เกียร์ว่าง
รถใหม่

Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก

Nissan ประกาศให้ Frontier Pro หรือ Navara Pro ที่พัฒนาและผลิตในจีน เป็นรถกระบะที่ส่งออกไปขายหลายตลาด เริ่มเม็กซิโกก่อนขยายไปยังภูมิภาคอื่น

13 ต.ค. 2569, 00:38 น.

Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก รูปที่ 1
Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก รูปที่ 2
Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก รูปที่ 3
Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก รูปที่ 4
Nissan Frontier Pro ผลิตในจีน ส่งออกทั่วโลก เริ่มที่เม็กซิโกเป็นตลาดแรก รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: JustAnotherCarDesigner / Wikimedia Commons (CC0)
350แรงม้ากำลังรวมสูงสุด (เม็กซิโก)
660นิวตันเมตรแรงบิดรวมสูงสุด (เม็กซิโก)
75กิโลเมตรระยะขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสูงสุด
969,900เปโซเม็กซิโกราคาคาดการณ์เริ่มต้น (ไม่รวมภาษีนำเข้าไทย)
สเปกทั้งหมด
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง
5,494 x 1,960 x 1,945 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ
3,300 มิลลิเมตร
กำลังรวมสูงสุด (เม็กซิโก)
350 แรงม้า
แรงบิดรวมสูงสุด (เม็กซิโก)
660 นิวตันเมตร
แบตเตอรี่ (เม็กซิโก)
20 kWh
ระยะขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวสูงสุด
75 กิโลเมตร
ความสูงใต้ท้องรถ
232 มิลลิเมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด
815 กิโลกรัม
ราคาคาดการณ์เริ่มต้น (ไม่รวมภาษีนำเข้าไทย)
969,900 เปโซเม็กซิโก

Nissan Frontier Pro หรือ Navara Pro เป็นรถกระบะที่ออกแบบ พัฒนา และประกอบโดย Zhengzhou Nissan ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ Nissan ในประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2026 มีการประกาศว่ารถรุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่พัฒนาและผลิตในจีน ก่อนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าตลาดแรกที่จะได้รับรถรุ่นนี้คือเม็กซิโก โดยมีการเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนของเวอร์ชันสำหรับเม็กซิโกแล้ว

ขนาดตัวถังและห้องโดยสาร

รถมีความยาว ความกว้าง และความสูงรวม 5,494 x 1,960 x 1,945 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,300 มิลลิเมตร เวอร์ชันเม็กซิโกติดตั้งไฟหน้าแบบ Full LED กระจังหน้ามีโลโก้เรืองแสง และล้อขนาด 18 นิ้ว นอกจากนี้ยังมีบันไดข้างแบบไฟฟ้า และประตูท้ายที่เปิดได้กว้างสุด 90 องศา ช่วยให้ขึ้นลงได้สะดวกขึ้น

ภายในห้องโดยสารมีหน้าจอกลางและมาตรวัดขนาด 14.6 นิ้ว ผู้ผลิตปรับปรุงการเก็บเสียงด้วยกระจกที่ช่วยลดเสียงรบกวนและวัสดุซับเสียง เบาะคนขับมีฟังก์ชันนวด และติดตั้งระบบเครื่องเสียงยี่ห้อ FOCAL

ระบบขับเคลื่อน

ขุมพลังของรุ่นนี้มีให้เลือกหลายแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล และระบบไฮบริดปลั๊กอิน หรือ PHEV ซึ่งรองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าออกภายนอกตัวรถ หรือ V2L โดยแต่ละตลาดจะได้รับขุมพลังที่แตกต่างกันไป

สำหรับเม็กซิโก รถใช้ระบบ PHEV ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 20 kWh ระบบทั้งหมดให้กำลังรวมสูงสุด 350 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 660 นิวตันเมตร เมื่อขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ระยะทางสูงสุด 75 กิโลเมตร หากใช้เชื้อเพลิงร่วมด้วยจะขับได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร

รุ่นเม็กซิโกสามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ทั้ง Hybrid, Sport, Electric และ Snow และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ

ความสามารถในการใช้งาน

รถมีความสูงใต้ท้องรถ 232 มิลลิเมตร รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 815 กิโลกรัม และลากจูงได้สูงสุด 3.5 ตัน ระบบเบรกถูกปรับแต่งให้ตอบสนองอย่างนุ่มนวล และทำงานร่วมกับระบบนำพลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ ด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ มีระบบ ProPILOT Assist สูงสุด 10 ฟังก์ชัน

ราคาและแผนจำหน่าย

เวอร์ชันเม็กซิโกมีรุ่นย่อย LE และ Platinum ราคาคาดการณ์เริ่มต้นอยู่ที่ 969,900 เปโซเม็กซิโก หรือราว 1,766,000 บาท ตัวเลขนี้ยังไม่รวมภาษีนำเข้าของประเทศไทย และรถจะเริ่มขายในเม็กซิโกเดือนตุลาคมนี้

แผนต่อไปคือเปิดตัวที่ฟิลิปปินส์ในเดือนพฤศจิกายน และขยายไปยังตะวันออกกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนในปีนี้รถจะเปิดตัวที่นิวซีแลนด์และออสเตรเลียในชื่อ Nissan Navara Pro ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ระบุแผนการขายในประเทศไทยอย่างชัดเจน

ที่มา: Headlightmag, Grandprix

ข่าวล่าสุด