เทิร์นรถที่ยังผ่อนไม่หมด ควรเช็กยอดปิดบัญชีและเงินส่วนต่างก่อนตัดสินใจ
ก่อนนำรถที่ยังผ่อนอยู่ไปเทิร์นเป็นคันใหม่ ควรรู้ยอดปิดบัญชีกับไฟแนนซ์และเงินส่วนต่างจากราคารับซื้อ พร้อมข้อตกลงที่ควรเขียนให้ชัดก่อนเซ็น
13 ต.ค. 2569, 00:02 น.
สเปกทั้งหมด
- ราคารับซื้อ (ตัวอย่างแรก)
- 450,000 บาท
- ยอดปิดบัญชี (ตัวอย่างแรก)
- 380,000 บาท
- เงินส่วนต่างที่เหลือ (ตัวอย่างแรก)
- 70,000 บาท
- ราคารับซื้อ (ตัวอย่างที่สอง)
- 350,000 บาท
- ยอดปิดบัญชี (ตัวอย่างที่สอง)
- 400,000 บาท
- ยอดที่ขาด (ตัวอย่างที่สอง)
- 50,000 บาท
การนำรถที่ยังผ่อนไม่หมดไปเทิร์นเพื่อเปลี่ยนเป็นคันใหม่ทำได้ในหลายกรณี ทั้งกรณีที่อยากได้รถรุ่นอื่น หรือรถคันเดิมไม่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอีกต่อไป แต่สิ่งแรกที่ควรรู้คือ เงินที่ได้จากการขายรถจะเหลือพอช่วยดาวน์คันใหม่หรือไม่ หรือยังต้องเติมเงินเพื่อปิดหนี้เดิมก่อน เพราะการนำรถไปส่งที่โชว์รูมไม่ได้หมายความว่าภาระการผ่อนจะจบทันที
ตรวจตัวเลขสองส่วนก่อนตัดสินใจ
ตัวเลขที่ต้องเช็กมีสองส่วน คือราคารับซื้อรถเดิม และยอดปิดบัญชีกับไฟแนนซ์ ขั้นแรกควรขอยอดปิดบัญชีจากไฟแนนซ์ ณ วันที่จะชำระจริง พร้อมรายละเอียดส่วนลดดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรคำนวณเองจากค่างวดที่เหลือคูณจำนวนเดือน เพราะยอดปิดก่อนกำหนดต้องคิดตามสัญญาและหลักเกณฑ์ของบัญชีนั้น จากนั้นให้ขอราคารับซื้อจากโชว์รูมหรือผู้รับซื้อเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วนำตัวเลขทั้งสองมาเทียบกัน โดยนำราคารับซื้อลบด้วยยอดปิดบัญชี และลบค่าใช้จ่ายที่ตกลงกันไว้ ผลลัพธ์ที่ได้คือเงินส่วนต่าง
ตัวอย่างแรก หากรับซื้อในราคา 450,000 บาท ขณะที่ยอดปิดบัญชีอยู่ที่ 380,000 บาท จะเหลือ 70,000 บาทก่อนหักค่าใช้จ่าย เงินส่วนนี้อาจนำไปช่วยดาวน์คันใหม่ได้ตามที่ตกลงกัน แต่การขอสินเชื่อรถคันใหม่ยังต้องผ่านการอนุมัติแยกต่างหาก
ตัวอย่างที่สอง หากรับซื้อในราคา 350,000 บาท แต่ยอดปิดบัญชีอยู่ที่ 400,000 บาท จะขาดอยู่ 50,000 บาทก่อนค่าใช้จ่ายอื่น ผู้ขับขี่จึงต้องเตรียมเงินส่วนนี้ไว้เติม หรือกำหนดวิธีชำระส่วนที่ขาดให้ชัดเจน เพื่อให้ปิดหนี้เดิมได้ครบถ้วน ทั้งสองกรณีเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่ราคาประเมินรถจริงของรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
ข้อตกลงที่ควรเขียนให้ชัดก่อนเซ็น
ก่อนส่งรถ ควรพูดคุยรายละเอียดให้เข้าใจตรงกันและเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ ประเด็นสำคัญได้แก่ ราคารับซื้อ ใครเป็นผู้ชำระยอดปิดบัญชี จะชำระเมื่อไร และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หากมีเงินเหลือ ต้องระบุว่าจะคืนให้เจ้าของรถหรือนำไปหักเป็นเงินดาวน์คันใหม่ นอกจากนี้ควรตกลงไว้ด้วยว่า หากสินเชื่อคันใหม่ไม่ผ่านการอนุมัติ จะดำเนินการกับรถคันเดิมและเงินที่จ่ายไปแล้วอย่างไร
เมื่อโชว์รูมหรือผู้รับซื้อชำระยอดให้เรียบร้อยแล้ว ควรขอหลักฐานการรับชำระ ตรวจสอบกับไฟแนนซ์โดยตรงว่าบัญชีถูกปิดแล้ว และติดตามเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ให้ครบ ไม่ควรพึ่งเพียงคำบอกเล่าว่าดำเนินการให้แล้ว
ในส่วนของการส่งต่อให้ผู้อื่นผ่อนแทน มีข้อควรระวังเป็นพิเศษ หากสัญญายังเป็นชื่อของเจ้าของเดิม หน้าที่ผ่อนชำระก็ยังอยู่กับเจ้าของชื่อนั้น การเปลี่ยนผู้ผ่อนต้องทำเรื่องโอนสิทธิตามสัญญาและได้รับอนุมัติจากไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นขั้นตอนคนละส่วนกับการขายรถแล้วปิดบัญชี เงื่อนไขการโอนสิทธิของแต่ละสถาบันการเงินอาจแตกต่างกัน จึงควรสอบถามแยกต่างหาก
ไม่มีเกณฑ์กลางเรื่องจำนวนงวด
มีคำถามที่พบบ่อยว่าต้องผ่อนครบกี่งวดจึงจะเทิร์นได้ แหล่งข่าวระบุว่าไม่มีเกณฑ์กลางที่กำหนดว่าต้องผ่อนครบ 6 ถึง 12 งวดก่อนจึงจะทำได้ในทุกกรณี วิธีที่ถูกต้องคือสอบถามยอดและขั้นตอนจากไฟแนนซ์เดิม หากเป็นการขายแล้วปิดบัญชี
เทียบยอดรวม ไม่ใช่แค่ค่างวด
แหล่งข่าวแนะนำให้เทียบราคารับซื้อจากหลายแห่งก่อนเปลี่ยนคัน และดูตัวเลขให้ครบทั้งเงินที่ต้องเติม เงินดาวน์ ค่างวดใหม่ และยอดผ่อนทั้งหมด เพราะค่างวดที่ลดลงอาจมาจากการผ่อนนานขึ้น ซึ่งหมายถึงยอดจ่ายรวมที่สูงขึ้นได้ เมื่อเห็นตัวเลขครบถ้วนแล้ว การเลือกจังหวะเปลี่ยนรถให้เหมาะกับงบประมาณก็จะทำได้ง่ายขึ้น
บทความที่เกี่ยวข้องในแหล่งข่าวเดียวกันก็ชี้ประเด็นคล้ายกันเรื่องการรีไฟแนนซ์ โดยค่างวดที่เบาลงอาจดูน่าสนใจ แต่ควรตรวจยอดจ่ายรวมทั้งหมดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ที่มา: Car2Day
