เกียร์ว่าง
ข่าวไทย

โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 1 แสนบาท ยังรอการอนุมัติ

กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ วงเงิน 6,000 ล้านบาท ส่วนลดรวมสูงสุดประมาณ 100,000 บาท ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนพิจารณา

5 พ.ย. 2569, 10:19 น.

6,000ล้านบาทงบประมาณโครงการ
40,000บาทต่อคันเงินอุดหนุนจากรัฐ จ่ายตรง
1.5 แสนคันจำนวนรถที่รัฐอุดหนุนไม่เกิน
100,000บาทส่วนลดรวมสูงสุด
สเปกทั้งหมด
งบประมาณโครงการ
6,000 ล้านบาท
เงินอุดหนุนจากรัฐ จ่ายตรง
40,000 บาทต่อคัน
จำนวนรถที่รัฐอุดหนุนไม่เกิน
1.5 แสน คัน
ส่วนลดรวมสูงสุด
100,000 บาท
เงินร่วมจ่ายจากค่ายรถ (ตัวอย่าง)
40,000 บาท
มูลค่าแลกซากรถเก่า (ตัวอย่าง)
20,000 บาท
สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสิน
ไม่เกิน 5 % ต่อปี
กำลังรองรับโรงงานกำจัดซาก
50,000 คันต่อปี

โครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่เป็นหนึ่งในมาตรการที่กระทรวงการคลังกำลังเร่งผลักดัน ภายใต้แนวทางการกู้เงินเพื่อรับมือปัญหาด้านพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและภาคขนส่งใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 และแก๊สโซฮอล์ E20 มากขึ้น โครงการนี้วางกรอบวงเงินไว้ 6,000 ล้านบาท และอยู่ในขั้นตอนเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ เป็นประธาน ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่และคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ ตั้งเป้าหมายให้เริ่มดำเนินการภายในสิ้นปี 2569

สิทธิประโยชน์ที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ

ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ส่วนลดจากสามช่องทาง ช่องทางแรกคือเงินอุดหนุนจากกระทรวงการคลังที่จ่ายตรง 40,000 บาทต่อคัน โดยกำหนดจำนวนรถไม่เกิน 1.5 แสนคัน ช่องทางที่สองคือเงินร่วมจ่ายจากค่ายรถยนต์ หรือที่เรียกว่า Co-Pay ซึ่งตัวอย่างในข่าวฉบับหนึ่งระบุไว้ที่ 40,000 บาท ช่องทางที่สามคือมูลค่าจากการนำรถเก่าไปแลกทำลายซาก ตัวอย่างในข่าวระบุไว้ที่ 20,000 บาท เมื่อรวมทั้งสามส่วน ผู้ได้สิทธิจะได้ส่วนลดสูงสุดประมาณ 100,000 บาท ซึ่งนำไปใช้เป็นเงินดาวน์หรือหักลบราคารถใหม่ได้ทันที

คุณสมบัติผู้ซื้อและรถเก่าที่นำมาแลก

ผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป และสิทธิ์จำกัดไว้ 1 คนต่อ 1 คัน ส่วนรถเก่าที่นำมาแลกอาจเป็นรถเก๋ง รถตู้ หรือรถกระบะ โดยต้องจดทะเบียนก่อนปี 2555 ไม่เป็นซากรถ ยังใช้งานได้ เสียภาษีของปีปัจจุบันครบถ้วน และไม่มีภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน

ด้านรถใหม่ที่ซื้อได้ภายใต้โครงการ ต้องเป็นรถกระบะ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ (PPV) ที่ผลิตในประเทศ และต้องเป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า (xEV) หรือรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 เท่านั้น

ข้อกำหนดที่ควรรู้

รถเก่าที่นำมาแลกต้องถูกนำไปทำลายซากผ่านโรงงานกำจัดซากที่ได้รับการรับรองเท่านั้น จะนำกลับมาวิ่งบนถนนหรือขายต่อเป็นรถมือสองไม่ได้ ข้อกำหนดนี้เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เพราะข้อมูลในข่าวระบุว่าไทยมีรถยนต์เก่าอายุ 10-20 ปีขึ้นไปสะสมอยู่ 8.17 ล้านคัน และรถเหล่านี้ปล่อยมลพิษในระดับสูง

ข้อมูลที่แหล่งข่าวระบุไม่ตรงกัน

แหล่งข่าวบางฉบับระบุเป้าหมายว่าจะนำรถเก่าที่มีอายุเกิน 15 ปีออกจากระบบจำนวน 150,000 คัน ขณะที่อีกฉบับระบุเงื่อนไขการจดทะเบียนก่อนปี 2555 จึงยังไม่ชัดเจนว่าเกณฑ์อายุรถที่ใช้จริงจะเป็นแบบใด นอกจากนี้ ข่าวฉบับหนึ่งยกตัวอย่างเงินร่วมจ่ายจากค่ายรถไว้ที่ 40,000 บาท แต่อีกฉบับระบุว่ายังไม่มีการกำหนดวงเงินส่วนนี้ ผู้อ่านควรรอประกาศอย่างเป็นทางการก่อนนำตัวเลขเหล่านี้ไปใช้ตัดสินใจ

บริบทของตลาดรถกระบะ

แหล่งข่าวระบุว่าตลาดรถกระบะกำลังซบเซาอย่างหนักจากปัญหาลูกค้ากู้ซื้อไม่ผ่าน กระทรวงการคลังจึงประสานให้ธนาคารออมสินพิจารณาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่เกิน 5% ต่อปี และเตรียมความพร้อมโรงงานกำจัดซากที่รองรับได้ 50,000 คันต่อปี เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้รวดเร็ว

สถานะล่าสุด

จนถึงขณะนี้โครงการยังไม่ได้รับการอนุมัติ ขั้นตอนถัดไปคือการพิจารณาของคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ผู้สนใจควรติดตามรายละเอียดจากกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ที่มา: เดลินิวส์, ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด