เกียร์ว่าง
รถใหม่

LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท

ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) เปิดขาย LEAPMOTOR B03X สองรุ่นย่อย พร้อมโปรราคา Early Bird สำหรับ 3,000 คันแรกที่จองล่วงหน้า

5 พ.ย. 2569, 10:21 น.

LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท รูปที่ 1
LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท รูปที่ 2
LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท รูปที่ 3
LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท รูปที่ 4
LEAPMOTOR B03X เปิดขายในไทย ราคาพิเศษเริ่ม 499,000 บาท รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Alexander Migl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
53kWhแบตเตอรี่รุ่น DESIGN
450กิโลเมตรระยะทางวิ่งสูงสุดรุ่น DESIGN ตามมาตรฐาน NEDC
133kWกำลังชาร์จ DC สูงสุดรุ่น DESIGN
499,000บาทราคาเริ่มต้น Early Bird รุ่น LIFE
สเปกทั้งหมด
ความยาวตัวถัง
4,270 มิลลิเมตร
ความกว้างตัวถัง
1,810 มิลลิเมตร
ความสูงตัวถัง
1,635 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ
2,605 มิลลิเมตร
แบตเตอรี่รุ่น DESIGN
53 kWh
ระยะทางวิ่งสูงสุดรุ่น DESIGN ตามมาตรฐาน NEDC
450 กิโลเมตร
กำลังชาร์จ DC สูงสุดรุ่น DESIGN
133 kW
ราคาเริ่มต้น Early Bird รุ่น LIFE
499,000 บาท
กำลังสูงสุดรุ่น DESIGN
197 แรงม้า
อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
8.6 วินาที

ลีปมอเตอร์ (ประเทศไทย) นำ LEAPMOTOR B03X เข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นรถรุ่นที่สามของค่ายจากประเทศจีนที่ทำตลาดในไทย ตัวรถเป็นซับคอมแพ็คเอสยูวีทรงกล่องขนาด 5 ประตู เปิดตัวครั้งแรกในปี 2026 และมีแผนจำหน่ายในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

ด้านดีไซน์ ไฟหน้าเป็นแบบ LED พร้อมไฟ DRL ที่มีลวดลายใบหน้ายิ้ม ไฟท้ายแยกเป็นดวงและใช้ลวดลายแบบเดียวกัน ตัวรถติดตราสัญลักษณ์ LEAPMOTOR ไว้ด้านท้าย ฝาท้ายเปิดปิดด้วยไฟฟ้าและมีระบบเปิดด้วยการเตะใต้กันชน ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วใช้ยางขนาด 225/50 R18 ส่วนกระจกมองข้างเป็นทรงสปูน และมีมือเปิดประตูแบบกึ่งซ่อน

ขนาดตัวถังของ B03X ยาว 4,270 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร และสูง 1,635 มิลลิเมตร ระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,605 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 175 มิลลิเมตร น้ำหนักรถอยู่ระหว่าง 1,360 ถึง 1,460 กิโลกรัม และรัศมีวงเลี้ยวแคบที่สุดอยู่ที่ 5.1 เมตร ตัวรถพัฒนาบนสถาปัตยกรรมโมดูลาร์ LEAP 3.5 ซึ่งมีขนาดเล็กกว่ารุ่น LEAPMOTOR B10 ตามที่ระบุในข่าว

ภายในห้องโดยสารหุ้มวัสดุคล้ายหนังบริเวณคอนโซลหน้า มีมาตรวัดความเร็วแบบ LCD ขนาด 8.8 นิ้ว และจอระบบสื่อสารขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K ใช้ระบบปฏิบัติการ LEAPMOTOOR OS 4.0 Plus รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ประมวลผลด้วยชิป Qualcomm Snapdragon 8295 และ Snapdragon 8155 ระบบเสียงมีลำโพง 12 จุดและรองรับเสียงรอบทิศทาง 7.1 ช่องชาร์จ USB Type C ให้กำลังสูงสุด 60W ส่วนแท่นชาร์จไร้สายให้กำลัง 15W

