เกียร์ว่าง
EV

Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570

Leapmotor ยืนยันแผนใช้ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา พร้อมศึกษาการตั้งโรงงานและขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายในปีต่อ ๆ ไป

31 ต.ค. 2569, 02:09 น.

Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570 รูปที่ 1
Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570 รูปที่ 2
Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570 รูปที่ 3
Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570 รูปที่ 4
Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570 รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Tenyilinli / Wikimedia Commons (Public domain)
8ปีระยะเวลารับประกันคุณภาพตัวรถ
150,000กิโลเมตรระยะทางรับประกันคุณภาพตัวรถ
70-80%เป้าหมาย Local Content
สเปกทั้งหมด
ระยะเวลารับประกันคุณภาพตัวรถ
8 ปี
ระยะทางรับประกันคุณภาพตัวรถ
150,000 กิโลเมตร
เป้าหมาย Local Content
70-80 %
ข้อกำหนด Local Content ของรัฐบาล
40 %
ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2569
30 แห่ง
ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2570
65 แห่ง
ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2571
100 แห่ง
ฐานการผลิตรถยนต์ทั่วโลก
5 แห่ง
สัดส่วนการจ้างงานในไทย
มากกว่า 90 %

Leapmotor ยืนยันว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนและตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก จากการเปิดเผยของผู้บริหารบริษัท ขณะนี้บริษัทเริ่มศึกษาการลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว และตั้งเป้าหาข้อสรุปพร้อมเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570

นายหลี เทิงเฟย รองประธานบริหารและประธานฝ่ายการเงิน ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงกลยุทธ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของแบรนด์ ในระยะยาวบริษัทมีแผนพัฒนาไทยให้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดพวงมาลัยขวาอื่น ๆ

บริษัทยังระบุว่ามีแผนจ้างงานในประเทศไทยมากกว่า 90% ของตำแหน่งงานทั้งหมด และจะพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะควบคู่ไปกับยานยนต์พลังงานใหม่ ปัจจุบันฐานการผลิตรถยนต์ของแบรนด์มีทั้งหมด 5 แห่ง ครอบคลุมประเทศจีน มาเลเซีย เมียนมา อินโดนีเซีย และสเปน

ขั้นตอนการลงทุนและการผลิต

สำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจพื้นที่ และเริ่มพูดคุยกับพันธมิตรทางธุรกิจรวมถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยแล้ว บริษัทตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2569 นี้ ก่อนเตรียมการก่อสร้างและเริ่มงานในปี 2570 โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2570

การลงทุนแบ่งออกเป็นหลายระยะ หรือที่เรียกว่าเฟส ในช่วงแรกโรงงานจะเน้นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก โดยเริ่มจากรุ่น B03X ส่วนการพิจารณาส่งออกจะเกิดขึ้นในเฟสถัดไป

อีกด้านหนึ่ง บริษัทวางแผนดึงซัพพลายเออร์เข้ามาลงทุนในไทย โดยใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลกที่บริษัทมีอยู่แล้ว เป้าหมายสัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ หรือ Local Content อยู่ที่ 70-80% ในอนาคต ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของรัฐบาลที่ตั้งไว้เพียง 40%

รูปแบบการลงทุนที่บริษัทพิจารณามีหลายทาง ทั้งการลงทุนด้วยตนเอง การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และการจ้างประกอบ ขณะเดียวกันบริษัทระบุว่ากำลังรอความชัดเจนจากประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสำเร็จรูป ซึ่งจะมีการประกาศอัตราและเงื่อนไขในเร็ว ๆ นี้

แผนสินค้าและเครือข่ายบริการ

สำหรับกลยุทธ์สามปีข้างหน้าในไทย ปี 2569 บริษัทจะเปิดตัวรุ่น B03X และรถยนต์รุ่นพิเศษของ B03X พร้อมกับรุ่น C10 นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำรถยนต์รุ่นใหม่จากตลาดโลกเข้ามาจำหน่ายในไทยทุกปี

ด้านเครือข่ายจำหน่ายและบริการ บริษัทตั้งเป้าให้มีผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ 30 แห่งในปี 2569 เพิ่มเป็น 65 แห่งในปี 2570 และ 100 แห่งในปี 2571

ด้านการรับประกัน บริษัทให้การรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือจนถึง 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน ผู้ใช้รถรายเดิมสามารถได้รับสิทธิ์เดียวกันนี้ได้ นอกจากนี้บริษัทจะจัดตั้งคลังอะไหล่และศูนย์บริการด้านเทคนิคในไทย

มุมมองระยะยาวของบริษัท

บริษัทมองว่าการลงทุนในไทยเป็นการวางรากฐานระยะยาว ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ แต่ยังต้องการนำจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักมาใช้ รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ในประเทศด้วย ความคืบหน้าของโครงการจะขึ้นอยู่กับการเจรจากับพันธมิตรและความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ซึ่งผู้อ่านควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป

ที่มา: Autolife Thailand

ข่าวล่าสุด