เกียร์ว่าง
เทคโนโลยี

GM เปิดแผนใช้ AI ในระบบขับขี่อัตโนมัติ OnStar และแพลตฟอร์ม EV รุ่นที่ 4

GM เผยแผนนำ AI มาใช้กับ OnStar ระบบขับขี่อัตโนมัติเริ่มที่ Cadillac Escalade IQ และแพลตฟอร์ม EV รุ่นที่ 4 ที่ใช้แบตเตอรี่ LMR

22 ต.ค. 2569, 01:38 น.

2ปีระยะเวลาพัฒนารถยนต์ใหม่ เป้าหมาย
15percentความเบาของ EV Gen 4 เทียบกับ EV ปัจจุบัน
20percentความกะทัดรัดของแบตเตอรี่ LMR
สเปกทั้งหมด
ปีที่เริ่มความสามารถ OnStar ที่ยกระดับ
2027
ระยะเวลาพัฒนารถยนต์ใหม่ เป้าหมาย
2 ปี
ระยะเวลาพัฒนารถยนต์ใหม่ ปัจจุบัน
4 ถึง 5 ปี
ความเบาของ EV Gen 4 เทียบกับ EV ปัจจุบัน
15 percent
ความกะทัดรัดของแบตเตอรี่ LMR
20 percent
ค่าอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้น
25 percent
จำนวนชิ้นส่วนที่ลดลง
40 percent
กำลังประมวลผลของ CCU เทียบกับรถปัจจุบัน
40 เท่า
Super Cruise ระยะทางแฮนด์ฟรีสะสม
1.2 billion ไมล์

General Motors จัดงาน GM Tech Day เพื่อให้ภาพรวมว่าบริษัทกำลังนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้กับผลิตภัณฑ์และกระบวนการพัฒนารถยนต์ในอนาคตอย่างไร ประเด็นหลักครอบคลุมตั้งแต่ระบบขับขี่อัตโนมัติ ผู้ช่วยดิจิทัลในระบบ OnStar ไปจนถึงการใช้ AI เพื่อลดระยะเวลาการพัฒนารถยนต์ใหม่

ระบบ OnStar และผู้ช่วย AI

ความสามารถที่ลูกค้าจะเห็นเป็นอย่างแรกคือการยกระดับบริการ OnStar ซึ่งเป็นบริการเทเลเมติกส์ของ GM โดยบริษัทระบุว่าจะเริ่มในปี 2027 ผู้ช่วย AI ตัวใหม่จะปรากฏใน Cadillac Lyriq รุ่นปี 2027 ก่อน จากนั้นจะขยายไปยังรุ่นอื่น เช่น Chevrolet Silverado และ GMC Sierra ในปีถัดไป และบางรุ่นที่มีอยู่แล้วก็อาจติดตั้งเพิ่มเติมได้

ผู้ช่วยตัวนี้สามารถเชื่อมกับปฏิทินของผู้ใช้ และเรียนรู้จากบทสนทนาก่อนหน้าเพื่อให้คำแนะนำ นอกจากนี้ OnStar จะขยายออกนอกตัวรถ ไปยังอุปกรณ์มือถือของเจ้าของและสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของเลือกเชื่อมต่อด้วย ทั้งหมดนี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของ และตัวแทนของ GM ที่ให้สัมภาษณ์ระบุว่าบริษัทจะไม่ขายข้อมูลของผู้ขับขี่ให้บริษัทภายนอก ประเด็นนี้มีความสำคัญเพราะระบบจะรู้จักผู้ใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ระบบขับขี่อัตโนมัติเริ่มที่ Cadillac Escalade IQ

GM ระบุว่าจะเปิดตัวระบบขับขี่อัตโนมัติครั้งแรกใน Cadillac Escalade IQ และ Escalade IQL รุ่นปี 2028 โดยบริษัทต้องการให้ผู้ขับเปิดใช้งานด้วยปุ่มเดียว ซึ่งต่างจาก Super Cruise ในปัจจุบันที่ผู้ขับต้องเริ่มระบบควบคุมความเร็วและตั้งความเร็วเอง ระบบจะใช้งานได้ก่อนบนทางหลวง และจะขยายไปยังถนนประเภทอื่นในภายหลัง