ด้านพื้นที่ใช้สอย เบาะหลังพับได้แบบ 60/40 เมื่อพับเบาะจะได้พื้นที่เก็บสัมภาระ 927 ลิตร และ 407 ลิตรเมื่อไม่พับเบาะ เบาะคนขับปรับได้ 6 ทิศทางด้วยไฟฟ้า มีระบบความจำตำแหน่งเบาะ ส่วนเบาะผู้โดยสารด้านหน้าพับลงได้ถึง 90 องศา ทำให้พื้นที่ตามแนวยาวเพิ่มขึ้นถึง 2.53 เมตร

รถทั้งสองรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า รุ่น LIFE ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบ LFP ขนาด 39.8 kWh และวิ่งได้ไกลสุด 340 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ส่วนรุ่น DESIGN ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 53 kWh และวิ่งได้ไกลสุด 450 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ทั้งสองรุ่นมีแรงบิด 200 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และใช้เวลาเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 8.6 วินาที

การชาร์จไฟแบบ DC รุ่น LIFE รองรับกำลังสูงสุด 100 kW ส่วนรุ่น DESIGN รองรับ 133 kW โดยทั้งสองรุ่นชาร์จจาก 30 ถึง 80% ได้ในเวลา 16 นาที ส่วนการชาร์จ AC กำลังสูงสุด 11 kW ใช้เวลาจาก 30 ถึง 80% ประมาณ 2.5 ชั่วโมงในรุ่น LIFE และ 3.5 ชั่วโมงในรุ่น DESIGN รถยังมีเทคโนโลยี Vehicle to Load กำลัง 3.3 kW สำหรับจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น และมีระบบดึงพลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ ช่วงล่างหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม ปรับจูนโดยทีมวิศวกรของ STELLANTIS

ระบบช่วยขับขี่ ADAS มีทั้งหมด 16 รายการ ครอบคลุมการเตือนเมื่อรถออกนอกเลน การเตือนก่อนเปิดประตู การเตือนรถในจุดอับสายตา ระบบช่วยรักษาเลน และระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ และระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ

ด้านราคา รุ่น LIFE และรุ่น DESIGN เปิดราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท และ 609,000 บาท ตามลำดับ สำหรับโปรโมชัน EARLY BIRD ที่มีไว้สำหรับลูกค้าที่จองล่วงหน้า 3,000 คันแรก ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 499,000 บาทในรุ่น LIFE และ 569,000 บาทในรุ่น DESIGN โดยลดลงจากราคาเดิม 40,000 ถึง 50,000 บาท มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีเขียว สีน้ำเงิน สีเทา สีเงิน และสีเบจ

สิทธิประโยชน์ที่ประกาศไว้ ได้แก่ การรับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และรับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับระบบแบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า และระบบควบคุมอัจฉริยะ ลูกค้ายังได้รับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ พ.ร.บ. ฟรีในปีแรก พร้อมสายด่วนและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงเวลาตั้งแต่วันเปิดตัวถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขยังได้รับฟิล์มกรองแสง พรมปูพื้น และบริการจดทะเบียนรถโดยไม่คิดค่าบริการ ทั้งนี้ขอบเขตและเงื่อนไขของแต่ละรายการเป็นไปตามที่ลีปมอเตอร์ ประเทศไทย กำหนด

สำหรับแผนในอนาคต ค่ายเตรียมนำ LEAPMOTOR C10 MY2027 เข้าสู่ตลาด และจะทยอยนำรถรุ่นใหม่จากตลาดโลกมาจำหน่ายต่อเนื่อง ค่ายตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายจำหน่ายและบริการเป็น 30 แห่งในปี 2569 เพิ่มเป็น 65 แห่งในปี 2570 และ 100 แห่งในปี 2571 โดยวางแผนพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการขยายธุรกิจสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตลาดรถพวงมาลัยขวาทั่วโลกในระยะต่อไป ข้อมูลในข่าวนี้มาจากแหล่งข่าวเพียงแหล่งเดียว ผู้อ่านควรตรวจสอบรายละเอียดราคาและเงื่อนไขโปรโมชันกับผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจซื้อ

ที่มา: Car2Day

ข่าวล่าสุด