smart #2 รถไฟฟ้า 2 ที่นั่ง กลับมาอีกครั้งในชื่อรุ่นใหม่
smart เปิดตัว All NEW smart #2 รถไฟฟ้า 2 ประตู 2 ที่นั่ง ขับเคลื่อนล้อหลัง 82 แรงม้า แบตเตอรี่ 35.8 kWh ทำระยะทาง 290 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
16 ต.ค. 2569, 20:59 น.
สเปกทั้งหมด
- ระยะทางวิ่งสูงสุด (WLTP เบื้องต้น)
- 290 กิโลเมตร
- ความจุแบตเตอรี่ (LFP)
- 35.8 kWh
- กำลังสูงสุดของมอเตอร์
- 82 แรงม้า (PS)
- อัตราเร่ง 0 ถึง 100 km/h
- 11.6 วินาที
- ความเร็วสูงสุด
- 140 km/h
- แรงบิดสูงสุด
- 130 นิวตันเมตร
- ชาร์จ DC สูงสุด
- 65 kW
- ความยาว
- 2,746 มิลลิเมตร
- วงเลี้ยวแคบสุด
- 6.95 เมตร
smart แบรนด์ที่เคยโด่งดังจากรถขนาดจิ๋ว กลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งด้วยการเปิดตัว All NEW smart #2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบ 2 ประตูและ 2 ที่นั่ง รุ่นนี้สืบทอดแนวคิดจาก smart fortwo ซึ่งยุติการผลิตไปในปี 2024 ก่อนหน้านี้แบรนด์เปลี่ยนทิศทางไปทำรถ SUV และ Crossover ผ่านรุ่น smart #1, #3 และ #5 จนภาพรถคันเล็กในความทรงจำแทบหายไป
smart #2 เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Paris Motor Show 2026 ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง Mercedes-Benz ที่รับผิดชอบงานออกแบบ กับ Geely ที่มีบทบาทด้านวิศวกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยี ทั้งสองบริษัทถือหุ้นร่วมกันในแบรนด์ smart รถรุ่นนี้พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Electric Compact Architecture หรือ ECA ซึ่งออกแบบสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กโดยเฉพาะ ไม่ได้นำโครงสร้างจาก smart #1 หรือ #3 มาย่อขนาด
งานออกแบบและพื้นที่ใช้สอย
ตัวถังเป็นทรงวันบอกซ์ ฝากระโปรงหน้าสั้น ห้องโดยสารสูง และล้อทั้งสี่อยู่ชิดมุมตัวถัง เพื่อใช้พื้นที่ภายในให้มากที่สุด แม้ความยาวรวมจะไม่ถึง 2.8 เมตร ด้านหน้ามีไฟหน้า CyberSparksLED ทรงสามเหลี่ยมมน คู่กับกระจังหน้าขนาดเล็ก ด้านข้างยังคงเส้นสายเรียบง่าย หน้าต่างบานใหญ่ และแนวหลังคาที่ลาดลงเล็กน้อยทางด้านท้าย
โครงสร้างนิรภัย Tridion Cell Evo พัฒนาต่อจากแนวคิด Tridion Safety Cell ที่ smart ใช้มาตั้งแต่อดีต ฝาท้ายเป็นแบบ Split Tailgate ซึ่งแบ่งการเปิดออกเป็นสองส่วนเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบอิสระ Five-link ซึ่งไม่ค่อยพบในรถขนาดเล็กระดับนี้ และยางหลังมีหน้ากว้างกว่ายางหน้า
ขนาดตัวถังของ smart #2 มีความยาว 2,746 มิลลิเมตร ความกว้างรวมกระจกมองข้าง 1,939 มิลลิเมตร ความสูง 1,555 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 1,875 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถ 1,140 กิโลกรัม น้ำหนักรวมสูงสุด 1,345 กิโลกรัม ความจุห้องเก็บสัมภาระอยู่ที่ 305 ถึง 527 ลิตร และวงเลี้ยวแคบสุดอยู่ที่ 6.95 เมตร จุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบสำหรับการใช้งานในเมืองที่ถนนแคบและพื้นที่จอดจำกัด
ห้องโดยสารเน้นความเรียบง่ายและพื้นที่สำหรับผู้โดยสาร 2 คน เบาะนั่งเป็นรูปแบบ Bench-style Arrangement แผงหน้าปัดต่อเนื่องกัน และมีหน้าจอกลางแบบสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว สำหรับควบคุมระบบ Infotainment และฟังก์ชันอื่นของรถ
ระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัย
รถมาพร้อมระบบช่วยขับขี่หลายรายการ ได้แก่ smart Pilot Assist, Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go, ระบบช่วยรักษาการอยู่ในช่องจราจร และ Highway Assist สำหรับการขับบนทางหลวง ด้านความปลอดภัยมีถุงลมนิรภัยรวม 7 ตำแหน่ง ครอบคลุมถุงลมคู่หน้า ถุงลมด้านข้างคู่หน้า ม่านถุงลม และถุงลมกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้า
ขุมพลังและแบตเตอรี่
ทุกรุ่นย่อยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor วางตำแหน่งด้านหลัง ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ Single-speed ไปยังล้อหลัง กำลังสูงสุดอยู่ที่ 60 kW หรือ 82 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร แบตเตอรี่เป็นชนิด LFP ความจุ 35.8 kWh
สมรรถนะที่ระบุไว้ ได้แก่ อัตราเร่ง 0 ถึง 100 km/h ภายใน 11.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 140 km/h และระยะทางวิ่งสูงสุด 290 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งเป็นค่าเบื้องต้น อัตราสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 13.6 kWh/100 km ตามค่า WLTP เบื้องต้นเช่นกัน
การชาร์จ
รุ่น Pure รองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7.4 kW ส่วนรุ่น Pure+, Premium และ Couture Edition รองรับ AC สูงสุด 11 kW ทุกรุ่นรองรับการชาร์จกระแสตรง DC Fast Charging สูงสุด 65 kW โดยชาร์จจาก 10 ถึง 80% ได้ภายในไม่เกิน 20 นาที การชาร์จ AC จาก 10 ถึง 80% ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงในรุ่น Pure และประมาณ 3 ชั่วโมงในรุ่น Pure+, Premium และ Couture Edition นอกจากนี้ยังรองรับระบบจ่ายไฟฟ้าสู่อุปกรณ์ภายนอกแบบ Vehicle-to-Load ผ่านอุปกรณ์เสริมที่รองรับ
ตลาดและแผนในประเทศไทย
smart #2 จะทำตลาดในยุโรปและจีนเป็นกลุ่มแรก โดยราคาและกำหนดส่งมอบจะแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ข้อมูลทางเทคนิคและอุปกรณ์บางรายการยังอยู่ระหว่างการรับรองมาตรฐานสำหรับจำหน่ายในยุโรป
สำหรับประเทศไทย smart มีกำหนดเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการในวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ภายใต้การทำตลาดของกลุ่มธนบุรี โดยมี smart #1, #3 และ #5 เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักในช่วงแรก ส่วน smart #2 ยังไม่มีการประกาศแผนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
การกลับมาของ smart #2 จึงน่าจับตา เพราะที่ผ่านมาแบรนด์พยายามขยายตลาดด้วยรถไฟฟ้าขนาดใหญ่และอเนกประสงค์มากขึ้น แต่จุดแข็งที่ทำให้ smart แตกต่างตั้งแต่แรกคือการทำรถขนาดเล็กให้ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน
ที่มา: Headlightmag






