GWM ORA 5 PLUS เปิดตัวและขายครั้งแรกของโลกที่ไทย 10 พ.ย.
GWM เตรียมเปิดตัวและขาย ORA 5 PLUS ที่ไทยเป็นที่แรกของโลกในวันที่ 10 พฤศจิกายน พร้อมข้อมูลดีไซน์ ขุมพลังอีวีและไฮบริดเบื้องต้น
2 พ.ย. 2569, 19:08 น.
สเปกทั้งหมด
- ระยะทางวิ่งไฟฟ้า (NEDC) รุ่นอีวี
- 520 กิโลเมตร
- กำลังรวมสูงสุด รุ่นฟูลไฮบริด
- 223 แรงม้า
- อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รุ่นฟูลไฮบริด
- 7.7 วินาที
- อัตราสิ้นเปลือง รุ่นฟูลไฮบริด
- 23.2 กิโลเมตรต่อลิตร
- ความยาว
- 4,758 มิลลิเมตร
- ความกว้าง
- 1,833-1,844 มิลลิเมตร
- ความสูง
- 1,630 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ
- 2,720 มิลลิเมตร
- ความสูงใต้ท้องรถ
- 175 มิลลิเมตร
- น้ำหนักรถ
- 1,800 กิโลกรัม
- ความจุแบตเตอรี่ รุ่นอีวี
- 58.3 kWh
- กำลังสูงสุด รุ่นอีวี
- 204 แรงม้า
GWM เตรียมขยายไลน์อัพของ ORA 5 ด้วยรุ่นใหม่ชื่อ ORA 5 PLUS ซึ่งผสานลักษณะช่วงหน้าและช่วงหลังของรถเข้าด้วยกันในรูปแบบเอสยูวีทรงมาตรฐานที่มีช่วงล่างสูง ผู้ผลิตระบุว่ารถรุ่นนี้จะเปิดตัวและเปิดขายเป็นที่แรกของโลกที่ประเทศไทย ตามกำหนดการในวันที่ 10 พฤศจิกายน ส่วนราคาขายอย่างเป็นทางการจะประกาศในวันเดียวกัน
การปรับดีไซน์ภายนอก
จุดที่เปลี่ยนไปมากที่สุดอยู่ที่ส่วนท้ายรถ ประตูหลังถูกออกแบบใหม่โดยขยายเสา C และ D ให้ดูใหญ่ขึ้น พร้อมกระจกด้านหลังที่ขยายขึ้นเล็กน้อย ไฟท้าย LED แนวยาวที่เคยติดอยู่ใต้กระจกถูกย้ายมาอยู่บนตัวถังและฝาท้าย ใต้ไฟท้ายมีตราสัญลักษณ์ GWM และชื่อรุ่นกำกับไว้ ป้ายทะเบียนถูกย้ายจากกันชนหลังขึ้นไปอยู่บนฝาท้าย ส่วนกันชนหลังมีสปอยเลอร์ที่ติดไฟเบรกดวงที่สาม และประตูท้ายไฟฟ้ามาพร้อมระบบป้องกันการหนีบ
ด้านหน้ายังคงดีไซน์เดิม ไฟหน้า LED อัจฉริยะสามารถเปิดและปิดเองได้ ปรับการทำงานระหว่างไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติ และมีฟังก์ชันหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ รถมีไฟกลางวัน LED DRL และไฟท้ายแบบซ่อนเพิ่มความโดดเด่นให้ตัวถัง อุปกรณ์อื่นที่ระบุไว้ ได้แก่ หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ติดยาง 225/60 R18
ขนาดตัวรถ
ตัวรถมีความยาว 4,758 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833-1,844 มิลลิเมตร ความสูง 1,630 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถอยู่ที่ 175 มิลลิเมตร น้ำหนักรถระบุไว้ที่ 1,800 กิโลกรัม ส่วนรุ่นฟูลไฮบริดมีความจุถังน้ำมัน 55 ลิตร
ห้องโดยสารและเทคโนโลยี
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันมีสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอข้อมูลการขับขี่ ปรับได้ 4 ทิศทาง เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ ที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ส่วนที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง ระบุว่าเฉพาะรุ่น ULTRA เท่านั้น เบาะหลังพับได้แบบ 60:40 รถมีให้เลือกสีโทน Dark Grey และ Brown Beige เฉพาะรุ่นอีวี
หน้าจอดิจิทัลหน้าปัดขนาด 10.25 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบสั่งการด้วยเสียงรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีระบบนำทาง Petal Maps ออนไลน์ ระบบเสียงมีลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น Pro และลำโพง Amor 9 ตำแหน่งในรุ่น ULTRA ส่วนชาร์จไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ มีเฉพาะรุ่น ULTRA เช่นกัน ด้านความปลอดภัยมีกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาพร้อมภาพใต้ท้องรถ และมีระบบ ADAS รอบคัน
แอปพลิเคชัน GWM ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือได้ เช่น สตาร์ทเครื่องยนต์ ล็อกและปลดล็อกรถจากระยะไกล ค้นหารถพร้อมไฟกะพริบและเสียงแตร เปิดปิดแอร์และระบบกรองอากาศ รวมถึงเปิดโหมดไล่ฝ้า
ขุมพลังรุ่นอีวี
รุ่นอีวีใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหน้า ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางวิ่งไฟฟ้าตามมาตรฐาน NEDC อยู่ที่ 520 กิโลเมตร จากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 58.3 kWh รองรับการชาร์จกระแสตรงสูงสุด 120 กิโลวัตต์ ทำให้ชาร์จจาก 30 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 20 นาที และชาร์จกระแสสลับได้สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ยังมีระบบ Vehicle to Load ขนาด 6 กิโลวัตต์
ขุมพลังรุ่นฟูลไฮบริด
รุ่นฟูลไฮบริดใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบแปรผันซูเปอร์ชาร์จ VGT ขนาด 1.5 ลิตร รหัส GW4B15M ให้กำลัง 150 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร ควบคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 190 แรงม้า และแรงบิด 236 นิวตันเมตร เมื่อทำงานร่วมกันจะได้กำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 476 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบุว่าวิ่งได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร และประหยัดน้ำมัน 23.2 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ DHT 2 สปีด และมีระบบ Regenerative Energy Recovery นำพลังงานจากการชะลอความเร็วกลับมาใช้ใหม่
ความเงียบในห้องโดยสาร
ชุดส่งกำลังมีฉนวนป้องกันเสียงรบกวนทั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแรงดันต่ำ ซึ่งผู้ผลิตระบุว่าช่วยลดเสียงได้ประมาณ 3 ถึง 5 เดซิเบล
สรุป
ข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้มาจากการเปิดเผยก่อนการเปิดตัว ผู้อ่านควรติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะราคาขายอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะประกาศในวันที่ 10 พฤศจิกายน
ที่มา: Car2Day

