เกียร์ว่าง
EV

ค่าย EV เร่งลดราคาก่อนภาษีสรรพสามิตใหม่มีผลปี 2570

ครม. เห็นชอบขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้าเป็น 35% มีผล 1 มกราคม 2570 ค่ายรถเร่งนำเข้าสต็อกและอัดโปรโมชันก่อนมาตรการใหม่มีผล

6 พ.ย. 2569, 10:21 น.

35%อัตราภาษีสรรพสามิต EV และ REEV นำเข้า (หลังปรับ)
1 มกราคม 2570วันที่มีผลบังคับใช้
161,532คันยอดขายรถยนต์นั่ง EV ม.ค.-ก.ย. 2569
สเปกทั้งหมด
อัตราภาษีสรรพสามิต EV และ REEV นำเข้า (ก่อนปรับ)
10% และ 15%
อัตราภาษีสรรพสามิต EV และ REEV นำเข้า (หลังปรับ)
35%
วันที่มีผลบังคับใช้
1 มกราคม 2570
ยอดขายรถยนต์ไทย ม.ค.-ก.ย. 2569
521,226 คัน
ยอดขายรถยนต์นั่ง EV ม.ค.-ก.ย. 2569
161,532 คัน
ราคาเริ่มต้น Tesla Model 3
1.149 ล้านบาท
ราคาเริ่มต้น Tesla Model Y
1.719 ล้านบาท

ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายในไทยเริ่มเปิดโปรโมชันและลดราคารอบใหม่ หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้ปรับภาษีสรรพสามิตรถ EV และ REEV รุ่นนำเข้าจากอัตรา 10% และ 15% ตามลำดับ เป็นอัตราเดียวกันที่ 35% โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 รัฐบาลระบุว่ามาตรการนี้มุ่งจูงใจให้ผู้ผลิตรถยนต์เข้ามาตั้งโรงงานในประเทศ และสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานเพื่อรักษาความแข็งแรงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

จากข้อมูลที่รายงาน ค่ายที่เน้นนำเข้ารถ EV บางรายสั่งรถเข้ามาสต็อกล่วงหน้า เพื่อให้ได้เสียภาษีในอัตราเดิม แหล่งข่าวจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทรถยนต์จีนรายใหญ่ให้ความเห็นว่า เมื่อทุกค่ายลดราคาพร้อมกัน ผู้ขายอาจได้ปริมาณแต่กำไรลดลง และการเร่งขายช่วงปลายปีอาจดึงดีมานด์ของปี 2570 มาใช้ล่วงหน้าหลายเดือน ทำให้ดีลเลอร์บางแห่งอาจต้องรับสต็อกจำนวนมากจนกลายเป็นปัญหาต่อเนื่อง

ตัวเลขตลาดล่าสุด

ข้อมูลตลาดรถยนต์ไทยช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2569 หรือมกราคมถึงกันยายน ระบุยอดขายรวม 521,226 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้า 161,532 คัน คิดเป็นราว 31% ของตลาด และเติบโต 98.56% กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ชี้ว่ายอดขาย EV เกินครึ่งเป็นรถนำเข้า ซึ่งเป็นแรงกดดันให้รัฐบาลต้องปรับโครงสร้างภาษีเพื่อปกป้องบริษัทที่ลงทุนตั้งโรงงานในประเทศ

แหล่งข่าวคาดว่าตลาด EV ในปี 2569 จะมียอดขายเกิน 2 แสนคัน จากประมาณ 1.18 แสนคันในปี 2568 ซึ่งจะเป็นสถิติสูงสุด และส่วนหนึ่งมาจากมาตรการภาษีใหม่ที่ทำให้ตลาดบิดเบือน ส่วนราคาขายปีหน้าจะขึ้นอยู่กับการต่อรองกับบริษัทแม่ของแต่ละค่าย และคาดว่าจะทยอยปรับขึ้น 2 ถึง 3 ครั้ง

ราคาและโปรโมชันที่เห็นในตลาด

แหล่งข่าวระบุว่า การขึ้นภาษีจาก 10% เป็น 35% ไม่จำเป็นต้องทำให้ราคาขายปลีกขยับตามสัดส่วนเดียวกัน อาจปรับขึ้นสูงสุดราว 10% และบางรุ่นอาจขยับราคาตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท กลุ่มที่ไม่มีแผนตั้งโรงงานในไทย เช่น เทสลา วอลโว ปอร์เช่ และอาวดี้ ได้รับผลกระทบมากกว่าและมีโอกาสปรับราคาในระดับหลักแสนบาท

เทสลาซึ่งนำเข้ารถจากจีนประกาศแคมเปญดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% หรือช่วยผ่อนนาน 1 ปี พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่งให้ฟรี ปัจจุบัน Model 3 มีราคาเริ่มต้น 1.149 ล้านบาท และ Model Y มีราคาเริ่มต้น 1.719 ล้านบาท

อีกกรณีคือ JAECOO 6T REEV เอสยูวีไฟฟ้าแบบขยายระยะทางจากจีน ซึ่งไม่เสียภาษีนำเข้า แต่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต 15% ตามอัตราเดิม ผู้ขายจึงเร่งระบายสต็อก 2,500 คัน ด้วยส่วนลด 20,000 บาท ทำให้รุ่น 2WD เหลือ 879,900 บาท และรุ่น 4WD เหลือ 979,900 บาท ส่วนรถ EV ที่ผลิตในไทยยังคงเสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 2% เดิม

ข้อเรียกร้องเรื่องโควตานำเข้า

แม้ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายรายจะทยอยลงทุนตั้งโรงงานในไทยแล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ค่ายรถญี่ปุ่นรายใหญ่ และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ยังเรียกร้องให้จำกัดการนำเข้ารถ EV หรือกำหนดปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับการลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ตาม รูปแบบและวิธีการจัดสรรโควตายังไม่มีข้อสรุป

นายสุโรจน์ แสงสนิท นายกสมาคม EVAT กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และเสนอให้พิจารณาโควตาจากมูลค่าการลงทุน เช่น การผลิตในประเทศ การจัดหาชิ้นส่วนในไทย โครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จสาธารณะ ศูนย์วิจัยและพัฒนา และศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่ โดยแลกกับการเสียภาษีในอัตราที่ต่ำลง

นอกจากนี้ สมาคมยังต้องการให้ปรับวิธีนับเกณฑ์มูลค่าเพิ่มในประเทศ หรือ Local Content ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 40% ให้สะท้อนการผลิตจริง ตรวจสอบให้เข้มขึ้น และบังคับสัดส่วนวัตถุดิบไทยให้มากขึ้น รวมถึงกำหนดให้ผู้ผลิตจัดซื้อชิ้นส่วนร่วมที่ผลิตในไทย เช่น แชสซีและตัวถัง เพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษี ส่วนด้านบีโอไอ สมาคมเสนอให้ปิดรับการส่งเสริมในกลุ่มที่ผู้ผลิตในประเทศมีศักยภาพเพียงพอแล้ว เว้นแต่เป็นการร่วมทุนที่คนไทยถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% และให้ตรวจสอบผู้ได้รับการส่งเสริมอย่างเข้มงวด พร้อมถอนบัตรส่งเสริมทันทีหากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด