เกียร์ว่าง
รถใหม่

ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท

ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid 11 ที่นั่ง ขุมพลังไฮบริด 242 แรงม้า อัตราสิ้นเปลือง 13.4 กิโลเมตรต่อลิตรจากการขับจริง พร้อมข้อมูลราคาที่ควรตรวจสอบ

16 ต.ค. 2569, 20:54 น.

ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท รูปที่ 1
ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท รูปที่ 2
ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท รูปที่ 3
ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท รูปที่ 4
ทดสอบ Hyundai Staria Hybrid รุ่นท็อป ราคาเริ่ม 2.099 ล้านบาท รูปที่ 5
1 / 5
ภาพ: Alexander Migl / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)
242แรงม้ากำลังรวมสูงสุด
15.6กิโลเมตรต่อลิตรอัตราสิ้นเปลือง ECO STICKER
2,399,000บาทราคารุ่นท็อป PREMIUM
11ที่นั่งจำนวนที่นั่ง
สเปกทั้งหมด
กำลังรวมสูงสุด
242 แรงม้า
อัตราสิ้นเปลือง ECO STICKER
15.6 กิโลเมตรต่อลิตร
ราคารุ่นท็อป PREMIUM
2,399,000 บาท
จำนวนที่นั่ง
11 ที่นั่ง
แรงบิดรวม
367 นิวตันเมตร
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ
1.6 ลิตร
มอเตอร์ไฟฟ้า
72 แรงม้า
แบตเตอรี่
1.49 kWh
การปล่อย CO2
147 กรัมต่อกิโลเมตร
อัตราสิ้นเปลือง จากการทดสอบจริง
13.4 กิโลเมตรต่อลิตร
ความยาว
5,253 มิลลิเมตร
ความกว้าง
1,997 มิลลิเมตร
ความสูง
1,990 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ
3,273 มิลลิเมตร
น้ำหนักรถ
2,350 กิโลกรัม
ความจุถังน้ำมัน
65 ลิตร

Hyundai Staria ทำยอดขายสะสมได้มากกว่า 17,000 คันในช่วงห้าปีที่ผ่านมา และในเดือนกันยายนที่ผ่านมาฮุนไดได้เพิ่มทางเลือกใหม่คือรุ่นฟูลไฮบริด รถตู้ 11 ที่นั่งรุ่นนี้นำเข้าจากเกาหลีใต้ และมีให้เลือกสองรุ่นย่อย ทีมทดสอบเลือกรุ่นท็อป PREMIUM มาขับทดสอบเพื่อดูว่าไฮบริดรุ่นนี้ตอบโจทย์รถครอบครัวได้แค่ไหน

ด้านดีไซน์ภายนอกยังคงรูปทรงเดิมที่โดดเด่น แต่มีการปรับรายละเอียดให้ดูสะอาดตาและหรูขึ้น กระจังหน้าเป็นลายตาข่ายแนวนอนสีดำและเงิน ไฟ LED เดย์ไทม์รันนิ่งมีชื่อรุ่นบนแถบไฟ ส่วนไฟหน้าเป็นแบบ LED Projector และโลโก้ฮุนไดปรับเป็นแบบ 2 มิติ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วใส่ยาง 235/55 R18 ตัวรถมีความยาว 5,253 มิลลิเมตร กว้าง 1,997 มิลลิเมตร และสูง 1,990 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,273 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 186 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 2,350 กิโลกรัม และความจุถังน้ำมัน 65 ลิตร

ห้องโดยสารและความสะดวก

ภายในห้องโดยสารจัดเป็นสไตล์ VIP มีมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอสัมผัสกลางขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พวงมาลัยสามก้านดีไซน์ย้อนยุค และย้ายคันเกียร์ไปไว้ที่คอพวงมาลัยฝั่งขวา ทำให้คอนโซลกลางโล่งขึ้น ปุ่มควบคุมแอร์กลับมาเป็นปุ่มกดและหมุนที่ใช้งานง่ายขึ้น ช่องชาร์จมีให้ครบทั้ง USB Type-C 7 ตำแหน่ง ช่องจ่ายไฟ AC 250V และพอร์ต USB 100W สำหรับอุปกรณ์กินไฟสูง เช่น โน้ตบุ๊ก มีแท่นชาร์จไร้สายและระบบเสียง BOSE 12 ตำแหน่ง รวมถึงหลังคากระจกคู่ Dual Sunroof

