เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

สถิติขนส่ง ก.ย. 2569 รถพลังงานไฟฟ้าสะสม 1,394,043 คัน และใบขับขี่สาธารณะออกใหม่เพิ่มขึ้น

กรมการขนส่งทางบกเผยสถิติเดือนกันยายน 2569 มีรถจดทะเบียนสะสม 46,172,123 คัน รถใหม่พลังงานไฟฟ้า 39,526 คัน และใบขับขี่สาธารณะออกใหม่จำนวนมาก

12 ต.ค. 2569, 23:57 น.

46,172,123คันรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ
1,394,043คันรถพลังงานไฟฟ้าสะสม
39,526คันรถใหม่พลังงานไฟฟ้าที่จดทะเบียน
35,169ฉบับใบอนุญาตขับรถสาธารณะออกใหม่
สเปกทั้งหมด
รถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศ
46,172,123 คัน
รถพลังงานไฟฟ้าสะสม
1,394,043 คัน
สัดส่วนรถพลังงานไฟฟ้าต่อรถทั้งหมด
3.02 %
รถจดทะเบียนใหม่
244,388 คัน
รถใหม่พลังงานไฟฟ้าที่จดทะเบียน
39,526 คัน
ใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถออกใหม่
188,147 ฉบับ
ใบอนุญาตขับรถสาธารณะออกใหม่
35,169 ฉบับ
ใบอนุญาตขับรถสาธารณะออกใหม่เทียบเดือนก่อน
110.97 %
การชำระภาษีรถประจำปี ณ สำนักงานขนส่ง
83.78 %

กรมการขนส่งทางบก หรือ ขบ. เปิดเผยสถิติการขนส่งของประเทศประจำเดือนกันยายน 2569 โดยนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเป็นผู้แจ้งข้อมูล ตัวเลขชุดนี้ครอบคลุมทั้งจำนวนรถสะสมทั่วประเทศ การจดทะเบียนรถใหม่ การออกใบอนุญาตขับรถ และการชำระภาษีรถ จึงเป็นข้อมูลที่ใช้ติดตามภาพรวมของตลาดรถและการเดินทางของประชาชนได้ดีพอสมควร

รถจดทะเบียนสะสมและรถพลังงานไฟฟ้า

ตามข้อมูลที่เผยแพร่ ณ ช่วงเวลานี้ มีรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศรวม 46,172,123 คัน แบ่งเป็นรถที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 44,800,779 คัน และรถที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 1,371,344 คัน

ในจำนวนรถทั้งหมดนี้ มีรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าอยู่ 1,394,043 คัน ประกอบด้วยรถไฮบริด HEV จำนวน 734,831 คัน รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ BEV จำนวน 562,029 คัน และรถปลั๊กอินไฮบริด PHEV จำนวน 97,183 คัน คิดเป็นสัดส่วน 3.02% ของรถทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในรายงานนี้ไม่ได้ระบุยอดเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าสำหรับรถพลังงานไฟฟ้าสะสม จึงยังไม่สามารถยืนยันจากตัวเลขชุดนี้เพียงอย่างเดียวว่ามีการเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด

การจดทะเบียนรถใหม่

ในเดือนกันยายน 2569 มีการจดทะเบียนรถทั้งหมด 244,388 คัน โดยเป็นรถใหม่ 217,032 คัน ซึ่งลดลง 3.86% จากเดือนสิงหาคม 2569 ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล 69.77% รองลงมาคือรถยนต์นั่งไม่เกิน 7 คน 24.23%

สำหรับรถใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า มีการจดทะเบียนจำนวน 39,526 คัน คิดเป็น 18.21% ของรถใหม่ทั้งหมด แบ่งเป็นรถ BEV จำนวน 22,589 คัน รถ HEV จำนวน 14,859 คัน และรถ PHEV จำนวน 2,078 คัน ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่ารถพลังงานไฟฟ้ามีบทบาทในยอดจดทะเบียนใหม่อย่างต่อเนื่อง แม้รถจักรยานยนต์จะยังคงเป็นกลุ่มหลักของยอดรวม

ใบขับขี่และใบอนุญาตผู้ประจำรถ

ข้อมูลใบอนุญาตสะสมทั่วประเทศมีทั้งหมด 35,796,885 ฉบับ แบ่งเป็นใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 33,962,170 ฉบับ และใบอนุญาตผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 1,834,715 ฉบับ ส่วนใบอนุญาตขับรถและผู้ประจำรถที่ออกใหม่ในเดือนนี้มี 188,147 ฉบับ เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2569 ราว 15.71%

จุดที่โดดเด่นที่สุดคือใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่ออกใหม่ ซึ่งมีจำนวน 35,169 ฉบับ เพิ่มขึ้น 110.97% ทางกรมระบุว่าส่วนหนึ่งเกิดจากมาตรการของภาครัฐที่กำหนดให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะที่ถูกต้องภายในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ประกอบกับกรมได้ขยายเวลาให้บริการขอรับและต่ออายุใบอนุญาตนอกเวลาราชการ ทำให้มีผู้มาติดต่อเพิ่มขึ้นมาก

นอกจากนี้ การขอรับใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง มีจำนวน 10,309 ฉบับ หรือ 57.03% จากคำขอทั้งหมด 18,078 ฉบับ ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถมีจำนวน 266,456 ฉบับ แบ่งเป็นใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ 222,636 ฉบับ และใบอนุญาตผู้ประจำรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก 43,820 ฉบับ

การชำระภาษีรถและบริการใหม่

การดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถมีทั้งหมด 3,982,079 รายการ ในจำนวนนี้เป็นการชำระภาษีรถประจำปี 3,028,248 รายการ โดยช่องทางที่ประชาชนใช้มากที่สุดคือการชำระที่สำนักงานขนส่ง คิดเป็น 83.78% รองลงมาเป็นบริการ Drive Thru For Tax 11.60% และช่องทางออนไลน์ ตู้ Kiosk และเคาน์เตอร์เซอร์วิส รวมกัน 3.56%

กรมการขนส่งทางบกยังเพิ่มช่องทาง DRIVE THRU FOR TRANSFER สำหรับผู้ที่ต้องการโอนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ประเภท รย.1 ระหว่างบุคคลกับบุคคล โดยให้บริการที่จุด Drive Thru ในที่เดียวจบ ผู้สนใจควรเตรียมคู่มือจดทะเบียนรถ ใบโอนกรรมสิทธิ์ สำเนาบัตรประชาชน และใบมอบอำนาจ หากมี เข้ารับบริการได้ทุกวันทำการในเวลาราชการ ระหว่างเวลา 07.30 ถึง 15.30 น. เฉพาะที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 จตุจักร

ผู้ที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วน 1584 ซึ่งให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ สถิติด้านอื่น เช่น สถิติการประกอบการขนส่งและการตรวจสภาพรถ สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กลุ่มสถิติการขนส่งของกรมการขนส่งทางบก

ที่มา: เดลินิวส์

ข่าวล่าสุด