เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

ส.อ.ท. ยืนยันน้ำท่วมไม่กระทบเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 โรงงานกลับมาผลิตปกติแล้ว

ส.อ.ท. ระบุโรงงานชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยกลับมาผลิตตามปกติแล้ว และยังคงเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 ไว้ที่ 1.45 ล้านคัน

27 ต.ค. 2569, 16:46 น.

1.45ล้านคันเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569
9แสนคันผลิตเพื่อการส่งออก
5.5แสนคันผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
1.08ล้านคันยอดผลิตสะสม 9 เดือน (มกราคมถึงกันยายน)
สเปกทั้งหมด
เป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569
1.45 ล้านคัน
ผลิตเพื่อการส่งออก
9 แสนคัน
ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ
5.5 แสนคัน
ยอดผลิตสะสม 9 เดือน (มกราคมถึงกันยายน)
1.08 ล้านคัน
การเติบโตของยอดผลิตสะสม 9 เดือนเทียบปีก่อน
0.39 %
ยอดจำหน่ายในประเทศ 9 เดือน
521,000 คัน
ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน
2,500 ราย
การจ้างงานที่เกี่ยวข้อง
800,000 คน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ออกมายืนยันว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ที่ผ่านมา จะไม่ส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการผลิตรถยนต์ในปี 2569 นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาฯ และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นผู้ให้ข้อมูลดังกล่าว

ผลกระทบต่อโรงงานชิ้นส่วน

แม้โรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บางแห่งในนิคมอมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี จะไม่ได้ถูกน้ำท่วมโดยตรง แต่ระดับน้ำที่สูงทำให้ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว สาเหตุหลักมาจากการขาดชิ้นส่วนสำหรับใช้ผลิต เส้นทางขนส่งที่ไม่สะดวก และพนักงานจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนจนไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจสมาชิกตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม โรงงานทุกแห่งที่อยู่ในการสำรวจได้ทยอยเดินสายการผลิตอีกครั้งจนกลับสู่สภาพปกติแล้ว

เป้าหมายการผลิตยังคงเดิม

กลุ่มฯ ประเมินว่าผลกระทบจากน้ำท่วมจะไม่ทำให้เป้าหมายการผลิตรถยนต์ของปีนี้เปลี่ยนแปลง จึงยังคงตัวเลขไว้ที่ 1.45 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อส่งออก 9 แสนคัน และการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5.5 แสนคัน ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของกลุ่มฯ จากการสำรวจสมาชิก และ ส.อ.ท. ระบุว่าจะยังต้องติดตามตัวเลขการผลิตที่จะรายงานอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน เพื่อดูแนวโน้มที่ชัดเจนขึ้น

ตัวเลขการผลิตและการจำหน่ายช่วง 9 เดือน

ข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนของปี 2569 ระบุว่า ยอดผลิตรถยนต์สะสมอยู่ที่ 1.08 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 0.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนภาพรวมของยอดผลิตและยอดจำหน่ายในประเทศยังเป็นบวก ขณะที่ยอดส่งออกปรับลดลง โดยยอดจำหน่ายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 521,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถกระบะยังคงหดตัว โดยเฉพาะกลุ่มกระบะบรรทุกที่ใช้งานกับอาชีพอย่างเกษตรกรและพ่อค้าแม่ค้า กลุ่มนี้เผชิญปัญหาการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้การตัดสินใจซื้อลดลงตามไปด้วย

มาตรการภาครัฐที่ยังรอความชัดเจน

ทางกลุ่มยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นำเข้าสำเร็จรูป ผู้ประกอบการมองว่าการปรับภาษีจะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ลงทุนและผลิตในประเทศไทย และสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาวและการเพิ่มมูลค่าภายในประเทศ

อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ มีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 ราย และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบ อุตสาหกรรมสนับสนุน ไปจนถึงผู้ประกอบการ SMEs และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการจึงมองว่าการส่งเสริมการผลิตในประเทศช่วยกระจายผลประโยชน์ไปสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง

ส.อ.ท. คาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นตลาดที่ชัดเจนและเร่งด่วน โดยเฉพาะตลาดรถกระบะซึ่งเป็น Product Champion ของประเทศ เพื่อรักษาระดับการผลิตและความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน รวมถึงระบบนิเวศของ Product Champion ทางกลุ่มระบุว่าได้ให้ข้อมูลกับภาครัฐอย่างต่อเนื่องแล้ว เพราะการผลิตและการขายในกลุ่มรถกระบะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปคือ ส.อ.ท. ยืนยันว่าอุทกภัยครั้งนี้ไม่กระทบเป้าหมายการผลิตรถยนต์ปี 2569 ในภาพรวม แต่ตลาดรถกระบะและการส่งออกยังเป็นจุดที่ต้องจับตา

ที่มา: Autolife Thailand

ข่าวล่าสุด