เตรียมนำ Hyperion, Alpamayo Stack และระบบความปลอดภัย Halos ไปใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับการขับขี่ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งบนทางหลวง ในเมือง และการจอดรถ

Volkswagen Commercial Vehicles นำ Hyperion ไปใช้กับรถตู้ไฟฟ้า ID. Buzz AD เพื่อพัฒนาบริการรถรับส่งและบริการขับขี่อัตโนมัติ ขณะที่ Einride จะใช้แพลตฟอร์มนี้พัฒนารถบรรทุกอัตโนมัติรุ่นถัดไป ด้าน TIER IV และมหาวิทยาลัยเทคนิคมิวนิก เตรียมใช้ Hyperion พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะอัตโนมัติในเยอรมนี

แผน Robotaxi ของ Bolt

Bolt ตั้งเป้านำรถที่รองรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ Level 4 มาใช้งานอย่างน้อย 25,000 คันในยุโรป โครงการเริ่มจากรถยนต์รุ่นใหม่ของ Lucid ที่สร้างบนแพลตฟอร์ม Hyperion และเลือกใช้ Alpamayo Stack ตามแผนจะเริ่มเก็บข้อมูลการขับขี่บนถนนจริงในกรุงมาดริด ประเทศสเปน ภายในปี 2027 ก่อนขยายไปยังเยอรมนี อย่างไรก็ตาม แผนนี้ยังต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

คำว่ารองรับ Level 4 ในกรณีนี้หมายถึงรถมีฮาร์ดแวร์สำหรับพัฒนาระบบ ไม่ได้หมายความว่ารถทั้ง 25,000 คันจะให้บริการโดยไม่มีคนขับได้ทันที

Mercedes-Benz ระบบ Level 2 ใกล้เปิดใช้ในเยอรมนี

ระบบที่ใกล้เปิดใช้งานจริงที่สุดคือ MB.DRIVE ASSIST PRO ซึ่งพัฒนาร่วมกับเอ็นวิเดีย ระบบนี้ช่วยขับรถตามเส้นทางที่ตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนช่องทางจราจร การเลี้ยวผ่านทางแยก การเบรก หรือการออกตัวเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยน

Mercedes-Benz วางแผนให้ลูกค้ากลุ่มแรกในเมืองสตุตการ์ตและมิวนิกทดลองใช้ระบบตั้งแต่ปลายปี 2026 ก่อนเปิดให้สั่งซื้อในเยอรมนีช่วงครึ่งแรกของปี 2027

ระบบนี้ยังจัดอยู่ในระดับ SAE Level 2 ผู้ขับจึงต้องมองถนนและรับผิดชอบการควบคุมรถตลอดเวลา ไม่ใช่ระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ รถใช้เซ็นเซอร์รวม 27 จุด และคอมพิวเตอร์ที่มีกำลังประมวลผลสูงสุด 254 TOPS

Halos SAFE ตรวจสอบความปลอดภัย

เอ็นวิเดียเปิดตัว Halos SAFE สำหรับรวบรวมผลการทดสอบระบบขับขี่อัตโนมัติ ตั้งแต่การจำลองบนคอมพิวเตอร์ การทดสอบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ การขับบนถนนจริง ไปจนถึงข้อมูลจากรถที่ใช้งานในกองยาน

ระบบจะบันทึกว่ารถผ่านสถานการณ์ใดมาแล้ว ผลเป็นไปตามเกณฑ์หรือไม่ และสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบหลักฐานของแต่ละขั้นตอนได้ ช่วยให้ผู้ผลิตและหน่วยงานกำกับดูแลประเมินความปลอดภัยจากข้อมูลชุดเดียวกัน

กระบวนการนี้พัฒนาร่วมกับ dSPACE, IVEX และ TÜV Rheinland โดยมี Mercedes-Benz, Volvo Cars และ JLR เข้าร่วมในระบบนิเวศดังกล่าว

ความหมายของประกาศครั้งนี้

การประกาศครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารถไร้คนขับพร้อมให้บริการทันที ข้อมูลระบุชัดว่าโครงการส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบ และยังไม่มีบริการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบที่เปิดใช้เชิงพาณิชย์บนถนนสาธารณะ

สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการสร้างระบบกลางให้ผู้ผลิตรถหลายรายใช้พัฒนา ทดสอบ และขออนุมัติเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งอาจช่วยให้กระบวนการเร็วขึ้นและตรวจสอบความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น ผู้อ่านควรติดตามความคืบหน้าจากการอนุมัติของหน่วยงานกำกับดูแลในแต่ละประเทศ

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด