จีนอาจลดส่งออกรถไฮบริดและ PHEV ไปยุโรป หลังเจรจาการค้ากับ EU
รายงานระบุจีนอาจยอมจำกัดการส่งออกรถไฮบริดและ PHEV ไป EU แลกกับผลประโยชน์ทางการค้าด้านอื่น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการ
20 ต.ค. 2569, 08:45 น.
สเปกทั้งหมด
- โควตานำเข้ารถไฮบริดและ PHEV จากจีนต่อปี (รายงาน)
- 350,000 คัน
- อัตราการเพิ่มโควตาต่อปี (รายงาน)
- 6 %
- วันที่มีผลบังคับใช้ (รายงาน)
- 1 ธันวาคม 2026
- การส่งออกที่คาดการณ์ไปยุโรปในปีนี้
- 800,000 คัน
รายงานจากสื่อยานยนต์ระบุว่า จีนอาจตกลงลดปริมาณการส่งออกรถยนต์ไฮบริดและรถพลังงานผสมปลั๊กอินไปยังสหภาพยุโรป โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาการค้าที่ครอบคลุมหลายประเด็นมากกว่าเรื่องยานยนต์เพียงอย่างเดียว
ที่มาของการเจรจา
ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา มาโรช เชฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ได้พบหารือกับหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน เพื่อพูดคุยเรื่องการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและจีน ก่อนหน้านี้ EU ได้ตั้งกำแพงภาษีเพื่อสกัดการนำเข้ารถยนต์พลังงานใหม่จากจีน ขณะที่ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนจะมีแนวโน้มเจรจากันได้ดี เพราะต่างยอมผ่อนปรนคนละก้าว เพื่อให้สอดคล้องกับเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก
ข้อเสนอที่มีรายงาน
เบื้องต้นมีรายงานว่า สหภาพยุโรปอาจกำหนดเพดานการนำเข้ารถยนต์ไฮบริดและ PHEV จากจีนไว้ที่ 350,000 คันต่อปี โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2026 และจะอนุญาตให้จำนวนนำเข้าเพิ่มขึ้นได้ปีละ 6% ตัวเลขนี้ต่ำกว่าปริมาณรถพลังงานใหม่ที่นำเข้าจากจีนในปัจจุบันเกือบครึ่งหนึ่ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าข้อจำกัดใหม่อาจส่งผลต่อการส่งออกของจีนอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าในปีนี้ จีนจะส่งรถประเภทดังกล่าวไปยังยุโรปรวมราว 800,000 คัน หากข้อเสนอนี้มีผลจริง ปริมาณส่งออกจะต้องปรับลงอย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่ยังไม่ชัดเจน
แม้การเจรจาจะถูกรายงานว่าดำเนินไปด้วยดี และทั้งสองฝ่ายมีความเห็นร่วมกันในหลายประเด็น แต่เชฟโควิชยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดในตอนนี้ เนื่องจากต้องนำผลการหารือเข้าที่ประชุมตามขั้นตอนก่อน จึงจะเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้
ที่สำคัญ ยังไม่แน่ชัดว่าจีนจะได้รับผลประโยชน์อะไรกลับมาจากการตอบรับข้อเสนอนี้ มีความเป็นไปได้ว่าการเจรจาครอบคลุมการค้าด้านอื่นด้วย จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าการแลกเปลี่ยนครั้งนี้เป็นอย่างไร
มุมมองจากอุตสาหกรรมยานยนต์ยุโรป
รายงานระบุว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในยุโรปเห็นด้วยกับมาตรการนี้ โดยมองว่าตลาดรถยนต์ยุโรปในปัจจุบันเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงไม่ต่างจากในจีน จนก่อให้เกิดภาวะชะงักในตลาด ผู้ประกอบการเชื่อว่าเกณฑ์ใหม่จะช่วยปรับตำแหน่งของแบรนด์จีนในตลาดยุโรปให้ชัดเจนขึ้น และอาจเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอุตสาหกรรมยังระมัดระวัง และเห็นว่าต้องพิจารณาข้อเสนอจากจีนอย่างรอบคอบ เพื่อประเมินว่าสิ่งที่ได้รับเมื่อเทียบกับสิ่งที่ต้องแลกไปนั้นคุ้มค่าหรือไม่
สรุป
ข้อมูลทั้งหมดยังอยู่ในขั้นของรายงานเบื้องต้น ตัวเลขโควตาและวันเริ่มมีผลยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานทางการ ผู้อ่านควรติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจากทั้งสหภาพยุโรปและจีนก่อนสรุปผลกระทบต่อตลาด
ที่มา: Headlightmag


