รถกระบะจอดบนทางเท้าในพะเยา ถูกล็อกล้อและเปรียบเทียบปรับ 500 บาท
ตำรวจจราจร สภ.เมืองพะเยา ล็อกล้อรถกระบะที่จอดบนทางเท้าริมถนนพหลโยธิน ก่อนเปรียบเทียบปรับเจ้าของรถ 500 บาท
16 ต.ค. 2569, 08:11 น.
สเปกทั้งหมด
- ค่าปรับเปรียบเทียบ
- 500 บาท
- ประเภทรถ
- รถกระบะ สีบรอนซ์ทอง
เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.ต๋อม อ.เมืองพะเยา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพะเยา เข้าตรวจสอบรถกระบะสีบรอนซ์ทองที่จอดอยู่บนทางเท้า บริเวณใกล้เสาไฟฟ้าและริมรั้วศูนย์ราชการ ฝั่งตรงข้ามโรงพยาบาลพะเยา
ที่มาของเหตุการณ์
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ออกกวดขันวินัยการจราจรบนถนนพหลโยธินหน้าโรงพยาบาลพะเยา เพื่อดูแลความเรียบร้อยและช่วยให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก ผลการตรวจพบว่าการจอดรถในจุดนั้นเป็นระเบียบมากขึ้นหลังมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม กลับพบผู้ขับขี่รายหนึ่งแก้ปัญหาโดยนำรถกระบะขึ้นไปจอดบนทางเท้าแทน เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและล็อกล้อรถไว้ พร้อมรอให้เจ้าของรถกลับมาชี้แจง
คำชี้แจงของเจ้าของรถ
เมื่อเจ้าของรถมาถึง ได้อ้างว่าไม่ทราบว่าการจอดรถบนทางเท้าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ โดยให้เหตุผลว่าเห็นมีพื้นที่ว่างอยู่ ส่วนริมถนนก็มีเส้นขาวแดงซึ่งห้ามจอดอยู่แล้ว จึงตัดสินใจนำรถขึ้นไปจอดด้านบนแทน
การชี้แจงของตำรวจและค่าปรับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรชี้แจงว่า การจอดรถบนทางเท้าเป็นความผิดตามกฎหมาย และแนะนำให้จอดรถเฉพาะบริเวณที่มีเครื่องหมายอนุญาตให้จอดเท่านั้น หลังจากนั้นจึงดำเนินการเปรียบเทียบปรับเจ้าของรถเป็นเงิน 500 บาท
เสียงสะท้อนบนโซเชียลมีเดีย
หลังภาพการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจถูกเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก บางส่วนตำหนิพฤติกรรมการจอดรถของผู้ขับขี่ ขณะที่บางส่วนเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยความเคารพต่อกฎจราจร ความเห็นหลายเสียงระบุตรงกันว่า แม้ริมถนนบริเวณนั้นจะห้ามจอด ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะนำรถขึ้นไปจอดบนทางเท้า เพราะทางเท้าเป็นพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า
ข้อควรระวังสำหรับผู้ขับขี่
เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าเครื่องหมายบนพื้นถนนและบริเวณที่อนุญาตให้จอดมีความสำคัญ ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบเครื่องหมายก่อนจอดรถทุกครั้ง แม้จะเห็นพื้นที่ว่างอยู่ก็ตาม การจอดรถในจุดที่ถูกต้องช่วยลดปัญหาการกีดขวางทางเดินเท้าและการจราจรโดยรวมได้ ทั้งนี้ ข้อมูลจากแหล่งข่าวนี้ระบุเฉพาะเหตุการณ์ที่จังหวัดพะเยาและค่าปรับที่เจ้าของรถถูกเปรียบเทียบปรับ ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินคดีในขั้นอื่น
ที่มา: เดลินิวส์