เบาะแถวที่ 2 ถึง 4 ได้รับการปรับโครงสร้างและเพิ่มวัสดุซับ ทำให้นั่งนุ่มและสบายขึ้น เบาะแถวที่ 4 พับเก็บได้ และเบาะแถวที่ 2 กับ 3 เลื่อนถอยหลังเพื่อสร้างพื้นที่นั่งเล่น พื้นที่สัมภาระด้านท้ายอยู่ที่ 117 ลิตร และขยายเป็น 1,303 ลิตรเมื่อพับเบาะแถวที่ 3 และ 4 ส่วนการตกแต่งมีวัสดุ Suede แผงคอนโซลลายตะเข็บ พวงมาลัยหนังเจาะรู และไฟแอมเบียนต์ 64 สี ที่เปลี่ยนสีตามโหมดการขับขี่ได้ 3 โหมด

ขุมพลังและอัตราสิ้นเปลือง

รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.6 ลิตร รหัส G4FT ซึ่งยกมาจาก Hyundai Santa Fe ให้กำลัง 178 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 72 แรงม้า และแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer ความจุ 1.49 kWh เมื่อทำงานร่วมกันระบบให้กำลังรวมสูงสุด 242 แรงม้า และแรงบิดรวม 367 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า ค่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 147 กรัมต่อกิโลเมตร และอัตราสิ้นเปลืองตามฉลาก ECO STICKER อยู่ที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนผลทดสอบขับใช้งานจริงทำได้เฉลี่ย 13.4 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งผู้ทดสอบมองว่าน่าพอใจสำหรับรถครอบครัวขนาดใหญ่

เมื่อขับจริง มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยให้ออกตัวได้รวดเร็ว ส่วนจังหวะแซงอาจมีอาการหน่วงเล็กน้อย พวงมาลัยตอบสนองแม่นยำ เบาในความเร็วต่ำและหนึบขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง รัศมีวงเลี้ยว 5.97 เมตร ระบบ Regenerative Braking ช่วยชะลอรถเมื่อยกคันเร่งและนำพลังงานกลับไปเก็บในแบตเตอรี่ ช่วยลดการสึกของผ้าเบรก ช่วงล่างอิสระสี่ล้อได้รับการปรับเซตโช้คอัพและบูชใหม่ ผลคือการขับนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั่งสบายตลอดทาง และไม่กระด้าง

ระบบความปลอดภัย

รุ่นนี้มาพร้อมชุดช่วยเหลือผู้ขับขี่ Hyundai SmartSense ซึ่งรวมเป็น 15 ระบบ เช่น ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้พร้อม Stop and Go ระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินที่ทางแยก ระบบช่วยรักษาเลน ระบบเตือนจุดอับสายตาพร้อมกล้องมอนิเตอร์ ระบบเตือนเมื่อถอยรถและมีรถตัดหน้าจากด้านข้าง ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านหลัง และระบบเตือนผู้โดยสารด้านหลัง

ข้อควรพิจารณาเรื่องราคา

บทความทดสอบจากแหล่งข้อมูลแรกระบุราคารุ่นท็อป PREMIUM ไว้ที่ 2,399,000 บาท ขณะที่ราคาเริ่มต้น 2.099 ล้านบาทปรากฏเฉพาะในหัวข้อข่าวของแหล่งข้อมูลที่สอง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดรุ่นย่อยหรือเงื่อนไขการขาย ผู้อ่านที่สนใจควรตรวจสอบราคาและรุ่นย่อยกับตัวแทนจำหน่ายก่อนตัดสินใจ

ที่มา: Car2Day, Grandprix

ข่าวล่าสุด