เกียร์ว่าง
EV

รถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมเสี่ยงเกิดปัญหาภายหลัง ควรตรวจระบบก่อนใช้งานต่อ

รถไฟฟ้าที่ขับฝ่าน้ำท่วมหรือจอดแช่น้ำนาน อาจมีความเสียหายในระบบแบตเตอรี่ที่ไม่แสดงอาการทันที ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตรวจสอบก่อนใช้งาน

20 ต.ค. 2569, 08:41 น.

ในช่วงที่ผ่านมาหลายพื้นที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วม ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ต้องเจอสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย รายงานข่าวที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 เตือนว่ารถที่ผ่านน้ำท่วมอาจกลายเป็นความเสี่ยงที่มองไม่เห็นได้ในภายหลัง จึงควรรู้วิธีรับมือตั้งแต่ก่อนนำรถกลับเข้าบ้าน

การขับรถฝ่าน้ำหรือจอดรถแช่น้ำเป็นเวลานาน เป็นสถานการณ์ที่ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ รถไฟฟ้าส่วนใหญ่มีการออกแบบระบบแบตเตอรี่ให้ป้องกันน้ำได้ในระดับหนึ่ง แต่หากระดับน้ำสูงหรือแช่นานจนแบตเตอรี่และโครงสร้างได้รับความเสียหาย ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รถ EV ที่ลุยน้ำไม่ได้หมายความว่าจะเกิดไฟไหม้ทุกคัน

ความเสี่ยงที่อาจปรากฏภายหลัง

ผู้ใช้ไม่ควรประเมินความปลอดภัยเพียงจากรูปลักษณ์ภายนอก เพราะความเสียหายบางประเภทในระบบแรงดันสูงอาจไม่แสดงอาการทันที และอาจปรากฏขึ้นในภายหลังได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อรถผ่านน้ำท่วมสูงหรือแช่น้ำมานาน จึงไม่ควรรีบนำไปจอดในบ้าน โรงรถที่ปิดมิดชิด หรือบริเวณที่มีรถคันอื่นจอดชิดกัน ควรเฝ้าสังเกตความร้อน กลิ่นไหม้ ควัน เสียงฟู่ หรือเสียงแตกปะทุที่มาจากตัวรถ หากพบอาการดังกล่าว ควรถอยออกห่างจากรถทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่

น้ำท่วมยังอาจสร้างปัญหาในระบบไฟฟ้าของรถได้ น้ำที่กระเด็นเข้าไปอาจไปสัมผัสสายไฟ ปลั๊กต่อ หรือกล่องควบคุมที่มีกระแสไฟฟ้าไหลอยู่ จนเกิดการลัดวงจรและประกายไฟ ประกายไฟนี้อาจลามไปยังวัสดุใกล้เคียง เช่น ยาง แผ่นกรองอากาศ หรือเบาะรถ นอกจากนี้ ความชื้นและคราบเกลือแร่จากน้ำท่วมยังสามารถทำให้เกิดการลัดวงจรภายในแผงวงจรได้ แม้จะผ่านไปสักระยะหลังรถพ้นน้ำแล้วก็ตาม

ประเด็นเรื่องระดับน้ำ

คำถามที่พบบ่อยคือรถ EV สามารถลุยน้ำลึกได้มากแค่ไหน ประเด็นสำคัญจริงๆ อาจไม่ได้อยู่ที่ระดับความลึกเพียงอย่างเดียว เพราะการขับผ่านน้ำตื้นแล้วน้ำกระเด็นเข้าแบตเตอรี่ก็อาจก่อปัญหาได้ แม้รถส่วนใหญ่จะมีการป้องกันน้ำในระดับหนึ่งก็ตาม ผู้ใช้จึงควรลดความเสี่ยงโดยหลีกเลี่ยงการขับในน้ำท่วมตั้งแต่แรกเมื่อทำได้

สิ่งที่ควรทำหลังรถผ่านน้ำท่วม

หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายรถ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือรถยกที่เหมาะสมเป็นผู้ดำเนินการ เพราะรถที่มีความเสียหายต่อระบบแรงดันสูงอาจมีความเสี่ยงที่มองไม่เห็นจากภายนอก หากเกิดไฟไหม้จากแบตเตอรี่ การควบคุมเพลิงจะทำได้ยากและอาจลุกลามไปยังรถหรือทรัพย์สินข้างเคียง ผู้ใช้จึงไม่ควรพยายามตรวจสอบแบตเตอรี่ด้วยตัวเอง

สรุปแล้ว หากรถไฟฟ้าขับฝ่าน้ำท่วมหรือจอดแช่น้ำเป็นเวลานาน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ก่อนนำกลับมาใช้งานตามปกติ การตรวจก่อนใช้งานอาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ และเป็นข้อมูลที่ผู้ขับขี่ควรรู้ไว้ก่อนสถานการณ์น้ำท่วมจะเกิดขึ้นอีกครั้ง

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

ข่าวล่าสุด