10 เทรนด์เทคโนโลยียานยนต์จีนปี 2027 ที่สมาคมวิศวกรรมยานยนต์จีนชี้เป้า
สมาคมวิศวกรรมยานยนต์จีนเปิดรายงาน 10 เทคโนโลยียานยนต์ที่น่าจับตาในปี 2027 ตั้งแต่แบตเตอรี่โซลิดสเตต ชิปรถยนต์ ไปจนถึง AI ภายในห้องโดยสาร
31 ต.ค. 2569, 17:22 น.
สเปกทั้งหมด
- ความหนาแน่นพลังงานแบตเตอรี่โซลิดสเตต
- 400 Wh/kg
- การทดลองเดินรถรถบรรทุกขับอัตโนมัติแบบขบวน
- 1,000 คัน
- ขนาด AI ภายในห้องโดยสาร
- 14B
- ระดับความปลอดภัยของไมโครคอนโทรลเลอร์ RISC-V
- ASIL-D
สมาคมวิศวกรรมยานยนต์จีนเปิดตัวรายงานรวม 10 เทคโนโลยีที่ควรติดตามในปี 2027 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ภายในงาน SAECCE 2026 ที่เมืองซูโจว รายการที่ถูกคัดเลือกมาจากเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มก้าวหน้าอย่างมาก เริ่มเข้าสู่การผลิต หรือถูกนำไปใช้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปีหน้า ตั้งแต่แบตเตอรี่และชิป ไปจนถึงระบบควบคุมตัวรถ ตัวถัง และปัญญาประดิษฐ์ภายในรถ
แบตเตอรี่และชิปรถยนต์
แบตเตอรี่โซลิดสเตตที่มีความหนาแน่นพลังงาน 400 Wh/kg จะเข้าสู่การผลิตระดับทดลองหรือ Pilot Production และเริ่มทดสอบร่วมกับรถยนต์จริง จุดเด่นคือความหนาแน่นพลังงานและความปลอดภัยที่สูงขึ้น แต่รายงานระบุว่ายังไม่ใช่การผลิตจำนวนมากเพื่อขายให้ผู้บริโภคในปี 2027 ด้านชิป RISC-V สำหรับรถยนต์จะเริ่มผลิตมากขึ้น โดยเฉพาะไมโครคอนโทรลเลอร์ระดับความปลอดภัย ASIL-D ที่ใช้ควบคุมระบบสำคัญ เช่น การขับเคลื่อน เบรก และช่วงล่าง
การควบคุมตัวรถและพลังงานกลับสู่โครงข่าย
ระบบควบคุมการเคลื่อนที่แบบรวมศูนย์จะขยายจากรถรุ่นเรือธงไปยังรถที่มีราคาหลากหลายมากขึ้น ระบบนี้ทำหน้าที่ประสานการทำงานของมอเตอร์ เบรก พวงมาลัย และช่วงล่าง เพื่อเพิ่มความมั่นคงระหว่างขับขี่และรองรับระบบช่วยขับขั้นสูง ขณะที่เทคโนโลยี V2G จะทำให้รถไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้พลังงาน แต่สามารถส่งไฟจากแบตเตอรี่กลับเข้าโครงข่ายในช่วงที่ความต้องการสูง จีนคาดว่ากำลังไฟที่จ่ายกลับได้ในแต่ละวันจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับล้านกิโลวัตต์
ตัวถังน้ำหนักเบาและการพิมพ์โลหะ 3 มิติ
ตัวถังแมกนีเซียมขึ้นรูปชิ้นใหญ่จะถูกนำมาใช้ในรถบางรุ่นในวงจำกัด วิธีนี้รวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าด้วยกัน ช่วยลดขั้นตอนการประกอบ และลดน้ำหนักเมื่อเทียบกับวัสดุแบบเดิม ส่วนการพิมพ์โลหะ 3 มิติจะพัฒนาทั้งด้านวัสดุ การออกแบบ และความเร็วในการผลิต เหมาะกับชิ้นส่วนรูปทรงซับซ้อนหรือรถที่ผลิตจำนวนไม่มาก แต่ต้นทุนยังสูง และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะขยายไปสู่รถระดับกลางในวงกว้าง
รถบรรทุกอัตโนมัติและมอเตอร์ในล้อ
รถบรรทุกขับอัตโนมัติแบบขบวนจะเข้าสู่การทดลองเดินรถในระดับประมาณ 1,000 คัน ช่วยให้รถหลายคันเดินทางร่วมกันอย่างเป็นระบบ เหมาะกับงานขนส่งระยะไกลและเส้นทางที่กำหนดไว้ชัดเจน ส่วนมอเตอร์ติดตั้งในล้อจะเข้าสู่การทดสอบเชิงวิศวกรรม เทคโนโลยีนี้เปิดทางให้แต่ละล้อควบคุมแรงบิดได้อย่างอิสระ และเพิ่มพื้นที่ภายในตัวรถ อย่างไรก็ตามยังต้องแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนัก ความทนทาน และการป้องกันน้ำก่อนจะผลิตจำนวนมาก
AI ภายในรถและระบบช่วยขับที่เชื่อมต่อ
AI ภายในห้องโดยสารขนาด 14B หรือประมาณ 14,000 ล้านพารามิเตอร์จะเริ่มติดตั้งในรถรุ่นผลิตจริง ช่วยให้ระบบเข้าใจคำสั่งที่ซับซ้อน สนทนาต่อเนื่อง และทำงานภายในรถได้มากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งคลาวด์ตลอดเวลา ส่วนระบบช่วยขับที่เชื่อมรถ ถนน และคลาวด์จะเปลี่ยนจากการทดลองไปสู่การติดตั้งจากโรงงานในรถล็อตแรก โดยนำข้อมูลจากตัวรถ อุปกรณ์ริมถนน และระบบคลาวด์มาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยตรวจจับอันตรายและบริหารการจราจรได้แม่นยำขึ้น
ข้อควรรู้ก่อนคาดหวัง
รายงานระบุชัดว่าเทคโนโลยีทั้ง 10 รายการไม่ได้หมายความว่าจะพร้อมใช้งานอย่างแพร่หลายในปี 2027 ทั้งหมด แบตเตอรี่โซลิดสเตต มอเตอร์ในล้อ และรถบรรทุกขับอัตโนมัติยังเน้นการทดลองเป็นหลัก ส่วนชิป RISC-V ตัวถังแมกนีเซียม AI ภายในรถ และระบบช่วยขับแบบเชื่อมต่อคาดว่าจะเริ่มจากรถบางรุ่นหรือการผลิตล็อตเล็กก่อน
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์



