เกียร์ว่าง
EV

คลังเตรียมเสนอขึ้นภาษีรถอีวีนำเข้าทั้งคัน ไม่ต่ำกว่า 30% คาดใช้ 1 ม.ค. 70

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ครม. ปรับภาษีสรรพสามิตรถอีวีนำเข้าทั้งคันจากประมาณ 10% เป็นไม่ต่ำกว่า 30% คาดมีผลตั้งแต่ 1 ม.ค. 70

19 ต.ค. 2569, 07:56 น.

ประมาณ 10%อัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบันของรถอีวีนำเข้าทั้งคัน
ไม่ต่ำกว่า 30%อัตราภาษีที่เสนอให้ปรับขึ้นสำหรับรถนำเข้าทั้งคัน
1 ม.ค. 70วันที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้
สเปกทั้งหมด
อัตราภาษีสรรพสามิตปัจจุบันของรถอีวีนำเข้าทั้งคัน
ประมาณ 10 %
อัตราภาษีที่เสนอให้ปรับขึ้นสำหรับรถนำเข้าทั้งคัน
ไม่ต่ำกว่า 30 %
วันที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้
1 ม.ค. 70
ราคารถตัวอย่าง
1 ล้าน บาท
ราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อยในตัวอย่าง
2 แสน บาท
จำนวนระดับของโครงสร้างภาษีใหม่
3 ระดับ
ระยะเวลาที่จะส่งเรื่องให้ ครม. พิจารณา
2 สัปดาห์

กระทรวงการคลังของไทยเตรียมเสนอให้ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี โดยเน้นเฉพาะรถที่นำเข้ามาทั้งคันและไม่มีชิ้นส่วนผลิตในประเทศไทยเลย แหล่งข่าวจากกระทรวงระบุว่าจะส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาภายใน 2 สัปดาห์

แหล่งข่าวยังไม่ได้ยืนยันว่าเรื่องนี้จะผ่านการอนุมัติ จึงยังถือเป็นแผนที่อยู่ในขั้นเสนอเท่านั้น

อัตราภาษีที่จะเปลี่ยน

ปัจจุบันรถอีวีนำเข้าทั้งคันถูกเก็บภาษีอยู่ที่ประมาณ 10% หากแผนนี้ผ่าน อัตราจะเพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 30% เป้าหมายหลักคือให้ค่ายรถที่ตั้งโรงงานและมีเครือข่ายการผลิตในไทยอยู่แล้วได้รับการปกป้องมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการจูงใจให้ค่ายที่ยังนำเข้ารถทั้งคันเร่งเข้ามาตั้งโรงงานผลิตในไทยเพิ่มเติม

คาดว่าภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 โดยจะกระทบรถที่ซื้อหลังวันดังกล่าว

ตัวอย่างการคำนวณราคา

แหล่งข่าวยกตัวอย่างรถราคา 1 ล้านบาท ซึ่งเดิมเสียภาษี 10% หรือ 1 แสนบาท หากปรับเป็นอัตราใหม่ที่สูงกว่า 30% ราคารถจะแพงขึ้นอย่างน้อย 2 แสนบาททันที

ผลต่อผู้ซื้อ

หากโครงสร้างภาษีใหม่มีผลจริง ผู้ที่ต้องการซื้อรถอีวีนำเข้าและอยากได้อัตราภาษีเดิมอาจต้องตัดสินใจซื้อภายในปลายปีนี้ ส่วนรถอีวีที่ผลิตในประเทศไทยจะยังคงราคาเดิม เพราะไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการปรับภาษีรอบนี้

โครงสร้างภาษี 3 ระดับ

แนวทางใหม่จะแบ่งอัตราภาษีออกเป็น 3 ระดับ ระดับต่ำสุดสำหรับผู้ประกอบการที่มีโรงงานและใช้ชิ้นส่วนในประเทศครบถ้วน ระดับกลางสำหรับผู้ที่มีโรงงานแต่ยังพึ่งพาชิ้นส่วนนำเข้าจำนวนมาก และระดับสูงสุดสำหรับรถที่นำเข้าทั้งคันโดยไม่มีโรงงานในประเทศ

นอกจากนี้ มาตรฐานเมด อิน ไทยแลนด์ จะเปลี่ยนวิธีคำนวณสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ จากเดิมที่นับกำไร ค่าแรง และค่าไฟฟ้ารวมกัน ไปเน้นการนับชิ้นส่วนที่มีเทคโนโลยีสูงแทน

อีกประเด็นคือการจัดเก็บภาษีรถยนต์รูปแบบใหม่จะไม่แยกอัตราตามประเภทเทคโนโลยี แต่จะใช้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเกณฑ์ ยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษน้อยจะได้อัตราภาษีต่ำกว่า ไม่ว่าจะเป็นรถแบตเตอรี่ล้วน รถไฟฟ้าแบบขยายระยะ หรือรถไฮบริด

ที่มาของนโยบาย

แหล่งข่าวระบุว่ายุทธศาสตร์ยานยนต์ไฟฟ้าของไทยเริ่มมาตั้งแต่ 4-5 ปีก่อน เพื่อไม่ให้ไทยตามหลังและเสียตำแหน่งศูนย์กลางยานยนต์ของภูมิภาค รัฐบาลในช่วงนั้นใช้มาตรการอีวี 3.0 ถึง 3.5 ซึ่งช่วยดึงดูดค่ายรถจีน 8 ค่ายให้มาตั้งโรงงานในไทยเพื่อรองรับการขายและการส่งออกไปยังมาเลเซีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

เมื่อเข้าสู่ระยะถัดไป ภาครัฐเห็นว่าต้องใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้นเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมการลงทุนในระยะยาว

มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปรับภาษีนำเข้าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ค่ายรถญี่ปุ่น แต่กระทรวงการคลังยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด และเป็นโรดแมปที่วางไว้ตั้งแต่ต้น เริ่มจากการดึงดูดการลงทุน สร้างห่วงโซ่อุปทาน กำหนดเกณฑ์ชิ้นส่วนในประเทศ และตามด้วยมาตรการปกป้องตามลำดับ

หากแผนนี้ผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ ผู้บริโภคและค่ายรถที่นำเข้ารถทั้งคันจะต้องติดตามรายละเอียดของอัตราภาษีและเงื่อนไขมาตรฐานใหม่อย่างใกล้ชิด

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด