การผลิตรถ BEV ของไทยปี 2569 คาดแตะ 115,000 คัน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า BEV ของไทยปี 2569 ที่ราว 115,000 คัน เพิ่มขึ้น 62% จากปีก่อน ท่ามกลางการแข่งขันในอาเซียนที่เข้มข้นขึ้น
18 ต.ค. 2569, 20:04 น.
สเปกทั้งหมด
- ยอดผลิต BEV คาดการณ์
- 115,000 คัน
- การเพิ่มขึ้นเทียบกับปีก่อน
- 62 %
- สัดส่วนต่อกำลังการผลิตที่ลงทุนไว้
- 29 %
- ปริมาณส่งออก BEV คาดการณ์
- 2 หมื่น คัน
- สัดส่วนการส่งออกต่อยอดผลิต
- 17 %
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2569 ไทยจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ หรือ BEV ได้ราว 115,000 คัน เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตดังกล่าวคิดเป็นเพียง 29% ของกำลังการผลิตที่ค่ายรถยนต์ประกาศการลงทุนไว้ สาเหตุหลักคือไทยยังนำเข้ารถ BEV มาจำหน่ายในปริมาณมาก ขณะที่การผลิตเพื่อส่งออกยังอยู่ในระดับไม่มากนัก
คาดว่าไทยจะส่งออกรถ BEV ได้ประมาณ 2 หมื่นคัน หรือราว 17% ของยอดผลิตทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ยังไม่สูงเมื่อเทียบกับกำลังการผลิตที่มีอยู่
การแข่งขันในตลาดส่งออก
การขยายตลาดส่งออกของไทยเผชิญแรงกดดันจากรถ BEV ที่ผลิตในจีน ซึ่งเข้ามาทำตลาดในหลายตลาดหลักของไทย รวมถึงกลุ่มประเทศโอเชียเนีย
ตลาดอาเซียนซึ่งเป็นเป้าหมายส่งออกสำคัญของไทยก็มีแนวโน้มเข้าถึงได้ยากขึ้น แม้ตลาดรถ BEV ในภูมิภาคจะเติบโต แต่อินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซียต่างเร่งส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ จึงทำให้โอกาสนำเข้ารถจากไทยลดลง
อินโดนีเซียและเพื่อนบ้าน
อินโดนีเซียมีแนวโน้มเป็นคู่แข่งโดยตรงของไทยมากขึ้น หลังกำหนดให้รถ BEV ที่จำหน่ายในประเทศต้องใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศตามเกณฑ์ที่วางไว้ มาตรการนี้ทำให้ค่ายรถหลายแห่งตั้งฐานผลิตในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น และหลายรายที่ลงทุนในอินโดนีเซียก็ลงทุนในไทยด้วยเช่นกัน
อินโดนีเซียยังมีจุดแข็งเรื่องแหล่งแร่นิกเกิล ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่ และมีตลาดผู้ซื้อรถ BEV ที่ใหญ่กว่าไทยมาก ทำให้ผลิตได้ในปริมาณมากจนลดต้นทุนต่อคันได้ง่ายกว่า จากผลของการประหยัดต่อขนาด และพึ่งพาตลาดในประเทศได้มากโดยไม่ต้องพึ่งการส่งออกเท่าไทย
ส่วนเวียดนามและมาเลเซียใช้มาตรการคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศและจำกัดรถนำเข้า เช่น การกำหนดขั้นตอนนำเข้าที่ซับซ้อนซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ขณะที่มาเลเซียกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับรถ BEV นำเข้า ซึ่งส่งผลต่อรถไฟฟ้าขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ผลิตในไทย
แม้เวียดนามและมาเลเซียจะไม่ได้แข่งดึงดูดการลงทุนขนาดใหญ่โดยตรงกับไทย แต่มาตรการเหล่านี้ทำให้การส่งออกรถ BEV จากไทยไปยังสองประเทศนี้ยากขึ้น
โจทย์ของไทย
โจทย์สำคัญของไทยคือการเพิ่มยอดผลิตให้สอดคล้องกับกำลังการผลิตที่มีการลงทุนไว้ ควบคู่กับการหาตลาดส่งออกมารองรับ ท่ามกลางการแข่งขันจากจีนและประเทศในอาเซียนที่ต่างต้องการสร้างฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง
ตัวเลขทั้งหมดเป็นการประมาณการของศูนย์วิจัยกสิกรไทยตามที่รายงานไว้ ยังไม่ใช่ตัวเลขการผลิตจริงของปี 2569
ที่มา: เดลินิวส์


