Tesla ยืนยันระบบช่วยขับขี่ทำงานก่อนรถชนจนมีผู้เสียชีวิตที่นิวเจอร์ซี
รายงานของ Tesla ต่อหน่วยงานกำกับความปลอดภัยสหรัฐระบุว่าระบบช่วยขับขี่เปิดใช้งานอยู่ในเหตุรถชนที่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ตำรวจรายงานว่าเป็นการเสียการควบคุม
18 ต.ค. 2569, 15:50 น.
สเปกทั้งหมด
- ปีรุ่นรถ
- 2021
- รุ่นรถ
- Model Y
- ความเร็วก่อนเกิดเหตุที่ Tesla บันทึก
- 37 mph
- ช่วงเวลาที่ระบบต้องทำงานก่อนการชนเพื่อรายงาน
- 30 seconds
- เวลาที่ Tesla บันทึกเหตุการณ์
- 12:29 UTC
- สถานะระบบช่วยขับขี่ในรายงาน
- Verified Engaged
เหตุรถชนที่ทำให้ชายวัย 68 ปีเสียชีวิตบนถนนหมายเลข 55 ในรัฐนิวเจอร์ซี สหรัฐอเมริกา มีประเด็นใหม่เพิ่มขึ้น เว็บไซต์ Electrek รายงานว่า Tesla ยืนยันในรายงานที่ส่งให้หน่วยงานกำกับความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติสหรัฐ (NHTSA) ว่าระบบช่วยขับขี่ของรถอยู่ในสถานะเปิดใช้งานก่อนเกิดอุบัติเหตุ
เหตุการณ์บนถนนหมายเลข 55
ตามข้อมูลจากตำรวจทางหลวงรัฐนิวเจอร์ซี เหตุเกิดเวลา 8:31 a.m. ของวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2026 บนถนนหมายเลข 55 ในเมืองไวน์แลนด์ มณฑลคัมเบอร์แลนด์ ใกล้หลักกิโลเมตรที่ 34.6 รถเทสลาวิ่งลงทางใต้ก่อนจะหลุดออกไปทางด้านซ้ายของถนน ข้ามเกาะกลางที่เป็นหญ้า ชนต้นไม้ และพุ่งเข้าไปในช่องทางฝั่งขาขึ้น จากนั้นชนเข้ากับรถอเนกประสงค์ยี่ห้อเชฟโรเลตที่วิ่งมาในทิศทางตรงข้าม
ผู้ขับรถอเนกประสงค์คือฟิลลิป อีสต์แมน อายุ 68 ปี จากเมืองสปริงฟิลด์ รัฐเพนซิลเวเนีย เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ผู้ขับรถเทสลาและผู้โดยสารในรถเชฟโรเลตได้รับบาดเจ็บระดับปานกลางและถูกนำส่งโรงพยาบาล อีสต์แมนเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการคณะกรรมการโรงเรียนในเขตการศึกษาสปริงฟิลด์ และเคยทำหน้าที่โค้ชฮอกกี้เยาวชนและมัธยมศึกษาเป็นเวลาเกือบสามทศวรรษ รวมถึง 17 ปีในตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมฮอกกี้ของโรงเรียนสปริงฟิลด์ไฮ
ข่าวการเสียชีวิตของเขาถูกนำเสนอในวงกว้างในพื้นที่ฟิลาเดลเฟีย แต่รายงานเหล่านั้นไม่มีการกล่าวถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบช่วยขับขี่เต็มรูปแบบ หรือระบบช่วยขับขี่อื่นใดเลย เหตุการณ์ถูกบรรยายว่าเป็นการที่ผู้ขับขี่เสียการควบคุมรถ
สิ่งที่ Tesla รายงานต่อรัฐบาลกลาง
