เกียร์ว่าง
ราคา/โปรโมชัน

งบ 7 แสนบาทในปี 2026 ซื้อรถอะไรได้บ้าง เทียบรถเทอร์โบ ไฮบริด และไฟฟ้า

รวมตัวเลือกรถในงบไม่เกิน 700,000 บาทปี 2026 ทั้งรถเทอร์โบ ไฮบริด และไฟฟ้า พร้อมเทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อปีจากข้อมูลประมาณการ

12 ต.ค. 2569, 23:57 น.

100แรงม้าNissan Almera กำลังเครื่องยนต์
122แรงม้าHonda City Turbo กำลังสูงสุด
30,000บาทต่อปีค่าใช้จ่ายพลังงานรถเบนซินต่อปี (ประมาณการ 15,000 กม.ต่อปี)
10,000 ถึง 12,000บาทต่อปีค่าใช้จ่ายพลังงานรถไฟฟ้าชาร์จที่บ้านเป็นหลักต่อปี (ประมาณการ)
สเปกทั้งหมด
Nissan Almera กำลังเครื่องยนต์
100 แรงม้า
Nissan Almera แรงบิดสูงสุด
152 นิวตันเมตร
Honda City Turbo กำลังสูงสุด
122 แรงม้า
Toyota Yaris ATIV ราคาเริ่มต้น
569,000 ถึง 779,000 บาท
Nissan Almera ราคาเริ่มต้น
573,000 ถึง 699,000 บาท
Honda City Turbo ราคาเริ่มต้น
599,000 บาท
Mazda2 ราคาเริ่มต้น
529,000 ถึง 749,000 บาท
Honda City e:HEV ราคาเริ่มต้น
649,000 ถึง 779,000 บาท
MG3 Hybrid+ ราคาเริ่มต้น
579,900 ถึง 619,900 บาท
Suzuki Fronx ราคาเริ่มต้น
689,000 ถึง 799,000 บาท
AION UT ราคาเริ่มต้น
519,900 ถึง 619,900 บาท
MG Urban ราคาเริ่มต้น
549,900 ถึง 729,900 บาท
MG4 ราคาเริ่มต้น
669,900 ถึง 749,900 บาท
ค่าใช้จ่ายพลังงานรถเบนซินต่อปี (ประมาณการ 15,000 กม.ต่อปี)
30,000 บาทต่อปี
ค่าใช้จ่ายพลังงานรถไฟฟ้าชาร์จที่บ้านเป็นหลักต่อปี (ประมาณการ)
10,000 ถึง 12,000 บาทต่อปี

ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 มีตัวเลือกภายในงบไม่เกิน 700,000 บาทมากกว่าที่เคย จากเดิมที่ผู้ซื้อมักมองหาเพียงรถอีโค่คาร์หรือรถเก๋งขนาดเล็ก ปัจจุบันสามารถพิจารณารถเครื่องยนต์เทอร์โบ รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีราคาเริ่มต้นใกล้เคียงกัน ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาซื้อเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสมรรถนะ อุปกรณ์ พื้นที่ใช้สอย ความสะดวกในการเติมพลังงาน และค่าใช้จ่ายตลอดการเป็นเจ้าของ

กลุ่มรถเครื่องยนต์สันดาปและเทอร์โบ

รถเครื่องยนต์สันดาปยังเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ และเดินทางไกลได้สะดวก Toyota Yaris ATIV มีราคาเริ่มต้นประมาณ 569,000 ถึง 779,000 บาท เป็นรถซีดานขนาดเล็กที่เหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและต่างจังหวัด จุดเด่นคือพื้นที่โดยสารและเครือข่ายศูนย์บริการ ผู้ซื้อควรตรวจสอบอุปกรณ์ของรุ่นย่อยก่อนตัดสินใจ

Nissan Almera มีราคาเริ่มต้นประมาณ 573,000 ถึง 699,000 บาท ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรแบบเทอร์โบ ให้กำลังประมาณ 100 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 152 นิวตันเมตร ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจริงขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับ

Honda City Turbo มีราคาเริ่มต้น 599,000 บาท ใช้เครื่องยนต์ 1.0 VTEC Turbo ให้กำลังสูงสุดประมาณ 122 แรงม้า มีทั้งตัวถังแบบซีดานและแฮตช์แบ็ก ระบบ Honda SENSING มีให้เลือกเฉพาะบางรุ่นย่อย จึงควรเช็กอุปกรณ์ของรุ่นที่สนใจโดยตรง

Mazda2 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 529,000 ถึง 749,000 บาท มีทั้งตัวถังซีดานและแฮตช์แบ็ก และมีเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตรหรือดีเซลขนาด 1.5 ลิตรให้เลือก เหมาะกับผู้ที่ให้ความสำคัญกับการควบคุมรถและความรู้สึกหลังพวงมาลัย

