กรมการขนส่งทางบกชวนใช้ DLT E-Service จัดการเรื่องรถและการขนส่งออนไลน์
กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ใช้ระบบ DLT E-Service ตั้งแต่อบรมและจองคิวใบขับขี่ ชำระภาษีรถ ไปจนถึงขอใบอนุญาตประกอบการขนส่ง พร้อมข้อควรระวังด้านความปลอดภัย
30 ต.ค. 2569, 09:31 น.
สเปกทั้งหมด
- ผู้ชำระภาษีรถออนไลน์ ปี 2569 รวม
- 1,366,716 คัน
- รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน
- 822,448 คัน
- รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
- 435,920 คัน
- รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
- 98,890 คัน
- รถยนต์นั่งเกิน 7 คน
- 9,458 คัน
กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ชวนประชาชนและผู้ประกอบการให้ใช้ระบบ DLT E-Service ซึ่งรวบรวมบริการที่เกี่ยวกับรถยนต์และการขนส่งไว้ในช่องทางออนไลน์ ข่าวนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2569 โดยกรมมองว่าการนำงานบริการเข้าสู่ระบบดิจิทัลจะช่วยให้ทั้งผู้ขับขี่ส่วนบุคคลและผู้ที่ทำธุรกิจขนส่งเข้าถึงขั้นตอนต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น
บริการในระบบครอบคลุมหลายด้าน ตั้งแต่การอบรมและจองคิวสำหรับทำใบขับขี่ ไปจนถึงการชำระภาษีรถ การจองหมายเลขทะเบียน และการยื่นขอใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ทางกรมระบุว่าระบบนี้ทำให้ผู้ใช้ประหยัดทั้งเวลาและเงินที่ต้องใช้ไปกับการเดินทาง เพราะหลายขั้นตอนสามารถทำได้จากที่บ้านหรือที่ทำงานโดยไม่ต้องไปยื่นเอกสารที่สำนักงานทุกครั้ง
ข้อมูลการชำระภาษีรถผ่านช่องทางออนไลน์
ในปี 2569 มีผู้ชำระภาษีรถผ่านช่องทางออนไลน์และช่องทางที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสิ้น 1,366,716 คัน จำนวนนี้แบ่งเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน 822,448 คัน รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 435,920 คัน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 98,890 คัน และรถยนต์นั่งเกิน 7 คน 9,458 คัน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าการจ่ายภาษีผ่านระบบออนไลน์เป็นที่นิยมมากกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่มีจำนวนมากที่สุดในข้อมูลชุดนี้
ห้าบริการออนไลน์ที่ควรรู้
บริการแรกคือ DLT e-Learning สำหรับการอบรมต่ออายุใบขับขี่ผ่านระบบออนไลน์ ผู้เข้าอบรมสามารถเรียนภาคทฤษฎีตามหลักสูตรที่กำหนด และนำผลที่ได้ไปใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตขับรถ
บริการที่สองคือ DLT Smart Queue ซึ่งใช้จองคิวล่วงหน้า โดยผู้ใช้เลือกสำนักงานขนส่ง ประเภทบริการ วัน และเวลาที่สะดวกได้เอง ระบบมีขั้นตอนยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
บริการที่สามคือการชำระภาษีรถประจำปีออนไลน์ ผู้ใช้สามารถยื่นชำระ ตรวจสอบสถานะ และเข้าถึงใบเสร็จอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามบริการที่รองรับ อย่างไรก็ตาม รถบางประเภทต้องตรวจสภาพให้เรียบร้อยตามหลักเกณฑ์ก่อน จึงจะดำเนินการชำระภาษีได้
บริการที่สี่คือ DLT E-Transport License ซึ่งเป็นระบบสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ใช้ยื่นคำขอใบอนุญาต ส่งเอกสาร และติดตามความคืบหน้าของคำขอผ่านช่องทางออนไลน์
บริการสุดท้ายที่กล่าวถึงคือการขอใบขับขี่สากลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ผู้ขอสามารถยื่นคำขอและทำตามขั้นตอนออนไลน์ได้ แต่ควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาตและเงื่อนไขของประเทศปลายทางก่อนเดินทาง เพราะแต่ละประเทศอาจกำหนดข้อกำหนดแตกต่างกัน
นอกจากห้าบริการหลักแล้ว ระบบยังมีบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น การจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ การประมูลหมายเลขทะเบียนรถเลขสวย การตรวจสอบข้อมูลภาษีรถ และการตรวจสอบประวัติผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในบริการที่รองรับ
ข้อควรระวังเรื่องความปลอดภัย
กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัวหรือชำระเงินทุกครั้ง และควรหลีกเลี่ยงการกดลิงก์จากแหล่งที่ไม่รู้จัก เพราะอาจเป็นช่องทางหลอกลวง นอกจากนี้ไม่ควรเปิดเผยรหัสผ่าน หมายเลข PIN หรือรหัส OTP ให้บุคคลอื่นไม่ว่ากรณีใด
ภาพรวม
โดยรวมแล้ว DLT E-Service เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ประชาชนจัดการธุรกรรมที่เกี่ยวกับรถได้สะดวกขึ้น และลดจำนวนครั้งที่ต้องเดินทางไปสำนักงาน ผู้ที่สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละบริการผ่านช่องทางทางการก่อนเริ่มใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าขั้นตอนที่ทำอยู่ตรงกับข้อกำหนดล่าสุด
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์


