Leapmotor ตั้งไทยเป็นฮับอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา เริ่มก่อสร้างโรงงานปี 2570
Leapmotor ยืนยันแผนใช้ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนและตลาดพวงมาลัยขวา พร้อมศึกษาการตั้งโรงงานและขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายในปีต่อ ๆ ไป
31 ต.ค. 2569, 02:09 น.
สเปกทั้งหมด
- ระยะเวลารับประกันคุณภาพตัวรถ
- 8 ปี
- ระยะทางรับประกันคุณภาพตัวรถ
- 150,000 กิโลเมตร
- เป้าหมาย Local Content
- 70-80 %
- ข้อกำหนด Local Content ของรัฐบาล
- 40 %
- ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2569
- 30 แห่ง
- ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2570
- 65 แห่ง
- ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ ปี 2571
- 100 แห่ง
- ฐานการผลิตรถยนต์ทั่วโลก
- 5 แห่ง
- สัดส่วนการจ้างงานในไทย
- มากกว่า 90 %
Leapmotor ยืนยันว่าประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนและตลาดรถยนต์พวงมาลัยขวาทั่วโลก จากการเปิดเผยของผู้บริหารบริษัท ขณะนี้บริษัทเริ่มศึกษาการลงทุนสร้างโรงงานในไทยแล้ว และตั้งเป้าหาข้อสรุปพร้อมเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570
นายหลี เทิงเฟย รองประธานบริหารและประธานฝ่ายการเงิน ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับประเทศไทยในฐานะตลาดเชิงกลยุทธ์ที่มีมูลค่าสูง และยังเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของแบรนด์ ในระยะยาวบริษัทมีแผนพัฒนาไทยให้เป็นจุดตั้งต้นสำหรับขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดพวงมาลัยขวาอื่น ๆ
บริษัทยังระบุว่ามีแผนจ้างงานในประเทศไทยมากกว่า 90% ของตำแหน่งงานทั้งหมด และจะพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์อัจฉริยะควบคู่ไปกับยานยนต์พลังงานใหม่ ปัจจุบันฐานการผลิตรถยนต์ของแบรนด์มีทั้งหมด 5 แห่ง ครอบคลุมประเทศจีน มาเลเซีย เมียนมา อินโดนีเซีย และสเปน
ขั้นตอนการลงทุนและการผลิต
สำนักงานใหญ่ที่ประเทศจีนส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจพื้นที่ และเริ่มพูดคุยกับพันธมิตรทางธุรกิจรวมถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยแล้ว บริษัทตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในปี 2569 นี้ ก่อนเตรียมการก่อสร้างและเริ่มงานในปี 2570 โดยคาดว่าจะเสร็จสิ้นในช่วงปลายปี 2570
การลงทุนแบ่งออกเป็นหลายระยะ หรือที่เรียกว่าเฟส ในช่วงแรกโรงงานจะเน้นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเป็นหลัก โดยเริ่มจากรุ่น B03X ส่วนการพิจารณาส่งออกจะเกิดขึ้นในเฟสถัดไป
อีกด้านหนึ่ง บริษัทวางแผนดึงซัพพลายเออร์เข้ามาลงทุนในไทย โดยใช้ความแข็งแกร่งของเครือข่ายซัพพลายเชนระดับโลกที่บริษัทมีอยู่แล้ว เป้าหมายสัดส่วนชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ หรือ Local Content อยู่ที่ 70-80% ในอนาคต ซึ่งสูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำของรัฐบาลที่ตั้งไว้เพียง 40%
รูปแบบการลงทุนที่บริษัทพิจารณามีหลายทาง ทั้งการลงทุนด้วยตนเอง การร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และการจ้างประกอบ ขณะเดียวกันบริษัทระบุว่ากำลังรอความชัดเจนจากประกาศอย่างเป็นทางการของรัฐบาลเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสำเร็จรูป ซึ่งจะมีการประกาศอัตราและเงื่อนไขในเร็ว ๆ นี้
แผนสินค้าและเครือข่ายบริการ
สำหรับกลยุทธ์สามปีข้างหน้าในไทย ปี 2569 บริษัทจะเปิดตัวรุ่น B03X และรถยนต์รุ่นพิเศษของ B03X พร้อมกับรุ่น C10 นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำรถยนต์รุ่นใหม่จากตลาดโลกเข้ามาจำหน่ายในไทยทุกปี
ด้านเครือข่ายจำหน่ายและบริการ บริษัทตั้งเป้าให้มีผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ 30 แห่งในปี 2569 เพิ่มเป็น 65 แห่งในปี 2570 และ 100 แห่งในปี 2571
ด้านการรับประกัน บริษัทให้การรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือจนถึง 150,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ มอเตอร์ และระบบควบคุมไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน ผู้ใช้รถรายเดิมสามารถได้รับสิทธิ์เดียวกันนี้ได้ นอกจากนี้บริษัทจะจัดตั้งคลังอะไหล่และศูนย์บริการด้านเทคนิคในไทย
มุมมองระยะยาวของบริษัท
บริษัทมองว่าการลงทุนในไทยเป็นการวางรากฐานระยะยาว ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ แต่ยังต้องการนำจุดแข็งด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักมาใช้ รวมถึงการผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์ในประเทศด้วย ความคืบหน้าของโครงการจะขึ้นอยู่กับการเจรจากับพันธมิตรและความชัดเจนของนโยบายภาครัฐ ซึ่งผู้อ่านควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
ที่มา: Autolife Thailand