ตัวระบบขับขี่อัตโนมัตินี้ทำงานบนแพลตฟอร์มประมวลผลกลางแบบใหม่ ซึ่ง GM บอกว่าเบากว่า เรียบง่ายกว่า และทรงพลังกว่าเดิม รุ่นที่จะได้รับระบบนี้เป็นกลุ่มแรกคือ Escalade IQ และ IQL ปี 2028 ส่วนรุ่นอื่นที่ระบุไว้ ได้แก่ Chevrolet Traverse, Buick Enclave, GMC Acadia และ SUV ขนาดใหญ่อย่าง Tahoe, Suburban และ GMC Yukon รวมถึงรถกระบะขนาดใหญ่ แต่ยังไม่มีวันที่แน่ชัดสำหรับรุ่นเหล่านั้น

Super Cruise ของ GM ถูกจัดเป็นระบบระดับ Level 2 ซึ่งผู้ขับยังต้องมองถนนตลอดเวลา ส่วนระบบใหม่จะเป็น Level 3 ที่ให้ความเป็นอิสระมากกว่า แม้จะจำกัดอยู่กับถนนบางประเภท ระบบแบบนี้ต้องใช้เซนเซอร์ Lidar ที่แพงและซับซ้อนกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้ผลิตบางรายเคยถอยกลับไปใช้ระบบที่ผู้ขับต้องดูถนนอยู่

การพัฒนารถยนต์ด้วย AI และแพลตฟอร์ม EV รุ่นที่ 4

Sterling Anderson ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ GM อธิบายว่าบริษัทปรับกระบวนการพัฒนาใหม่ จากเดิมที่ทำงานต่อกันเป็นลำดับ ตั้งแต่ออกแบบ วิศวกรรม จนถึงการผลิต ปัจจุบันงานเหล่านี้ทำพร้อมกันได้ด้วยการจำลองแบบเสมือน GM ระบุว่าระยะเวลาพัฒนารถยนต์ใหม่จากแนวคิดจนถึงการผลิตจะเหลือเพียง 2 ปี จากเดิมที่ใช้ 4 ถึง 5 ปี

แพลตฟอร์ม EV รุ่นที่ 4 เป็นหนึ่งในโครงการแรก ๆ ที่จะได้ประโยชน์จากกระบวนการใหม่นี้ สถาปัตยกรรม Gen 4 จะใช้แบตเตอรี่ LMR หรือ Lithium Manganese Rich ซึ่ง GM อ้างว่ามีต้นทุนต่ำกว่า มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม 20 percent แต่ยังให้ระยะทางวิ่งไกลได้ รถที่ใช้สถาปัตยกรรมนี้จะเบากว่า EV ปัจจุบัน 15 percent และมีค่าอากาศพลศาสตร์ดีกว่า 25 percent นอกจากนี้ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และชิ้นส่วนน้อยลง 40 percent

Mark Reuss ประธาน GM ระบุว่าสถาปัตยกรรมนี้จะรองรับ EV กระแสหลัก และ EV คิดเป็นราว 1 ใน 4 ของยอดขายรถใหม่ทั่วโลกในปัจจุบัน ซึ่งสัดส่วนนี้มีแต่จะเพิ่มขึ้น เขายืนยันว่า GM มุ่งมั่นกับ EV ในระยะยาว แม้บริษัทจะยังคงให้ลูกค้าเลือกใช้รถหลายประเภทในวันนี้

สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวรถยนต์ ประเด็นที่ควรจับตาคือการนำระบบเหล่านี้ไปใช้จริงในรุ่นการผลิต และกำหนดเวลาสำหรับรุ่นที่ยังไม่ได้ระบุวันที่ ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากผู้ผลิต

ที่มา: Car and Driver, Carscoops, InsideEVs

ข่าวล่าสุด