กลุ่มรถไฮบริด

รถไฮบริดแบบไม่ต้องเสียบปลั๊กเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากลดค่าน้ำมัน แต่ยังไม่พร้อมใช้รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ Honda City e:HEV มีราคาเริ่มต้นประมาณ 649,000 ถึง 779,000 บาท ใช้ระบบ Full Hybrid ไม่ต้องติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน และยังเติมน้ำมันที่สถานีบริการทั่วไปได้ตามปกติ

MG3 Hybrid+ มีราคาเริ่มต้นประมาณ 579,900 ถึง 619,900 บาท เป็นรถแฮตช์แบ็กขนาดเล็กที่ระบบไฮบริดให้กำลังรวมสูงกว่ารถเครื่องยนต์เล็กหลายรุ่น ส่วน Suzuki Fronx มีราคาเริ่มต้นประมาณ 689,000 ถึง 799,000 บาท เป็นรถทรงครอสโอเวอร์ที่ตำแหน่งนั่งสูงกว่ารถเก๋งทั่วไป และมีระบบ Smart Hybrid ในรุ่นที่ติดตั้ง

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

รถไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์มีตัวเลือกหลากหลายทั้งรถขนาดเล็ก แฮตช์แบ็ก และรถที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ความคุ้มค่าของรถกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับต่อวัน ความสะดวกในการชาร์จ และสัดส่วนการชาร์จที่บ้านเทียบกับสถานีสาธารณะ

AION UT มีราคาเริ่มต้นประมาณ 519,900 ถึง 619,900 บาท ระยะทางวิ่งที่ผู้ผลิตระบุแตกต่างกันตามรุ่นและมาตรฐานการทดสอบ ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบระยะทางของรุ่นที่สนใจ ความเร็วในการชาร์จ และการรับประกันแบตเตอรี่ ด้าน MG Urban มีราคาเริ่มต้นประมาณ 549,900 ถึง 729,900 บาท และควรเปรียบเทียบราคาหลังหักส่วนลดและโปรโมชันจากผู้จำหน่ายด้วย

MG4 มีราคาเริ่มต้นประมาณ 669,900 ถึง 749,900 บาท บางรุ่นใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งให้การตอบสนองของรถต่างจากรถไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า บทความที่อ้างอิงระบุด้วยว่ามี EV ในงบนี้ที่วิ่งได้ไกลกว่า 400 กม. แต่ผู้ซื้อควรเทียบกำลังมอเตอร์ ระยะทางวิ่ง และอุปกรณ์ของรุ่นย่อยที่อยู่ในงบโดยตรง

เทียบค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน

เพื่อให้เห็นภาพ แหล่งข่าวสมมติให้รถทุกคันวิ่งระยะทาง 15,000 กิโลเมตรต่อปี และประเมินค่าพลังงานต่อปีดังนี้ รถเบนซินประมาณ 30,000 บาท รถเทอร์โบที่ประหยัดน้ำมันประมาณ 23,000 ถึง 25,000 บาท รถไฮบริดประมาณ 19,000 ถึง 21,000 บาท และรถไฟฟ้าที่ชาร์จที่บ้านเป็นหลักประมาณ 10,000 ถึง 12,000 บาท

ตัวเลขเหล่านี้เป็นการประมาณการ ไม่ใช่ผลทดสอบรถทุกรุ่นภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับอัตราสิ้นเปลือง ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า รูปแบบการขับ และสัดส่วนการชาร์จนอกบ้าน ตามตัวเลขนี้ รถไฟฟ้าที่ชาร์จที่บ้านมีโอกาสประหยัดพลังงานได้มากที่สุด ส่วนรถไฮบริดเป็นทางเลือกตรงกลางสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าน้ำมันโดยไม่ต้องติดตั้งเครื่องชาร์จ

ต้นทุนอื่นที่ควรคิดด้วย

ค่าพลังงานไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมดของการเป็นเจ้าของรถ ควรนำค่าประกันภัย ค่าบำรุงรักษา ยางรถยนต์ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน และมูลค่าขายต่อมาพิจารณาประกอบด้วย

สรุป

งบ 700,000 บาทในปี 2026 เปิดทางเลือกได้กว้างขึ้น ตั้งแต่รถเครื่องยนต์เบนซินและเทอร์โบที่ใช้งานง่าย รถไฮบริดที่ประหยัดน้ำมันโดยไม่ต้องชาร์จ ไปจนถึงรถไฟฟ้าที่อาจลดค่าพลังงานในระยะยาว หากต้องการความคุ้นเคยและไม่อยากปรับพฤติกรรมการใช้รถ รถเครื่องยนต์ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ หากขับในเมืองเป็นหลักและอยากประหยัดน้ำมัน ไฮบริดอาจตอบโจทย์ได้ลงตัว ส่วนผู้ที่มีที่ชาร์จที่บ้านและใช้รถเป็นประจำ ควรนำรถไฟฟ้ามาเปรียบเทียบอย่างจริงจัง รถที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่รถที่ราคาถูกที่สุด แต่คือรถที่เหมาะกับการใช้งานและงบประมาณของผู้ซื้อ

ที่มา: Car2Day

ข่าวล่าสุด