เกียร์ว่าง
ราคา/โปรโมชัน

ราคาน้ำมันปรับขึ้นอีก 60 สตางค์ต่อลิตร และวิธีประหยัดค่าน้ำมันในชีวิตประจำวัน

ผู้ค้าน้ำมันปรับราคาขึ้นอีก 60 สตางค์ต่อลิตร พร้อมแนวทางขับขี่และการเลือกน้ำมันเพื่อลดค่าใช้จ่ายการเดินทาง

21 ต.ค. 2569, 16:18 น.

43.54บาทต่อลิตรดีเซล
51.03บาทต่อลิตรเบนซิน
42.04บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์ 95
สเปกทั้งหมด
ดีเซล
43.54 บาทต่อลิตร
เบนซิน
51.03 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91
41.67 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95
42.04 บาทต่อลิตร
ดีเซล บี20 (ตรึงราคา)
37.19 บาทต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ อี20 (ตรึงราคา)
35.69 บาทต่อลิตร
การปรับราคาขึ้นล่าสุด
60 สตางค์

ผู้ค้าน้ำมันประกาศปรับราคาขึ้นอีก 60 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ราคาหน้าปั๊มของน้ำมันหลายชนิดสูงขึ้นพร้อมกัน ราคาดีเซลอยู่ที่ 43.54 บาทต่อลิตร เบนซินอยู่ที่ 51.03 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 41.67 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 42.04 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซล บี20 ยังตรึงราคาไว้ที่ 37.19 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ อี20 ตรึงไว้ที่ 35.69 บาทต่อลิตร

ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังผันผวนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มจะคลี่คลายอย่างชัดเจน ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นเป็นระยะและกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถ โดยเฉพาะคนที่ต้องขับรถไปทำงานทุกวัน แม้ผู้ขับจะควบคุมราคาหน้าปั๊มไม่ได้ แต่สามารถบริหารค่าใช้จ่ายของตัวเองได้ผ่านการปรับพฤติกรรมการขับขี่ การเลือกชนิดน้ำมันให้เหมาะกับรถ และการวางแผนเส้นทาง

เริ่มจากการปรับพฤติกรรมการขับขี่

การเร่งเครื่องและการเบรกอย่างกะทันหันทำให้น้ำมันหมดเร็วขึ้น การรักษาความเร็วให้คงที่จึงช่วยได้ ในการขับบนทางหลวง ความเร็วราวๆ 80 ถึง 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอาจช่วยประหยัดน้ำมันในรถหลายรุ่น แต่ผลจริงขึ้นอยู่กับสภาพถนนและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ผู้ขับไม่จำเป็นต้องขับช้าจนกระทบการจราจร เพียงแค่หลีกเลี่ยงการใช้ความเร็วสูงเกินความจำเป็นก็เพียงพอ

อีกเรื่องที่ควรใส่ใจคือแรงดันลมยาง หากลมยางอ่อนกว่าค่าที่ผู้ผลิตกำหนด ยางจะมีแรงต้านการหมุนมากขึ้น และเครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ควรลดการบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็น ดูแลไส้กรองอากาศและเครื่องยนต์ตามระยะที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการติดเครื่องยนต์จอดรอเป็นเวลานาน

เลือกน้ำมันให้เหมาะกับรถ

ผู้ใช้รถควรเปิดดูคู่มือรถก่อนว่าเครื่องยนต์รองรับน้ำมันประเภทใดบ้าง โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ E20 และ E85 ซึ่งมีส่วนผสมของเอทานอล และรัฐบาลส่งเสริมให้ใช้ ข้อมูลที่ระบุไว้ตรงฝาถังน้ำมันก็ช่วยตรวจสอบได้ว่ารถรุ่นนั้นเติมได้หรือไม่

จากตัวอย่างการคำนวณของเดลินิวส์ หากเติมน้ำมัน 40 ลิตรเท่ากัน ระหว่างแก๊สโซฮอล์ E20 ที่มีราคารวม 1,427.60 บาท กับแก๊สโซฮอล์ 95 ที่มีราคารวม 1,681.60 บาท ส่วนต่างจะอยู่ที่ประมาณ 254 บาท หรือประหยัดได้มากกว่า 15% ตัวเลขนี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีท้องถิ่น หากเติมเดือนละ 4 ครั้ง จะประหยัดได้ 1,016 บาทต่อเดือน หรือ 12,192 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม มีผู้มองว่าการเติม E20 อาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองสูงกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 เล็กน้อย

วางแผนก่อนออกจากบ้าน

การขับรถในเมืองที่รถติดเป็นประจำทำให้น้ำมันหมดโดยไม่จำเป็น ผู้ขับจึงควรตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง วางแผนเส้นทาง และรวมธุระหลายอย่างไว้ในเที่ยวเดียว ในวันที่เส้นทางหนาแน่นมาก การใช้รถไฟฟ้าหรือขนส่งสาธารณะก็เป็นทางเลือกที่น่าพิจารณา

ราคาขายปลีกของสถานีบริการแต่ละแห่งอาจต่างกันตามยี่ห้อ พื้นที่ และรายการส่งเสริมการขาย จึงควรเปรียบเทียบก่อนเติม แต่ก็ไม่ควรขับรถอ้อมไกลเพื่อไปเติมน้ำมันที่ถูกกว่าเพียงเล็กน้อย เพราะอาจเสียน้ำมันระหว่างทางมากกว่าส่วนต่างที่ประหยัดได้

ใช้รถอย่างรู้ต้นทุน

การรับมือราคาน้ำมันที่สูงขึ้นไม่ได้อยู่ที่การหาปั๊มที่ขายถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการรู้ว่ารถแต่ละคันมีต้นทุนการเดินทางเท่าไร และจะลดค่าใช้จ่ายส่วนใดได้บ้าง ตั้งแต่การเลือกชนิดน้ำมัน การดูแลรถให้อยู่ในสภาพดี ไปจนถึงการปรับนิสัยการขับขี่ ซึ่งแต่ละส่วนช่วยลดรายจ่ายได้ทีละเล็กทีละน้อย

ที่มา: เดลินิวส์

ข่าวล่าสุด