Ford Fathom EV รถกระบะไฟฟ้าใกล้เปิดตัว ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 3 หมื่นดอลลาร์
Ford Fathom EV รถกระบะไฟฟ้าขนาดกลาง ถูกพบเห็นอีกครั้งใกล้ช่วงเปิดตัว ราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 ดอลลาร์ คาดเปิดพรีออเดอร์ต้นปี 2027
16 ต.ค. 2569, 18:26 น.
สเปกทั้งหมด
- ราคาแนะนำเริ่มต้น (รุ่นมาตรฐาน)
- $28,350
- ค่าจัดส่ง
- $1,595
- ราคารวมค่าจัดส่งโดยประมาณ
- ต่ำกว่า $30,000
- เปิดพรีออเดอร์
- ต้นปี 2027
- ประเภทแบตเตอรี่
- LFP
- ช่องชาร์จ
- NACS
Ford เตรียมเปิดตัวรถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ชื่อ Fathom หลังมีการพบเห็นต้นแบบที่ถูกพรางตัวปรากฏบนถนนอีกครั้ง ตามรายงานของเว็บไซต์ Electrek ระบุว่ารถรุ่นนี้มีราคาเริ่มต้นประมาณ 30,000 ดอลลาร์ และคาดว่าจะวางขายในต้นปี 2027
ภาพล่าสุดของต้นแบบถูกเผยแพร่โดย Emily Gabler หัวหน้าฝ่ายสื่อสารด้านเทคโนโลยีของ Ford ซึ่งโพสต์ภาพรถที่ถูกคลุมไว้ บริเวณด้านนอกสำนักงานใหญ่ของ Ford ในเมืองเดียร์บอร์น รัฐมิชิแกน ก่อนหน้านี้ผู้บริหารอย่าง Jim Farley เคยเผยภาพต้นแบบที่พรางตัวบนถนนในลาสเวกัส ซึ่งดูคล้ายกับการถ่ายทำภาพโฆษณา และเมื่อกลางปีก็มีการพบต้นแบบวิ่งทดสอบในลองบีช
ราคาและการเปิดพรีออเดอร์
ข้อมูลด้านราคาที่ระบุในรายงาน ระบุว่ารุ่นมาตรฐานมีราคาแนะนำเริ่มต้น 28,350 ดอลลาร์ และเมื่อรวมค่าจัดส่ง 1,595 ดอลลาร์ ราคารวมจะยังต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ ราคานี้อยู่ราวครึ่งหนึ่งของ F-150 Lightning รถกระบะไฟฟ้ารุ่นแรกของ Ford อย่างไรก็ตาม Ford ระบุว่าราคาไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของรถรุ่นนี้
Ford เปิดรับลงทะเบียนรับข้อมูลอัปเดตสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นกลุ่มแรกที่ได้เป็นเจ้าของรถ โดยการเปิดพรีออเดอร์อย่างเป็นทางการจะเริ่มในต้นปี 2027 และการส่งมอบรถคันแรกให้ลูกค้าคาดว่าจะเริ่มภายในสิ้นปีถัดไป เมื่อถูกถามว่าจะได้เห็นรถในภาพเต็มคันเมื่อใด Gabler ตอบเพียงว่าให้จับตาดูช่วงต้นปีหน้า
เทคโนโลยีและการออกแบบ
Fathom เป็นรถรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์มไฟฟ้าใหม่ที่ Ford เรียกว่า Universal Electric Vehicle หรือ UEV โดย Ford ระบุว่ารถรุ่นนี้จะก้าวกระโดดจากรถไฟฟ้ารุ่นเดิมของบริษัท จุดที่เห็นได้ชัดในภาพต้นแบบคือเซนเซอร์ขนาดใหญ่ที่อยู่กลางกระจังหน้า ซึ่งใช้รองรับฟังก์ชันช่วยขับขี่
Ford ยืนยันว่า Fathom จะเป็นรถคันแรกที่ผสานแอป Apple Maps เข้ากับระบบนำทางโดยตรง ทุกรุ่นจะรองรับระบบ BlueCruise สำหรับการขับขี่แบบแฮนด์ฟรี และมีระบบ Apple CarPlay และ Android Auto เป็นมาตรฐาน รวมถึงความสามารถในการจ่ายไฟกลับออกจากรถ Ford ระบุว่าพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างกว่า Toyota RAV4 และยังไม่นับรวมพื้นที่เก็บของด้านหน้าหรือกระบะท้าย นอกจากนี้ Ford ยังระบุว่าค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถตลอด 5 ปี จะต่ำกว่ารถ Tesla Model Y มือสองอายุ 3 ปี
Ford ระบุว่าใช้แบตเตอรี่ชนิด LFP เพื่อลดต้นทุนโดยยังคงพื้นที่ห้องโดยสารไว้ได้ ขณะที่ยืนยันว่ารถจะมีช่องชาร์จแบบ NACS หลังมีการพบต้นแบบชาร์จที่สถานี Supercharger ของ Tesla เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผย
แม้ Ford จะเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ได้ประกาศขนาดแบตเตอรี่ ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และสเปกสำคัญอื่น ๆ ดังนั้นการเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับคู่แข่งในตลาดจึงยังทำไม่ได้ในตอนนี้ ผู้ที่สนใจควรติดตามข้อมูลทางการจาก Ford เพิ่มเติม
ที่มา: Electrek



