เครื่องตรวจสภาพรถที่กระบี่ชำรุด ผู้ประกอบการกังวลเรื่องเวลาและค่าใช้จ่าย
สำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่แจ้งเครื่องตรวจสภาพรถบรรทุก รถโดยสาร และรถป้ายเหลืองชำรุดชั่วคราว ผู้ประกอบการเห็นว่าเป็นภาระเพิ่มช่วงที่น้ำมันราคาสูง
15 ต.ค. 2569, 21:09 น.
สเปกทั้งหมด
- วันที่เครื่องมือชำรุด
- 30 ก.ย.
- ประเภทรถที่ตรวจไม่ได้ชั่วคราว
- รถบรรทุก รถโดยสาร รถป้ายเหลือง
- ประเภทรถที่ยังตรวจได้ตามปกติ
- รถรับจ้าง รถแท็กซี่ รย.18 รถป้ายเขียว
ฝ่ายตรวจสภาพรถของสำนักงานขนส่งจังหวัดกระบี่ประกาศว่า เครื่องมือที่ใช้ตรวจสภาพรถบรรทุก รถโดยสาร และรถป้ายเหลือง (ตาม พรม.ขนส่ง) เกิดชำรุด ทำให้ยังไม่สามารถให้บริการตรวจได้ในขณะนี้ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นถกเถียงในกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกและรถโดยสาร หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลไปทั่วโซเชียลและสื่อท้องถิ่น
ทางเลือกที่สำนักงานขนส่งเสนอ
สำนักงานขนส่งระบุว่า เจ้าของรถสามารถนำรถไปเข้าตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งใกล้เคียงแห่งใดก็ได้ทั่วประเทศ โดยต้องชำระภาษีตรวจสภาพตามเงื่อนไขที่กำหนดของแต่ละแห่ง ส่วนรถรับจ้าง รถแท็กซี่ รย.18 และรถป้ายเขียว (ตาม พรบ.รถยนต์) ยังสามารถเข้ารับการตรวจได้ตามปกติ จึงเห็นได้ว่าผลกระทบถูกจำกัดอยู่ที่กลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร และรถป้ายเหลืองเป็นหลัก
เสียงจากผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการและเจ้าของรถส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว พวกเขามองว่าการให้ไปตรวจที่สำนักงานอื่นเป็นการโยนภาระมาให้ฝั่งตน เพราะสำนักงานที่รับตรวจอยู่ไกลจากพื้นที่ ต้องเสียเวลาเดินทาง และในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง ค่าใช้จ่ายรวมของการเดินทางก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้หากรถตรวจไม่ผ่าน ต้องแก้ไขและเข้าตรวจใหม่ ซึ่งทำให้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
เจ้าของรถรับจ้างรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เครื่องมือชุดนี้เสียตั้งแต่เดือน ก.ย. และจนถึงตอนนี้ยังซ่อมไม่เสร็จ เขาบอกว่าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเครื่องตรวจสภาพควรพร้อมใช้งานอยู่ตลอดเวลา และแม้จะเกิดการชำรุดบ้าง ก็ไม่ควรใช้เวลาซ่อมนานขนาดนี้ ปัจจุบันเวลาผ่านมาแล้วราวครึ่งเดือน
คำชี้แจงจากหน่วยงาน
นายนเรศวร์ จันทร์เทพ ขนส่งจังหวัดกระบี่ ให้ข้อมูลว่า เครื่องมือตรวจสภาพรถบรรทุก รถโดยสาร และรถป้ายเหลืองชำรุดตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. ขณะนี้ทางสำนักงานกำลังเร่งดำเนินการซ่อมให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อลดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและเจ้าของรถ พร้อมกล่าวขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น
ประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน
จากข้อมูลที่เผยแพร่ ยังไม่มีการระบุวันที่แน่นอนว่าเครื่องมือจะกลับมาใช้งานได้เมื่อใด ผู้ที่ต้องการนำรถเข้าตรวจจึงควรติดต่อสำนักงานขนส่งในพื้นที่เพื่อสอบถามสถานะล่าสุดก่อนเดินทาง ประเด็นเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะทางที่เพิ่มขึ้นยังเป็นข้อกังวลหลักของผู้ประกอบการ และคงต้องติดตามว่าการซ่อมจะแล้วเสร็จและการให้บริการกลับเข้าสู่สภาพปกติเมื่อใด
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์


