Isuzu MU-X 2027 เปิดขายในไทย เริ่ม 1.197 ล้านบาท พร้อมเครื่องดีเซลเทอร์โบคู่
Isuzu MU-X 2027 เปิดขายในไทยอย่างเป็นทางการ ปรับโฉมครั้งที่สองในรอบ 6 ปี มีเครื่องดีเซล 2.2 ลิตรเทอร์โบคู่ 204 แรงม้า ราคาเริ่มต้น 1.197 ล้านบาท
30 ต.ค. 2569, 17:50 น.
สเปกทั้งหมด
- ราคาเริ่มต้น
- 1.197 ล้านบาท
- กำลังสูงสุดเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE Bi-Turbo
- 204 แรงม้า
- แรงบิดสูงสุด
- 500 นิวตันเมตร
- ราคา 2.2 RS biturbo 4WD
- 1,774,000 บาท
- ความจุเครื่องยนต์
- 2.2 ลิตร
- ราคา 2.2 RS biturbo
- 1,674,000 บาท
- ความยาวตัวรถ
- 4,860 มิลลิเมตร
- ฐานล้อ
- 2,855 มิลลิเมตร
- ความจุถังน้ำมัน
- 80 ลิตร
- พื้นที่สัมภาระสูงสุด
- 2,138 ลิตร
- เกียร์อัตโนมัติ
- 8 สปีด
Isuzu MU-X 2027 เปิดขายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม โดยเป็นการปรับโฉมครั้งที่สองในรอบ 6 ปี รถยังคงโครงสร้างเอสยูวีเดิมและบุคลิกดีไซน์สปอร์ตไว้ แต่มีการปรับรายละเอียดตั้งแต่หน้ารถจนถึงภายในห้องโดยสาร ราคาเริ่มต้นที่ระบุไว้คือ 1.197 ล้านบาท
เครื่องยนต์และการขับเคลื่อน
รุ่นที่มีการเปิดตัวเด่นที่สุดคือ 2.2 Ddi MAXFORCE Bi-Turbo ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร รหัส RZ4F-TCX แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ในช่วง 1,600 ถึง 2,600 รอบต่อนาที ระบบเทอร์โบคู่ทำงานร่วมกันระหว่างเทอร์โบแรงดันต่ำแบบแปรผันและเทอร์โบแรงดันสูง เพื่อให้ตอบสนองตั้งแต่รอบต่ำ
ทางผู้ผลิตระบุว่าการออกตัวจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วกว่าเดิม 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการเร่งแซงจาก 80 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเร็วกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดน้ำมันกว่า 8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 3.0 ลิตรขนาด 190 แรงม้า ในสภาวะนอกเมือง นอกจากนี้ยังมีหัวฉีดแรงดันสูง ระบบหล่อเย็นและหล่อลื่นแบบใหม่ และลูกสูบที่เคลือบสารลดแรงเสียดทาน
เกียร์เป็นระบบอัตโนมัติ 8 สปีดแบบ REV TRONIC ที่ปรับจูนใหม่ในรุ่น 2.2 Ddi MAXFORCE Bi-Turbo มีชิฟต์พาดเดิลทุกรุ่นย่อย ผู้ซื้อเลือกระบบขับเคลื่อนสองล้อหรือสี่ล้อได้ และรุ่น RS กับ ULTIMATE ใช้ช่วงล่างหลังแบบ 5-Link เป็นครั้งแรก พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า
ดีไซน์และพื้นที่ใช้งาน
ด้านหน้ามีกระจังหน้าเขี้ยวสองชั้นใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED และกันชนหน้าที่ออกแบบให้มีลมไหลผ่านมากขึ้น ด้านหลังมีฝาท้ายแบบ Smart Tailgate ที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า รองรับการทำงานร่วมกับเซนเซอร์และระบบป้องกันการหนีบ รถมีขนาดความยาว 4,860 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,855 มิลลิเมตร และความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร
พื้นที่ใช้สอยด้านท้ายระบุว่ามากถึง 311 ลิตร เมื่อพับเบาะแถวที่สามจะได้ 1,119 ลิตร และเมื่อพับทั้งแถวที่สองและสามจะได้ 2,138 ลิตร ซึ่งทางผู้ผลิตอ้างว่าเป็นตัวเลขสูงสุดในรถระดับเดียวกัน ภายในมีจอ Infotainment ขนาด 9 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และมีเบาะนั่งที่สามารถเลือกการตกแต่งต่างกันตามรุ่นย่อย
ระบบความปลอดภัย
รุ่นย่อยทุกรุ่นมีระบบเบรก ABS, EBD, ESC และ HSA ให้เป็นมาตรฐาน ส่วนรุ่น RS, ULTIMATE และ ELEGANT มีถุงลมนิรภัยรอบคัน 6 ตำแหน่ง ขณะที่รุ่น ACTIVE มีถุงลมคู่หน้า ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ใช้กล้องหน้าคู่แบบสเตอริโอ และมีรายการอย่าง ACC, LKAS, AEB และ BSM โดยจำนวนรายการขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยที่เลือก
สีและรุ่นย่อย
มีสีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Havasu Gray Opaque, Dolomite White Pearl ซึ่งมีค่าเพิ่ม 12,000 บาท, Bavarian Black Mica และ Bohemian Silver Metallic รุ่นย่อยมีทั้งหมด 9 รุ่น ตัวอย่างราคาที่ระบุในแหล่งข่าวคือ 2.2 RS biturbo 4WD ราคา 1,774,000 บาท เพิ่มจากรุ่นเดียวกันที่ขับเคลื่อนสองล้อ 15,000 บาท และ 2.2 RS biturbo ราคา 1,674,000 บาท ข้อมูลราคาในต้นฉบับถูกตัดไว้ จึงไม่มีรายการราคาของทุกรุ่นย่อยครบถ้วน
ที่มา: Car2Day


