Honda Civic FE e:HEV S+ SHIFT ราคาอย่างเป็นทางการ 949,000 ถึง 1,259,000 บาท
ฮอนด้าเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Civic FE e:HEV S+ SHIFT ปีรุ่น MY2026-2 พร้อมโปรโมชันเดือนตุลาคม 2569 และการเปลี่ยนแปลงของแต่ละรุ่นย่อย
13 ต.ค. 2569, 17:56 น.

สเปกทั้งหมด
- ราคา e:HEV EL
- 949,000 บาท
- ราคา e:HEV RS
- 1,259,000 บาท
- กำลังสูงสุดเครื่องยนต์เบนซิน
- 141 แรงม้า
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย
- 23.3 km/l
- ราคา e:HEV EL+
- 1,109,000 บาท
- ความยาวตัวรถ
- 4,678 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ
- 2,733 มิลลิเมตร
- กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า
- 184 แรงม้า
- ความจุถังน้ำมัน
- 40 ลิตร
ราคาและรุ่นที่เปิดขาย
ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda Civic FE e:HEV S+ SHIFT ปีรุ่น MY2026-2 โดยแบ่งเป็นสามรุ่นย่อย รุ่น e:HEV EL อยู่ที่ 949,000 บาท รุ่น e:HEV EL+ อยู่ที่ 1,109,000 บาท และรุ่น e:HEV RS อยู่ที่ 1,259,000 บาท ทำให้ช่วงราคาของรถทั้งกลุ่มอยู่ระหว่าง 949,000 บาท ถึง 1,259,000 บาท
ราคาดังกล่าวอยู่ภายใต้แคมเปญของ Honda Civic e:HEV ประจำเดือนตุลาคม 2569 โดยมีส่วนลดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยมูลค่า 25,000 บาท และระบุว่าสามารถใช้สิทธิ์ได้กับรถทุกยี่ห้อ ผู้ซื้อยังได้ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 48 เดือนสำหรับรุ่น EL+ และ RS ส่วนรุ่น EL ได้ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นอกจากนี้ยังได้รับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ฟรีเป็นเวลา 1 ปี
การขยายการรับประกันและบริการ
โปรแกรม Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพตัวรถอีก 2 ปีหรือ 40,000 km. ทำให้รวมเป็น 5 ปีหรือ 140,000 km. ขณะที่ Exclusive Care ครอบคลุมค่าเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ 5 ปีหรือ 100,000 km. สำหรับรุ่น EL+ และ RS ส่วนรุ่น EL ได้สิทธิ์นี้ 3 ปีหรือ 60,000 km.
สำหรับระบบไฮบริด ฮอนด้ารับประกันระบบ Hybrid เป็นเวลา 5 ปี และรับประกันแบตเตอรี่เป็นเวลา 10 ปี โดยทั้งสองรายการไม่จำกัดระยะทาง เงื่อนไขนี้ใช้กับการจองตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 ตุลาคม 2569 และต้องรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
การเปลี่ยนแปลงของแต่ละรุ่น
รุ่น e:HEV EL มีการยกเลิกสี Lunar Silver Metallic ส่วนออปชันยังคงเดิมและราคาไม่เปลี่ยนแปลง
รุ่น e:HEV EL+ เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง หรือ BSI และระบบเตือนรถที่วิ่งผ่านด้านหลังขณะถอยหลัง หรือ CTM พร้อมยกเลิกสี Lunar Silver Metallic และปรับราคาเพิ่มขึ้น 10,000 บาท
รุ่น e:HEV RS เพิ่มระบบ S+ SHIFT พร้อม BSI และ CTM มีการเพิ่มสีเทามุก Urban Grey Pearl และเปลี่ยนสีแดงจาก Ignite Red เป็น Blazing Red Pearl ทั้งยกเลิกสี Lunar Silver Metallic และปรับราคาเพิ่มขึ้น 20,000 บาท
ระบบ S+ SHIFT
ระบบ S+ SHIFT มีเฉพาะรุ่น RS เป็นโปรแกรมจำลองการเปลี่ยนเกียร์ 8 จังหวะบนระบบ Full Hybrid e:HEV แม้รถคันนี้จะไม่มีเกียร์แบบ Torque Converter ผู้ขับก็สามารถสั่งเปลี่ยนอัตราทดขึ้นหรือลงได้เองผ่านแป้น Paddle Shift ระบบแบ่งการทำงานเป็น Step Shift Control ซึ่งกำหนดจังหวะเกียร์ทั้งช่วงเร่งและช่วงชะลอ และ Sports Adaptive Control ซึ่งปรับการส่งกำลังให้เหมาะกับการสั่งงานของผู้ขับและสภาพถนน
ระบบนี้ทำงานร่วมกับ Active Sound Control ที่เล่นเสียงสังเคราะห์ผ่านลำโพงตามการเร่งและความเร็ว และแสดงค่ารอบจำลองให้เห็นด้วย ฮอนด้าอธิบายความหมายของชื่อไว้ว่า S คือสัญลักษณ์ความสปอร์ตที่ใช้มาตั้งแต่รุ่น S600 และ S2000 ส่วน + หมายถึงการเพิ่มคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์ และ Shift หมายถึงการนำพาผู้คนและรถยนต์ไปสู่ยุคใหม่
รุ่นพิเศษ RED Concept
ฮอนด้าจัดรุ่นพิเศษ RED Concept จำนวนจำกัด 90 คันแรก ซึ่งมีโลโก้ H Mark สีดำ ชุดตกแต่งคิ้วบันไดแบบ LED ที่เรืองแสง ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วดีไซน์ใหม่ 5 ก้านคู่สี Matte Black และสีตัวถัง Blazing Red Pearl โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเมื่อเทียบกับรุ่น RS ปกติ
ข้อมูลทางเทคนิค
ตัวรถมีความยาว 4,678 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,802 มิลลิเมตร ความสูง 1,415 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,733 มิลลิเมตร เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรขนาด 1,993 ซีซี แบบ Atkinson Cycle ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้าที่ 6,200 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 182 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ให้กำลัง 184 แรงม้า และแรงบิด 315 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
แบตเตอรี่ชนิด Lithium-ion 72 เซลล์ติดตั้งใต้เบาะนั่งด้านหลัง รองรับน้ำมันสูงสุด E20 ปล่อย CO2 96 g./km และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 23.3 km/l โหมด EV Drive Mode ขับด้วยไฟฟ้าล้วนได้ความเร็วสูงสุด 120 km/h แต่ขึ้นอยู่กับปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือ ถังน้ำมันจุได้ 40 ลิตร
รุ่น EL ใช้ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ส่วนรุ่น RS ใช้ล้อ 18 นิ้ว และมาตรวัดแบบ Full Digital TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทาง BOSE มีลำโพง 12 ตำแหน่งอยู่ในรุ่น RS ทุกรุ่นมีจอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้วที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
ด้านความปลอดภัย รถมีถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง และชุดระบบ Honda SENSING ที่รวมการควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในช่องทางเดินรถ และระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก
ตัวเลือกสีตัวถัง
กลุ่มรุ่น e:HEV E และ EL+ มีสีน้ำเงิน Canyon River Blue Metallic สีเทา Meteoroid Grey Metallic สีขาวมุก Platinum White Pearl และสีดำมุก Crystal Black Pearl ส่วนรุ่น RS เลือกได้จากสีแดงมุก Blazing Red Pearl สีเทามุก Urban Grey Pearl สีเทา Meteoroid Grey Metallic สีขาวมุก Platinum White Pearl และสีดำมุก Crystal Black Pearl
ที่มา: Autolife Thailand