ภายใต้คำสั่งทั่วไปของ NHTSA ผู้ผลิตรถยนต์ต้องรายงานอุบัติเหตุที่ระบบช่วยขับขี่ระดับ 2 ทำงานภายใน 30 seconds ก่อนการชน และมีผู้เสียชีวิต Tesla ได้ยื่นรายงานกรณีนี้ โดยระบุรถเป็น Model Y ปี 2021 และทำเครื่องหมายสถานะการทำงานของระบบว่า Verified Engaged ซึ่งหมายความว่า Tesla ยืนยันจากข้อมูลระยะไกลของตัวรถแล้วว่า Autopilot หรือ Full Self-Driving ทำงานอยู่ อย่างไรก็ตาม Tesla ปิดบังข้อมูลส่วนที่อธิบายว่ารถทำอะไรไปบ้าง ได้แก่ คำบรรยายเหตุการณ์ เวอร์ชันซอฟต์แวร์ และว่าถนนอยู่ในพื้นที่ที่ระบบได้รับอนุญาตให้ทำงานหรือไม่ โดยอ้างว่าเป็นความลับทางธุรกิจ
ข้อมูลยังไม่ยืนยันทุกอย่าง
ผู้เขียนรายงานชี้ว่า การที่ระบบอยู่ในสถานะทำงานภายใน 30 seconds ก่อนการชนเป็นเพียงเกณฑ์ในการรายงาน ไม่ได้พิสูจน์ว่าระบบกำลังควบคุมพวงมาลัยขณะรถข้ามเกาะกลาง ผู้ขับอาจกำลังแทรกแซงระบบอยู่ก็ได้ และเนื่องจากเวอร์ชันซอฟต์แวร์ถูกปิดบัง จึงยังไม่ทราบว่าเป็น Autopilot พื้นฐานหรือ FSD
อีกประเด็นหนึ่งคือ ความเร็วก่อนเกิดเหตุที่ Tesla บันทึกไว้คือ 37 mph ซึ่งต่ำสำหรับทางหลวง ผู้รายงานมองว่าเป็นไปได้มากกว่าที่จะเป็นค่าจากการบันทึกเพียงจุดเดียวในช่วงก่อนเกิดเหตุ ไม่ใช่ความเร็วขณะรถออกนอกถนน นอกจากนี้ Tesla ตรวจสอบเพียงว่าตนมีข้อมูลระยะไกลของรถ ไม่ได้ระบุว่ามีข้อมูลจากกล่องบันทึกเหตุการณ์หรือวิดีโอ
ความขัดแย้งระหว่างแหล่งข้อมูล
ตำรวจรายงานว่าผู้ขับเสียการควบคุมรถ ขณะที่รายงานของ Tesla ระบุว่าระบบช่วยขับขี่ทำงานอยู่ สองข้อมูลนี้ไม่สอดคล้องกันและยังไม่มีคำอธิบายจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้รายงานระบุว่าได้ติดต่อตำรวจทางหลวงรัฐนิวเจอร์ซีเพื่อขอรายงานอุบัติเหตุและข้อมูลของรถ และถามว่าเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลดิบจาก Tesla หรือเพียงการตีความของ Tesla เอง
เหตุการณ์นี้มีความสำคัญเพราะสะท้อนความไม่ชัดเจนเรื่องการใช้ระบบช่วยขับขี่ Tesla ระบุในเอกสารทางการว่าระบบอยู่ในระดับ 2 ซึ่งผู้ขับต้องควบคุมรถและรับผิดชอบตลอดเวลา ขณะที่ชื่อเรียกของซอฟต์แวร์อาจทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดว่ารถขับเองได้ ซึ่งยังไม่เป็นความจริงในปัจจุบันสำหรับรถที่ขายให้ลูกค้าทั่วไป
การสอบสวนของตำรวจยังดำเนินอยู่ และยังไม่มีผลสรุปว่าระบบช่วยขับขี่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุหรือไม่ เรื่องนี้จะต้องติดตามต่อจากรายงานอย่างเป็นทางการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ที่มา: Electrek






