ขยะแบตเตอรี่ EV และแผงโซลาร์จ่อทะลัก ไทยเร่งตั้งนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมเผยขยะจากแผงโซลาร์และแบตเตอรี่รถ EV จะทยอยเพิ่มขึ้น กระทรวงเร่งผลักดันนิคมรีไซเคิลและแก้กฎหมายกากอุตสาหกรรม
18 ต.ค. 2569, 14:05 น.
สเปกทั้งหมด
- โทษปรับตามกฎหมายเดิม
- ไม่เกิน 200,000 บาท
- กฎหมายบางฉบับที่ใช้มาแล้ว
- 40-50 ปี
- อายุใช้งานของแผงโซลาร์
- ประมาณ 15 ปี
- ช่วงเวลาที่ขยะอาจเพิ่มขึ้น
- 1-2 ปีข้างหน้า
- เครือข่าย SME ในประเทศ
- กว่า 3.2 ล้านราย
- ระดับค่าปรับที่ผลักดัน
- 8 หลัก
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ในรายการคุยกับ ครม. อนุทิน เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 2569 โดยย้ำว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องไม่ทำให้เกิดมลพิษตามมา ประเด็นที่ให้น้ำหนักมากที่สุดคือการจัดการกากอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมาย
กฎหมายที่ยังไม่เพียงพอ
รัฐมนตรียอมรับว่ากฎหมายบางฉบับถูกใช้มานานราว 40-50 ปี และกำหนดโทษปรับไว้ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งต่ำมากจนผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกชำระค่าปรับแทนการบำบัดของเสียอย่างถูกต้อง ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมกำลังปรับปรุง พ.ร.บ.โรงงาน และกฎหมายกากอุตสาหกรรม พร้อมหารือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมศุลกากร
แนวทางที่วางไว้คือเพิ่มระดับการลงโทษให้ไปถึงการเงินของผู้กระทำผิด รวมถึงการยึดทรัพย์ของเจ้าของกิจการ และผลักดันให้ค่าปรับสูงถึงระดับ 8 หลัก รัฐมนตรีชี้ว่าเวลานี้การจ่ายค่าปรับถูกกว่าการนำของเสียไปบำบัด หากโทษเบาเกินไปก็ไม่ทำให้ผู้กระทำผิดเกรงกลัว จึงต้องทำให้การฝ่าฝืนไม่คุ้มค่า และบังคับให้กากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบกำจัดที่ถูกต้อง
ขยะจากพลังงานสะอาดกำลังจะเพิ่มขึ้น
อีกเรื่องที่ต้องเตรียมรับมือคือขยะจากเทคโนโลยีสะอาด ได้แก่แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะทยอยหมดอายุภายในไม่กี่ปี โดยแผงโซลาร์ที่ติดตั้งมาแล้วราว 10 ปี มีอายุการใช้งานประมาณ 15 ปี ทำให้อาจกลายเป็นขยะจำนวนมากในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
รัฐมนตรีระบุว่าแบตเตอรี่ EV ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานในรถ ไม่จำเป็นต้องทิ้งทั้งหมด บางส่วนสามารถนำไปปรับสภาพและใช้เป็นระบบกักเก็บพลังงาน หรือ ESS ได้ ส่วนที่เสื่อมจริงจำเป็นต้องกำจัดอย่างถูกวิธี เพราะมีสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
นิคมรีไซเคิลและระบบควบคุม
กระทรวงจึงเร่งผลักดันนิคมอุตสาหกรรมรีไซเคิล เพื่อรวบรวมโรงงานรีไซเคิลและโรงกำจัดของเสียอันตรายไว้ในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ มีระบบบำบัดน้ำเสียรวม และมีการติดตามตลอด 24 ชั่วโมง เป้าหมายคือไม่ให้ซากแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปปะปนกับขยะทั่วไป
ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์
ในด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ รัฐมนตรีระบุว่าไทยจะไม่เลือกเส้นทาง EV เพียงทางเดียว แต่จะใช้แนวทางหลายเส้นทาง ทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป รถไฮบริด รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รถไฟฟ้า (BEV) และเทคโนโลยีไฮโดรเจนในอนาคต พร้อมดูแลฐานการผลิตของค่ายญี่ปุ่นและซัพพลายเออร์เดิมที่สร้างงานให้คนไทยจำนวนมาก
กระทรวงอุตสาหกรรมและธนาคารเอสเอ็มอี ดี แบงก์ จะให้การสนับสนุนทั้งเงินทุนและองค์ความรู้ในช่วงการเปลี่ยนผ่าน โดยเครือข่าย SME ในประเทศมีมากกว่า 3.2 ล้านราย และเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานหลายอุตสาหกรรม ผู้ผลิตชิ้นส่วนจึงต้องปรับตัวให้รองรับทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และ EV เพราะไทยยังเป็นฐานผลิตรถส่งออกไปหลายตลาด
นอกจากนี้ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมของโลก เช่น มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป เริ่มกดดันผู้ส่งออกไทยให้ใช้พลังงานสะอาดและมีระบบบำบัดที่ได้มาตรฐาน กระทรวงจะทำหน้าที่ทั้งกำกับมาตรฐานและช่วยให้ SME เข้าถึงความรู้และเงินทุนเพื่อปรับปรุงโรงงานให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียว
ข้อมูลในแหล่งข่าวนี้เป็นแถลงการณ์เชิงนโยบาย ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องงบประมาณ ระยะเวลาการแก้กฎหมาย หรือพื้นที่ตั้งนิคมรีไซเคิลที่ชัดเจน จึงควรติดตามความคืบหน้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ



