Tesla Model 3 อัปเดตตุลาคม 2569 เพิ่มระบบ V2L ราคาเริ่มต้น 1,149,000 บาท
Tesla Model 3 อัปเดตตุลาคม 2569 เพิ่มระบบ V2L ทุกรุ่นที่ปรับปรุง ราคาอย่างเป็นทางการเริ่มต้น 1,149,000 บาท ถึง 2,099,000 บาท มีผลตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2569
17 ต.ค. 2569, 10:45 น.
สเปกทั้งหมด
- ราคาเริ่มต้น Standard RWD
- 1,149,000 บาท
- ราคาเริ่มต้น Performance AWD
- 2,099,000 บาท
- ระยะทาง Long Range RWD ตาม WLTP
- 750 km
- อัตราเร่ง Performance AWD 0-100 km/h
- 3.1 วินาที
- ระยะทาง Standard RWD ตาม WLTP
- 534 km
- ระยะทาง Performance AWD ตาม WLTP
- 571 km
- ความจุแบตเตอรี่ Long Range RWD
- 84.7 kWh
- ความจุแบตเตอรี่ Standard RWD
- 57.5 kWh
- ความยาวตัวถัง
- 4,720 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ
- 2,875 มิลลิเมตร
- ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย
- 682 ลิตร
- ความเร็วสูงสุด Performance AWD
- 262 km/h
- กำลังมอเตอร์รวม Performance AWD
- 460 แรงม้า
ราคาอย่างเป็นทางการ
Tesla ประเทศไทยเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Tesla Model 3 ฉบับอัปเดตเดือนตุลาคม 2569 รถทั้งหมดนำเข้าแบบ CBU จากประเทศจีนผ่านบริษัทแม่ของแบรนด์ ราคาเริ่มต้นของรุ่น Standard RWD อยู่ที่ 1,149,000 บาท รุ่น Premium RWD เริ่มต้นที่ 1,439,000 บาท รุ่น Premium Long Range RWD เริ่มต้นที่ 1,599,000 บาท และรุ่น Performance AWD เริ่มต้นที่ 2,099,000 บาท
การปรับอุปกรณ์เหล่านี้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป แหล่งข่าวทั้งสองระบุตรงกันว่ารถที่ปรับปรุงแล้วมาพร้อมการรับประกันจาก Tesla ประเทศไทย ได้แก่ การรับประกันคุณภาพตัวรถ 4 ปี หรือ 80,000 km และการรับประกันแบตเตอรี่กับระบบขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 km สำหรับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ส่วนรุ่น Long Range และ Performance รับประกันระบบขับเคลื่อนได้ถึง 192,000 km
สิ่งที่เปลี่ยนไปในการอัปเดต
จุดสำคัญที่สุดของการอัปเดตคือการเพิ่มระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอกหรือ V2L ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าติดตั้งในสี่รุ่นย่อยที่มีการปรับปรุง ได้แก่ Standard RWD, Premium RWD, Premium Long Range RWD และ Performance AWD ระบบนี้ทำให้รถสามารถจ่ายไฟฟ้าออกไปใช้กับอุปกรณ์ภายนอกได้
นอกจากนี้ หน้าจอกลางขยายจาก 15.4 นิ้วเป็น 16 นิ้ว เสาและผ้าหลังคาเปลี่ยนเป็นสีดำ ในรุ่น Premium, Premium Long Range และ Performance เบาะหนังหุ้มสีขาวที่เป็นออปชันเปลี่ยนเป็นสีเทาขาว Zen Grey ส่วนรุ่น Premium และ Premium Long Range เปลี่ยนล้อออปชัน 19 นิ้วจากลาย Nova เป็นลาย Dark Nova สีรมดำ
รุ่น Standard และอุปกรณ์ที่ถูกตัดออก
รุ่น Standard เป็นรุ่นย่อยใหม่ในไทยที่ใช้มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ติดตั้งล้อเหล็ก 18 นิ้ว หลังคากระจก Panoramic และระบบ Autopilot พื้นฐานที่รวม Autosteer และ Adaptive Cruise Control Stop and Go อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับ Premium RWD รุ่นนี้ถูกตัดอุปกรณ์หลายอย่างออก เช่น วิทยุ FM/DAB ระบบลำโพงที่ลดจาก 9 ตำแหน่งเหลือ 7 ตำแหน่ง จอด้านหลังขนาด 8 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ไฟบรรยากาศ ระบบระบายอากาศเบาะคู่หน้า ระบบอุ่นเบาะหลัง ปุ่มปรับเบาะไฟฟ้า และกระจกหน้าต่างที่เปลี่ยนจากสองชั้นเป็นชั้นเดียว รวมถึงช็อคอัพที่เปลี่ยนจากแบบปรับตามความถี่เป็นแบบธรรมดา แหล่งข่าวระบุว่าราคาของรุ่น Standard ลดลง 290,000 บาทเมื่อเทียบกับ Premium RWD
