เกียร์ว่าง
EV

Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver

Tesla Model Y L ปี 2027 มีตัวถังยาวขึ้นและเพิ่มแถวที่สาม ราคาเริ่มต้น 63,630 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมผลทดสอบสมรรถนะและการใช้งานจริง

17 ต.ค. 2569, 15:31 น.

Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver รูปที่ 1
Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver รูปที่ 2
Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver รูปที่ 3
Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver รูปที่ 4
Tesla Model Y L 2027 เปิดตัวพร้อมผลทดสอบจาก Car and Driver รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Alexander Migl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
63,630USDราคาเริ่มต้น Premium AWD Launch Series
496hpกำลังรวมสูงสุด
83kWhความจุแบตเตอรี่
328milesระยะทางตาม EPA ล้อ 20 นิ้ว
สเปกทั้งหมด
ราคาเริ่มต้น Premium AWD Launch Series
63,630 USD
ราคาที่ทดสอบพร้อม Full Self-Driving
71,630 USD
กำลังรวมสูงสุด
496 hp
ความจุแบตเตอรี่
83 kWh
ระยะทางตาม EPA ล้อ 20 นิ้ว
328 miles
เวลาเร่ง 0-60 mph ตามผู้ผลิต
4.4 sec
เวลาเร่ง 0-60 mph ที่ทดสอบ
4.2 sec
ความยาวตัวถัง
195.6 in
น้ำหนักรถ
4673 lb

Tesla ประกาศเมื่อเดือนเมษายนว่าจะยุติการขาย Model X ทำให้ลูกค้าที่ต้องการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่สามแถวต้องมองหาทางเลือกใหม่ ล่าสุดนิตยสาร Car and Driver ได้ทดสอบ Model Y L ปี 2027 ซึ่งเป็นรุ่นที่ Tesla นำมาเติมช่องว่างนี้ และรุ่นนี้เคยวางขายในหลายประเทศในเอเชียมาก่อนแล้ว ชื่อ L มาจากคำว่า Long ซึ่งหมายถึงระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น

ตัวถังยาวขึ้นและมีพื้นที่มากขึ้น

จากข้อมูลในบทความ Model Y L ยาวกว่า Model Y รุ่นมาตรฐานประมาณ 7.0 นิ้ว โดยส่วนใหญ่ของความยาวที่เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระยะฐานล้อ 5.9 นิ้ว ตัวรถสูงกว่าเดิมเกือบ 2 นิ้ว ผลคือผู้โดยสารแถวที่สองและแถวที่สามมีพื้นที่มากขึ้น โดยแถวที่สามมีความสูงเหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 3.5 นิ้ว และพื้นที่ขาเพิ่มขึ้น 5.2 นิ้ว ผู้ทดสอบระบุว่าความยาวที่เพิ่มขึ้นช่วยให้สัดส่วนของรถดูคล้ายสเตชันแวกอนมากกว่า SUV คันเล็กแบบโค้งมน

การเข้าแถวที่สามยังไม่สะดวกนัก เพราะเบาะแถวที่สองเป็นแบบเก้าอี้คู่ที่ไม่พับหรือเลื่อน ผู้โดยสารต้องเดินผ่านตรงกลางเท่านั้น บทความเห็นว่าเหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่ขนาดเล็กถึงกลาง แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาข้อต่อ นอกจากนี้ Tesla ยังติดถุงลมนิรภัยด้านข้างไว้ที่เบาะแถวที่สาม

พื้นที่เก็บของด้านหลังเมื่อพับเบาะลงมีขนาด 90 ลูกบาศก์ฟุต และเมื่อเบาะทั้งหมดตั้งขึ้นมี 15 ลูกบาศก์ฟุต นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของใต้ฝากระโปรงหน้าด้วย

สมรรถนะและระบบช่วงล่าง

รุ่นที่ทดสอบเป็น Premium AWD ในชุด Launch Series ซึ่งเป็นมอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวม 496 แรงม้าตามที่ Tesla ระบุ โดย Tesla อ้างว่าเร่งถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ใน 4.4 วินาที ส่วนการทดสอบจริงของ Car and Driver วัดได้ 4.2 วินาที และทำเวลาระยะ 1/4 ไมล์ที่ 12.2 วินาที ความเร็วสูงสุดที่จำกัดไว้อยู่ที่ 124 ไมล์ต่อชั่วโมง

ช่วงล่างใช้ระบบโช้กอัพปรับแรงหน่วงได้แบบวาล์วเดียวจากรุ่น Model Y Premium แต่ปรับจูนใหม่ให้เหมาะกับตัวถังที่ยาวขึ้น บทความระบุว่าการขับขี่นุ่มขึ้นกว่า Model Y รุ่นมาตรฐาน และมีโหมดช่วยลดแรงกระแทกสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง ยางหลังมีขนาดกว้างกว่ายางหน้า เพื่อช่วยความเสถียรเมื่อบรรทุกหนัก ในการทดสอบ รถให้แรงยึดเกาะ 0.87 g และระยะเบรกจาก 70 ไมล์ต่อชั่วโมงจนหยุดคือ 170 ฟุต

การชาร์จและระบบช่วยขับขี่

แบตเตอรี่มีความจุ 83 kWh และ Tesla ระบุว่าการชาร์จเร็วที่ Supercharger ช่วยเพิ่มระยะทางได้ 164 ไมล์ในเวลา 15 นาที ผู้ทดสอบชาร์จจากร้อยละ 60 ถึง 80 ได้ในเวลาไม่ถึงแปดนาที นอกจากนี้รถยังรองรับการจ่ายไฟออกไปใช้กับอุปกรณ์ภายนอกและบ้านได้ ซึ่งบทความระบุว่า Cybertruck เป็นรถ Tesla รุ่นเดียวที่มีความสามารถนี้มาก่อน

ระยะทางตามมาตรฐาน EPA ที่บทความระบุไว้มีความไม่ตรงกันเล็กน้อย บทความทดสอบระบุว่าอยู่ที่ 328 ไมล์กับล้อขนาด 20 นิ้วที่ใช้ทดสอบ ขณะที่อีกบทความที่รวบรวมรูปภาพระบุว่าระยะทางอยู่ที่ 320 หรือ 325 ไมล์ ขึ้นอยู่กับชุดล้อที่ติดตั้ง ผู้อ่านควรรอตัวเลขทางการจากผู้ผลิตก่อนสรุป

ระบบช่วยขับขี่ Full Self-Driving (Supervised) เป็นออปชันที่มาพร้อมรุ่นนี้ในปีแรก ผู้ทดสอบระบุว่าระบบเปลี่ยนเลนและหลบจักรยานได้ดีในการขับบนทางหลวง ส่วนการใช้งานกับหน้าจอและระบบควบคุมต้องอาศัยการเรียนรู้ก่อนใช้งานจริง

ราคาและการเปิดตัว

รุ่น Model Y L Premium ในชุด Launch Series มีราคาเริ่มต้นที่ 63,630 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมระบบ Full Self-Driving (Supervised) ราคาที่ทดสอบอยู่ที่ 71,630 ดอลลาร์สหรัฐ ราคานี้เป็นข้อมูลจากบทความต้นฉบับเท่านั้น ยังไม่มีข้อมูลราคาสำหรับตลาดไทยในแหล่งข่าวที่ใช้เขียนบทความนี้

ที่มา: Car and Driver

ข่าวล่าสุด