เกียร์ว่าง
ต่างประเทศ

อียูเตรียมจำกัดนำเข้ารถไฮบริดจากจีนที่ 350,000 คันต่อปี ข้อมูลยังไม่ตรงกันหลายจุด

อียูเตรียมกำหนดเพดานนำเข้ารถไฮบริดจากจีนไว้ที่ 350,000 คันต่อปี แต่แหล่งข่าวและฝ่ายจีนให้รายละเอียดที่ไม่ตรงกันในหลายประเด็น

13 ต.ค. 2569, 00:01 น.

350,000คันต่อปีเพดานนำเข้ารถไฮบริดจากจีนต่อปี
302,000คันการนำเข้ารถไฮบริดจากจีนในปี 2025
6%อัตราเพิ่มโควตาต่อปี
สเปกทั้งหมด
เพดานนำเข้ารถไฮบริดจากจีนต่อปี
350,000 คันต่อปี
การนำเข้ารถไฮบริดจากจีนในปี 2025
302,000 คัน
การนำเข้ารถไฮบริดจากจีนในปี 2024
107,000 คัน
อัตราเพิ่มโควตาต่อปี
6 %
ระยะเวลามาตรการ
4 ปี
โควตาปีถัดไปตามรายงาน FT
500,000 ถึง 700,000 คัน
การนำเข้าไฮบริดจากจีนที่คาดในปีนี้
800,000 คัน

รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ระบุว่า สหภาพยุโรปหรืออียูเตรียมกำหนดเพดานการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดจากจีนไว้ที่ 350,000 คันต่อปี โดยข้อตกลงนี้ยังต้องได้รับการรับรองจากประเทศสมาชิกก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ และหลายรายละเอียดยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ที่มาของมาตรการ

อียูเคยเก็บภาษีตอบโต้รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่ผลิตในจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 แต่รถไฮบริดและรถพลักอินไฮบริดไม่ได้อยู่ในมาตรการนั้น ผู้ผลิตจีนจึงหันมาส่งออกรถกลุ่มนี้มากขึ้น จนกลายเป็นประเด็นใหม่ในการเจรจาการค้ารถยนต์ระหว่างสองฝ่าย Carscoops รายงานว่า ในครึ่งแรกของปีนี้ รถพลักอินไฮบริดที่ขายในยุโรปราว 25% มาจากจีน เพิ่มจากเพียง 2% ในปี 2024 ส่วนรถไฮบริดทั่วไปมีสัดส่วนจากจีน 14% เทียบกับ 2% ในปีก่อน

ตัวเลขนำเข้าและโควตา

กระทรวงพาณิชย์จีนอ้างข้อมูลของ Eurostat ว่า อียูนำเข้ารถไฮบริดจากจีนเพิ่มจาก 107,000 คันในปี 2024 เป็น 302,000 คันในปี 2025 ฝ่ายจีนระบุว่าข้อตกลงเปิดทางให้การส่งออกเติบโตต่อจากระดับของปี 2025 แต่ไม่ได้เปิดเผยโควตาที่แน่นอนหรือกรอบเวลาดำเนินการ

ในส่วนของอียู Bloomberg รายงานว่าโควตาจะอยู่ที่ 350,000 คันในปี 2027 และเพิ่มขึ้นปีละ 6% ขณะที่ Financial Times รายงานว่าในปีถัดไปโควตาจะถูกจำกัดอยู่ระหว่าง 500,000 ถึง 700,000 คัน ส่วนข่าวจากเดลินิวส์ที่อ้างรอยเตอร์สระบุว่า 350,000 คันจะใช้ในปีแรก หลังจากนั้นตัวเลขจะเพิ่มขึ้น 6% ต่อปีตั้งแต่ปีที่สอง และมาตรการจะมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 4 ปี Bloomberg ยังระบุในข้อความหนึ่งว่ามาตรการป้องกันอาจมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม

ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน

ประเด็นที่ยังไม่ตรงกันมีหลายจุด เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของอียู เคยกล่าวเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า ข้อตกลงมีการลดการส่งออกรถไฮบริดและพลักอินไฮบริดของจีนลงครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุฐานตัวเลขที่ใช้คำนวณ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าการเติบโตจะอิงจากระดับปี 2025 ซึ่งยังไม่สามารถอธิบายความสัมพันธ์ของทั้งสองถ้อยแถลงได้ ข้อมูลจากทั้งสองฝ่ายยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันขนาดสุดท้ายของข้อตกลงและวิธีการปฏิบัติ

ท่าทีของจีนและผลต่อการค้า

กระทรวงพาณิชย์จีนระบุหลักการ 3 ข้อที่สองฝ่ายยืนยันร่วมกัน ได้แก่ การเคารพข้อเท็จจริง การไม่เลือกปฏิบัติ และการปฏิบัติตามกฎขององค์การการค้าโลก หรือดับเบิลยูทีโอ จีนยังสงวนสิทธิ์ทุกทางภายใต้กรอบดับเบิลยูทีโอ รวมถึงการร้องขอให้ระงับข้อพิพาทและการขอค่าชดเชยทางการค้า Carscoops รายงานว่าจีนตกลงไม่ตอบโต้มาตรการของอียู ทั้งสองฝ่ายประเมินว่าข้อตกลงจะช่วยลดการขาดดุลการค้ากับจีนลงระหว่าง 10 พันล้านยูโร (11.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ถึง 14 พันล้านยูโร (15.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ตามที่รายงานระบุ

ผลต่อผู้ผลิตรถยนต์

Carscoops รายงานว่าโควตาดังกล่าวน่าจะครอบคลุมเฉพาะรถไฮบริดที่ส่งออกจากจีน ไม่รวมรถที่ผลิตโดยแบรนด์จีนในยุโรป ซึ่งหลายค่ายกำลังขยายฐานการผลิต เช่น BYD ที่มีโรงงานในฮังการีแล้ว และแบรนด์อื่นที่กำลังเตรียมผลิตรถในยุโรป นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าความนิยมของรถไฟฟ้าและไฮบริดจีนสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตยุโรปหลายราย

เดลินิวส์รายงานว่า ผู้นำอียูจะประชุมกันที่กรุงบรัสเซลส์ในวันที่ 15 ตุลาคม เพื่อหารือเรื่องรถไฮบริดและแนวทางรับมือสินค้าต้นทุนต่ำที่ได้รับการอุดหนุนจากจีน ส่วน Bloomberg รายงานว่าหากมาตรการนี้ได้ผล อียูอาจพิจารณาใช้กลไกป้องกันการค้าในลักษณะเดียวกันกับสินค้าภาคส่วนอื่นด้วย

สิ่งที่ควรติดตาม

ประเด็นสำคัญที่ต้องรอดูคือการลงมติของประเทศสมาชิกอียู วันที่มาตรการมีผลจริง ตัวเลขโควตาในแต่ละปี และวิธีที่จีนกับอียูจะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการลดครึ่งหนึ่งกับการเติบโตจากฐานปี 2025 จนกว่าจะมีรายละเอียดทางการที่ชัดเจน ตัวเลขที่ปรากฏในข่าวจึงควรอ่านเป็นข้อมูลเบื้องต้น

ที่มา: CnEVPost, Carscoops, เดลินิวส์

ข่าวล่าสุด