ข้อมูลสมรรถนะและแบตเตอรี่
รุ่น Standard RWD ระบุระยะทางวิ่งที่ 534 km ตามมาตรฐาน WLTP ชาร์จ DC ได้สูงสุด 175 kW และเร่ง 0-100 km/h ใน 6.2 วินาที ทว่าอีกส่วนของข้อมูลระบุรุ่นเดียวกันว่าใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion LFP ขนาด 57.5 kWh วิ่งได้ 520 km และเร่งใน 6.1 วินาที โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าที่เคลมจากโรงงาน ความต่างดังกล่าวควรตรวจสอบกับผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจ
รุ่น Long Range RWD ใช้มอเตอร์เดี่ยวกำลัง 320 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion NMC ขนาด 84.7 kWh วิ่งได้ 750 km ตามมาตรฐาน WLTP ชาร์จ DC ได้สูงสุด 250 kW และเร่งถึง 100 km/h ใน 5.2 วินาที
รุ่น Performance AWD ใช้มอเตอร์คู่รวมกำลัง 460 แรงม้า แรงบิด 723 นิวตันเมตร วิ่งได้ 571 km ตาม WLTP เร่ง 0-100 km/h ใน 3.1 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 262 km/h รุ่นนี้ติดตั้งล้อ Forged ขนาด 20 นิ้วลาย Warp ยางหน้า 235/35 R20 และยางหลัง 275/30 R20 ระยะต่ำสุดถึงพื้นต่ำกว่ารุ่นปกติ 10 มิลลิเมตร พร้อมช่วงล่างแบบ Adaptive Suspension และโหมดขับ TRACK Mode
ขนาดตัวถังและการเทียบกับรถใกล้เคียง
Tesla Model 3 มีความยาว 4,720 มิลลิเมตร กว้าง 1,933 มิลลิเมตร สูง 1,441 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,875 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดถึงพื้น 138 มิลลิเมตร และที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 682 ลิตร เมื่อเทียบกับรถที่มีขนาดใกล้เคียง ตัวรถยาวกว่า BMW 3-Series ที่ยาว 4,713 มิลลิเมตร แต่สั้นกว่า BYD Seal ที่ยาว 4,800 มิลลิเมตร และสั้นกว่า Honda Accord ที่ยาว 4,970 มิลลิเมตร
สีและออปชันที่มีให้เลือก
รุ่น Standard มีสีเทา Stealth Grey สีดำ Diamond Black ที่มีค่าเพิ่ม 75,000 บาท และสีขาว Multicoat White Pearl ที่มีค่าเพิ่ม 50,000 บาท ภายในเป็นโทน Black Dimension ส่วนรุ่น Performance มีสีตัวถังให้เลือกหกสี ได้แก่ Solid Black, Pearl White Multi-Coat, Marine Blue Metallic, Diamond Black, Quick Silver และ Ultra Red โดยสีที่มีค่าเพิ่มอยู่ที่ 50,000 ถึง 85,000 บาท ภายในเลือกสีดำหรือสีขาวเทา Zen Grey ที่เพิ่มเงิน 50,000 บาท ออปชัน Enhanced Autopilot มีค่าเพิ่ม 122,000 บาท ประกอบด้วย Navigate on Autopilot, Auto Lane Change, Autopark, Summon และ Smart Summon
แหล่งข่าวทั้งสองให้ชื่อสีของรุ่น Performance ไม่ตรงกัน ฉบับแรกระบุ Quick Silver เป็นสีเทาและมีสีดำ Solid Black ส่วนอีกฉบับระบุ Quick Silver เป็นสีเงินและมีสีเทา Stealth Grey แทนสีดำ Solid Black จึงควรยืนยันชื่อสีกับผู้จำหน่ายอีกครั้ง
โดยรวมการอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มระบบ V2L การปรับหน้าจอและรายละเอียดภายนอกภายใน รวมถึงการปรับโครงสร้างอุปกรณ์ของรุ่น Standard ผู้ที่สนใจควรเทียบอุปกรณ์ ราคา และเงื่อนไขการรับประกันของแต่ละรุ่นกับผู้จำหน่ายก่อนตัดสินใจ
ที่มา: Autolife Thailand






