Tesla และ SpaceX ตั้งคณะกรรมการพิเศษพิจารณาการควบรวมกิจการ
อีลอน มัสก์ เผยทั้ง SpaceX และ Tesla ตั้งคณะกรรมการพิเศษศึกษาการควบรวม ยังไม่มีข้อสรุป และต้องผ่านการพิจารณาของบอร์ดและผู้ถือหุ้นก่อน
23 ต.ค. 2569, 16:18 น.
สเปกทั้งหมด
- รายได้ SpaceX ไตรมาส 3
- 14,580 ล้านดอลลาร์
- กำไรสุทธิ SpaceX ไตรมาส 3
- 4,400 ล้านดอลลาร์
- รายจ่ายลงทุน SpaceX ไตรมาส 3
- 19,600 ล้านดอลลาร์
- สมาชิก Starlink ไตรมาส 3
- 13.6 ล้านราย
- รายได้ธุรกิจ AI SpaceX ไตรมาส 3
- 7,560 ล้านดอลลาร์
- รายได้เฉลี่ยต่อสมาชิก Starlink ไตรมาส 3
- 69 ดอลลาร์
อีลอน มัสก์ ยืนยันว่าบอร์ดบริหารของ SpaceX และ Tesla ต่างตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการรวมสองบริษัทเข้าด้วยกัน ข้อมูลนี้เปิดเผยระหว่างการประชุมทางโทรศัพท์กับนักลงทุนของ SpaceX ในวาระรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สาม ซึ่งเป็นช่วงเวลาไม่นานหลังบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
มัสก์ระบุว่าคณะกรรมการจะประกอบด้วยกรรมการอิสระ และตัวเขาเองไม่สามารถเข้าร่วมการหารือได้ เนื่องจากอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้อมูลจากรอยเตอร์ระบุว่ามัสก์ถือหุ้น Tesla ราวร้อยละ 20 และถือหุ้น SpaceX ต่ำกว่าร้อยละ 50 เล็กน้อย ขณะที่อีกแหล่งข่าวประเมินสัดส่วนหุ้น Tesla ของเขาไว้ที่ราวร้อยละ 22 ตัวเลขที่ไม่ตรงกันนี้ยังไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมจากแหล่งข่าวทั้งสองราย
มีรายงานว่า การเจรจาเริ่มขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และ Tesla ได้ว่าจ้างธนาคารเพื่อการลงทุนเป็นที่ปรึกษาแล้ว บาร์เคลย์สเคยประเมินว่าอาจมีการประกาศข้อตกลงก่อนการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Tesla ในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม มัสก์ย้ำว่าการเจรจายังไม่มีข้อสรุป และไม่มีการรับประกันว่าจะเกิดข้อตกลงขึ้น
ขั้นตอนถัดไปก่อนการควบรวม
ขั้นแรก คณะกรรมการอิสระของทั้งสองบริษัทต้องตกลงเงื่อนไขธุรกรรมให้ได้ก่อน จากนั้นผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัทต้องลงคะแนนเห็นชอบ สำหรับ SpaceX มีรายงานว่ามัสก์ควบคุมสิทธิออกเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่ง จึงคาดว่าการอนุมัติน่าจะผ่านได้ไม่ยาก ส่วน Tesla ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากหุ้นที่ออกอยู่ทั้งหมดอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เพียงครึ่งหนึ่งของหุ้นที่ผู้ถือหุ้นมาใช้สิทธิลงคะแนน
สื่อ Electrek รายงานว่า Tesla เตรียมขั้นตอนการลงคะแนนอัตโนมัติ ซึ่งให้ผู้ถือหุ้นตั้งค่าให้หุ้นของตนลงคะแนนตามคำแนะนำของบอร์ด สื่อดังกล่าววิจารณ์ว่าวิธีนี้อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย ซึ่งถือหุ้นสัดส่วนสูงใน Tesla และมักใช้สิทธิลงคะแนนในอัตราที่ต่ำ นอกจากนี้ Electrek ยังเคยรายงานว่าการควบรวมอาจทำให้มูลค่าหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่ลดลง เนื่องจากหุ้นทั้งสองบริษัทอยู่ในดัชนีตลาดหลักทรัพย์หลายแห่งและกองทุนบำนาญจำนวนมากถือหุ้นอยู่
ตัวเลขผลประกอบการของ SpaceX
ในไตรมาสที่สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 SpaceX มีรายได้ 14,580 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 161 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากธุรกิจ AI เพิ่มขึ้นเกือบสิบเท่าเป็น 7,560 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่มาจากการให้เช่าขีดความสามารถศูนย์ข้อมูลแก่ผู้พัฒนา เช่น Anthropic, Google ในเครือ Alphabet และ Reflection AI มากกว่ารายได้จากการให้บริการโมเดล AI ของบริษัทเอง
บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 4,400 ล้านดอลลาร์ จากเดิมที่ขาดทุนสุทธิ 1,100 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีกำไรที่ 1,570 ล้านดอลลาร์ ทว่ารายจ่ายลงทุนในไตรมาสเดียวกันเพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าเป็น 19,600 ล้านดอลลาร์ และบริษัทคาดว่ารายจ่ายลงทุนในไตรมาสที่สี่จะอยู่ที่ 35,000 ถึง 40,000 ล้านดอลลาร์
ด้านบริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink มีสมาชิก 13.6 ล้านรายในไตรมาสที่สาม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ อย่างไรก็ตาม รายได้เฉลี่ยต่อสมาชิกต่อเดือนลดลงจาก 99 ดอลลาร์ในปี 2566 เหลือ 69 ดอลลาร์ เนื่องจากการขยายตลาดต่างประเทศด้วยแพ็กเกจราคาที่ถูกลง ส่วนยานปล่อย Starship ยังไม่เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์
ปฏิกิริยาของตลาด
หลังการประกาศ หุ้น SpaceX ปรับขึ้นราวร้อยละ 8 ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ ขณะที่หุ้น Tesla เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 1.8 นักวิเคราะห์บางรายมองว่า หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง มัสก์จะมีอำนาจควบคุมบริษัทที่รวม AI การออกแบบชิป หุ่นยนต์ และธุรกิจอวกาศไว้ในที่เดียวกัน ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดยังเป็นเพียงขั้นตอนการพิจารณาเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่มีข้อสรุปว่าการควบรวมจะเกิดขึ้นหรือไม่
ที่มา: Electrek, ฐานเศรษฐกิจ







