เกียร์ว่าง
รถใหม่

Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น

มิตซูบิชิเปิดตัว Pajero 2027 เจนใหม่ในญี่ปุ่น ผลิตที่โรงงานในไทย มียอดจอง 5,500 คัน พร้อมราคาเริ่มต้นและประมาณการราคาในไทย

29 ต.ค. 2569, 17:50 น.

Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น รูปที่ 1
Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น รูปที่ 2
Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น รูปที่ 3
Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น รูปที่ 4
Mitsubishi Pajero 2027 เจนใหม่ ประกอบในไทย เปิดขายญี่ปุ่นและเผยราคาเริ่มต้น รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Nikolai Bulykin / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
480นิวตันเมตรแรงบิดสูงสุด
12.1กิโลเมตรต่อลิตรอัตราสิ้นเปลือง (WLTC)
6,193,000 ถึง 7,950,800เยนราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่น
1,325,000 ถึง 1,705,000บาทราคาโดยประมาณในไทย (ก่อนภาษีนำเข้า)
สเปกทั้งหมด
ความยาวตัวรถ
4,920 มิลลิเมตร
ความกว้างตัวรถ
1,925 มิลลิเมตร
ความสูงตัวรถ
1,910 (GSR และ GLS 1,900) มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ
2,870 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น (ล้อ 20 นิ้ว)
230 มิลลิเมตร
เครื่องยนต์
ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร
แรงบิดสูงสุด
480 นิวตันเมตร
อัตราสิ้นเปลือง (WLTC)
12.1 กิโลเมตรต่อลิตร
ราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่น
6,193,000 ถึง 7,950,800 เยน
ราคาโดยประมาณในไทย (ก่อนภาษีนำเข้า)
1,325,000 ถึง 1,705,000 บาท
ถุงลมนิรภัย
8 ตำแหน่ง

มิตซูบิชิเปิดตัว Pajero 2027 เจเนอเรชันใหม่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม และมียอดจองสะสม 5,500 คัน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายยอดขายรายปีที่บริษัทตั้งไว้ รถรุ่นนี้เป็นรถ SUV ขนาดใหญ่แบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง ใช้โครงแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม และผลิตในประเทศไทยที่โรงงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี มิตซูบิชิระบุว่าในบางตลาดรถรุ่นนี้เรียกว่า Montero

ในญี่ปุ่นมีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่ GLS, GSR, EXCEED และ SUPER EXCEED การขายในญี่ปุ่นเริ่มวันที่ 17 ธันวาคม ราคาเริ่มต้นของทั้งชุดรุ่นอยู่ระหว่าง 6,193,000 ถึง 7,950,800 เยน

ดีไซน์ภายนอก

ตัวถังออกแบบบนสัดส่วนที่ตั้งตรงและเน้นแนวนอน ด้านท้ายมีลวดลายหกเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากล้อสำรองที่ติดท้ายรถในรุ่นก่อนหน้า รุ่น SUPER EXCEED ใช้กระจังหน้าลายรังผึ้ง ส่วนรุ่น EXCEED, GSR และ GLS ใช้กระจังหน้าแนวนอน ไฟหน้าเป็นแบบ LED ทรงเล็กและมีไฟเดย์ไลต์รูปตัวทีที่โดดเด่น

รุ่น SUPER EXCEED และ EXCEED ติดล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วพร้อมยาง 255/55R20 ส่วนรุ่น GSR และ GLS ติดล้อขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง 255/65R18 มิตซูบิชิระบุว่ามีสีตัวถังแบบโมโนโทน 7 สี รวมถึงสีใหม่ 2 สีที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ และรุ่น SUPER EXCEED มีสีแบบทูโทนหลังคาดำอีก 4 สี รวมเป็น 11 สี ผลงานการออกแบบนี้ได้รับรางวัล Good Design Award 2026

ภายในห้องโดยสาร

แผงหน้าปัดเป็นจอขนาดใหญ่แบบ Monolithic Dual Display ที่มีมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้วในรุ่น GLS และ EXCEED และขนาด 14.3 นิ้วในรุ่น GSR และ SUPER EXCEED จอสัมผัสระบบความบันเทิงรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ขนาด 12.3 นิ้วในรุ่น GLS กับ EXCEED และ 14.3 นิ้วในรุ่น GSR กับ SUPER EXCEED

เบาะนั่งแถวที่สองเลื่อนได้ถึง 150 มิลลิเมตร และมีกลไกพับเพื่อให้ผู้โดยสารเข้าออกแถวที่สามได้สะดวกขึ้น ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ 3 โซน รุ่น SUPER EXCEED ติดตั้งระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ที่มีลำโพง 12 ตำแหน่ง เบาะนั่งของรุ่นท็อปเป็นหนังสองโทนสีคาเมลและดำ

ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน

เครื่องยนต์เป็นดีเซลเทอร์โบขนาด 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 kW ที่ 3,500 รอบต่อนาที หรือราว 204 แรงม้า ตามข้อมูลจากอีกแหล่งหนึ่ง แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่ช่วง 1,750 ถึง 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มิตซูบิชิระบุอัตราสิ้นเปลือง 12.1 กิโลเมตรต่อลิตรตามมาตรฐาน WLTC

ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็น Super Select 4WD-II ที่เลือกได้ 4 โหมด ทำงานร่วมกับระบบ S-AWC และมีโหมดขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ช่วงล่างหน้าเป็นแบบปีกนกคู่ ช่วงล่างหลังเป็นแบบคานแข็ง 5-Link สำหรับรุ่นที่ติดล้อ 20 นิ้ว ระยะต่ำสุดจากพื้นอยู่ที่ 230 มิลลิเมตร และมุมต่าง ๆ ได้แก่ มุมไต่ 30.4 องศา มุมคร่อม 22.6 องศา และมุมจาก 25.8 องศา

ระบบความปลอดภัย

รถมีระบบช่วยขับขี่ MI-PILOT กล้อง 3D Multi Around Monitor และระบบเตือนการชนด้านหน้า FCM ที่ตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Emergency Lane Assist ซึ่งมิตซูบิชิระบุว่าเป็นครั้งแรกของแบรนด์ และระบบ Front Cross Traffic Alert สำหรับรถที่แล่นตัดหน้าในทางแยก

มิตซูบิชิระบุว่ารถมีถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง รวมถุงลมกลางที่นั่งคู่หน้าซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์ แต่ข้อมูลอีกแหล่งระบุถุงลมนิรภัยรอบคันไว้สูงสุด 9 ตำแหน่ง ซึ่งยังไม่ตรงกับเอกสารของผู้ผลิต

ราคาและแผนการขายในไทย

ราคาเริ่มต้นในญี่ปุ่นตามที่เผยแพร่คือ 6,193,000 ถึง 7,950,800 เยน แหล่งข่าวไทยแปลงเป็นเงินบาทได้ราว 1,325,000 ถึง 1,705,000 บาท โดยยังไม่รวมภาษีนำเข้าของไทย ขณะที่อีกแหล่งข่าวระบุช่วงราคาเดียวกันที่ 1,325,000 ถึง 1,701,000 บาท ตัวเลขปลายช่วงจึงไม่ตรงกัน

หากนำเข้ามาขายในไทย แหล่งข่าวหนึ่งประเมินราคารวมอากรขาเข้า 80% ภาษีสรรพสามิต 6% ภาษีมหาดไทย 10% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไว้ที่ 2,977,000 ถึง 3,829,000 บาท ข้อมูลนี้เป็นการประมาณการจากสื่อ ไม่ใช่ราคาที่ผู้ผลิตประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดไทย ผู้สนใจควรติดตามประกาศจากตัวแทนจำหน่ายของมิตซูบิชิในประเทศ

ที่มา: Mitsubishi Motors, Car2Day, Headlightmag

ข่าวล่าสุด